We've only just begun…

กิจกรรมวันว่าง ณ BLUE SQUARE CAFE’

.

.

.

สองสามเดือนที่ผ่านมา…

.

.

.

ครอบครัวเรามี “กิจกรรมใหม่” ประจำครอบครัว…นั่นคือ

.

.

.

การนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟในวันว่าง

.

.

.

เราสองคนจะไปร้านกาแฟกันแต่เช้า และนั่งยาวจนเย็นย่ำ…

.

.

.

มีสองเรื่อง(จากหลายร้อยเรื่อง)ที่รู้สึกขอบคุณที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

หนึ่งคือ…ญี่ปุ่นเป็นประเทศพิสูจน์ข้อความที่ว่า

CUSTOMER IS KING

ตราบเท่าที่เราใช้บริการ และอยู่ในสถานะ “ลูกค้า” เราคือราชา

อยากจะนั่งแช่ นั่งนานเท่าไหร่ก็นั่งไป พนักงานในร้านไม่กล้ามาเชิญออกแน่นอน ไม่แม้แต่มาทำเป็นกวาดพื้นใกล้ๆเหมือนที่บ้านเราเวลาที่พยายามจะกดดันลูกค้าให้ออกจากร้านไปซะ

.

.

.

อีกเรื่องคือ ขอบคุณคนญี่ปุ่น…ที่บริโภคกาแฟกันอย่างหนักหน่วงจนทำให้มีร้านกาแฟดีๆพุดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่ล้นหลาม

.

.

.

ยิ่งในโตเกียวนี่แบบว่าเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว…

แค่สาขาของร้านกาแฟยี่ห้อดังๆอย่าง STARBUCKS , DOUTOR, EXCELSIOR หรือ TULLY’S ที่แทรกอยู่ทุกมุมของเมือง

รวมๆกันก็ไม่รู้กี่ร้านเข้าไปแล้ว

.

.

.

แต่ร้านกาแฟที่พิมกับช้างยุ่นไปใช้บริการบ่อยที่สุด คือร้านที่ชื่อว่า BLUE SQUARE CAFE’

อยู่ที่ตึก Mode Gakuen Cocoon Tower หรือตึกที่เป็นรูปทรงรังไข่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางชินจุกุนั่นเอง

.

.

.

.

.

.

จริงๆแล้ว กาแฟของร้าน BLUE SQUARE CAFE’ ก็ไม่ได้มีรสชาติเลิศเลออะไร…แน่นอนว่าเทียบไม่ติดกับ

รสชาติหอมหวานไปถึงไส้ติ่งอย่างกาแฟของ STARBUCKS

.

.

.

แต่…ร้าน B.S.C. มีจุดแข็ง…ที่หาได้ยากในบรรดาร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ

การที่ทั้งร้านเป็น “เขตปลอดบุหรี่”

.

.

.

หลายคนอาจจะเถียงว่า

“อ้าว…STARBUCKS ก็ปลอดบุหรี่นะ  กาแฟก็อร่อย ไป STBs น่าจะดีกว่า”

.

.

.

แต่…

.

.

.

เนื่องด้วย STBs ยังคงฮิตติดลมบน…เวลานึกถึงร้านกาแฟดีๆ STBs ก็จะเป็นชื่อที่ลอยเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรก เลยทำให้แทบจะทุกสาขา(เท่าที่พิมกับช้างยุ่นเคยไป)คราคร่ำไปด้วยผู้คนล้านแปด เบียดเสียดแย่งที่นั่งกัน แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลาย กลับกลายเป็นความรู้สึก “ย้ายร้านเหอะ” ในหลายๆครั้ง

.

.

.

จริงๆที่ B.S.C. นี่ก็ใช่ว่าจะคนน้อย…แต่ก็นะ…ถึงคนจะเยอะยังไง ก็ยังไม่แออัดเท่า STBs

.

.

.

จุดเด่นข้อถัดมา คือ…

มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง

.

.

.

จากการเก็บสถิติด้วยการประมาณอย่างคร่าวๆด้วยสายตาในทุกๆครั้งที่ไปใช้บริการ พบว่า…

ร้อยละ 80 ของลูกค้า อยู่ในช่วงอายุ 20 – 35 ปี

.

.

ร้อยละ 50 ของลูกค้าจะพก Notebook มาเล่น หรือทำงาน โดยที่ร้อยละ 95 ของผู้ที่พก Notebook มานั้น ใช้ยี่ห้อ APPLE หน้าตาโอเค และแต่งตัวแนวมากถึงมากที่สุด (กรี๊ดดดดดดดดดด หมั่นไส้มากๆๆๆ…นั่งจ้องทุกอาทิตย์จนอยากจะได้บ้างซักเครื่อง)

.

.

ในขณะที่ ร้อยละ 45 ของลูกค้าจะพกหนังสือมานั่งอ่าน

.

.

และอีกร้อยละ 5 ของลูกค้าเป็นพวก take away, จับกลุ่มคุยกัน หรือนั่งทำงานอดิเรกอื่นๆ

.

.

.

จากข้อมูลสรุปได้(อย่างคร่าวๆ มั่วๆ และมี bias)ว่า…ร้าน B.S.C. เหมาะกับการอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่มาใช้บริการ มานั่งดื่มกาแฟพร้อมกับทำกิจกรรมที่ “ไร้เสียงรบกวนชาวบ้าน”

.

.

.

ไม่มีวัยรุ่นเกรียนๆ มานั่งส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว


ไม่มีพวกลุงๆป้าๆมาจับกลุ่มเม้าท์กันเสียงดัง

.

.

.

เยี่ยม!!!

.

.

.

เมื่อวันก่อน เพิ่งสั่งหนังสือเล่มใหม่จาก AMAZON.CO.JP มา

ตั้งใจว่าจะอ่านให้จบก่อนปีใหม่

เพื่อจะได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่ ฉลองปีใหม่ ปีสดใสที่กำลังจะมาถึง🙂

.

.

.

.

.

.

***************

อ่านจบแล้ว…คิดเห็นอย่างไร ฝากคอมเมนต์ไว้ได้นะคะ

***************



17 responses

  1. Yun Russell

    ว๊าวๆๆๆๆๆ บล๊อกแรกในรอบ….3เดือนนนนนนนนนนน!!!!!!!!!!!!!!
    ปัดฝุ่นในบล๊อกเสร็จแล้ว อย่าลืมไปปัดฝุ่นที่ชั้นหนังสือของรัสเซลด้วยน๊าาา

    มาถึงเรื่องที่เขียนในบล๊อก…สิ่งหนึ่งที่รู้สึกภูมิใจมากตั้งแต่แต่งงานกับพิมคือ
    การที่ทำให้พิมกลายเป็นคนรักการอ่่านได้!!!!!

    ก่อนหน้านี้พี่เค้าจะเป็นคนสมาธิสั้นมากถึงมากที่สุด อ่านหนังสือได้ครึ่งหน้า
    ก็ต้องรีบวิ่งแจ้นไปทำอะไรๆก่อน แล้วก็กลับมาเล่นเน็ทสักสามชั่วโมง
    แล้วค่อยกลับมาอ่านหนังสือต่ออีกครึ่งหน้า แล้วก็หายไปอีก วนไปวนมาจนหมดวัน
    แต่ตอนนี้พิมบรรลุขั้นเทพการเป็นหนอนหนังสือ โดยการนั่งอ่านตั้งแต่เช้ายันเย็นได้ โดยไม่สมาธิแตกเลย
    เห็นภรรยาสุดที่รักเป้นแบบนี้แล้วมันติ้นตันน้ำตาจะไหล

    ใครก็ตามที่รักการอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟ แนะนำจริงๆร้านนี้ (แต่ต้องจ่ายค่าเครื่องบินมาที่โตเกียวเองนะ ฮ่าๆๆ)
    นอกจากกาแฟหอมกรุ่นแล้ว ก็ยังมีขนมนมเนยเพียบ อาหารก็มีหลากหลายอย่าง ทั้งข้าวทั้งพาสต้า ห้องน้ำก็สะอาดเอี่ยมตลอดเวลา
    เรียกได้ว่านั่งร้านเดียวได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่ต้องออกไปไหนกันเลยทีเดียว
    แถมยังตั้งอยู่ใจกลางย่านช๊อปปิ้ง เบื่ออ่านหนังสือเมื่อไหร่ก็ไปเดินช๊อปปิ้งก่อนได้ไม่ว่ากัน
    ที่สำคัญที่สุด ร้านนี้ตั้งอยู่บนร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดของชินจุกุ อย่าง Book 1st อ่านเล่มไหนเบื่อยังไง เดินไปหน่อยนึง ไปถอยเล่มใหม่มาอ่านได้เลย

    เพราะฉะนั้นสำหรับยุ่นและพิมแล้ว ตอนนี้จะเรียกว่า Blue Square Cafe เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองก็คงไม่ผิดแต่อย่างใด
    ว่าแต่ว่า แล้วเราไปกันอีกเสาร์นี้นะจ๊ะที่รัก รีบไปแต่เช้าเลย จะได้ไปนั่งที่จุดสังเกตการณ์คนเฉิ่มเหมือนเมื่อวานอีก ฮ่าๆๆ

    2009/12/14 at 7:08 PM

  2. Yun Russell

    ลืมบอกไป
    หลังๆมานี่ คุณพิมเค้าไม่อ่านนิยายประโลมโลกเหมือนก่อนแล้วนะ
    เค้าอ่าน textbook มีความรู้สุดๆ
    ช่วงหลังๆนี้เวลาจะว่า ว่าพิมติดพวกเว็บ social networks เลยว่าได้ไม่เต็มปาก
    เพราะคุณพิมเค้าก็จะสวนกลับมาว่า “ฉันกำลังศึกษาเว็บตามที่เรียนมาในหนังสือย่ะ!!!”
    รัสเซลเลยต้องกลิ้งถอยกลับไปอย่างช่วยไม่ได้ แหะๆ
    ว่าจะส่งเมลล์ไป complain พี่Erik Qualman เนี่ย ว่าเขียนหนังสือเกี่ยวกับ social networks ลืมเขียนอาการ addiction ได้ยังไง!!!

    2009/12/14 at 7:14 PM

  3. ฮ่าๆๆๆ วิ่งมา เดี๋ยวก็หกล้มหรอก ขายิ่งสั้นๆอยู่!!!!!

    2009/12/14 at 7:37 PM

  4. Yun Russell

    ไม่กัวหรอก เพราะถึงล้มก็ไม่เจ็บ เพราะมีbumperส่วนตัวนะ!!!

    2009/12/14 at 7:47 PM

  5. pompoko

    พิมมมมมมมมมม น่าสนใจอ่ะเล่มนี้
    อ่านจบแล้วเขียนคอลัมน์ให้อันนึงเด่ะ เด๋วมีค่าขนม

    2009/12/14 at 8:47 PM

    • ฮ่าๆ อยากเขียน อยากได้ค่าหนมม แต่…จะอ่านจบมะไหร่ยังเง็งอยู่มากกก T_T

      2009/12/14 at 9:36 PM

  6. เดินตามกลิ่นกาแฟเข้ามาเลยนะนี่ เอิ้ก..เอิ้ก
    เป็นพวกเสพติดกาแฟอ่ะ แค่ได้กลิ่นหอมๆ ก็ชื่นใจแล้ว (โรคจิตปล่าวเนี่ย)
    ถ้าเป็นตามร้านกาแฟ แมวดื้อชอบอ่านหนังสือในแนวพฤติกรรม หรือจิตวิทยานะ แบบว่าอ่านแล้วก็มองดูผู้คนรอบข้าง มันเหมือนได้ตัวอย่างทันทีเลยไง ส่วนพวก textbook พวกที่ต้องอาศัยความเข้าใจเยอะๆ เนี่ย ขออ่านในที่เงียบ (เอาแบบได้ยินแต่เสียงหายใจตัวเองเลย) ฮ่าๆๆๆ ถ้าแบบได้ยินเสียงแก้วกระทบกัน ได้ยินคนเดิน หรือเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดต๊อกแต๊กนี่ สมาธิกระเจิง

    ^_^

    2009/12/15 at 1:50 PM

    • หมอแมววว พิมก็เสพย์ติดค่าาาา เคยพยายามเลิกไปช่วงนึงเนื่องจากตอนนั้นเป็นภูมิแพ้หนัก เลยพยายามที่จะลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แต่พออาการดีขึ้นหน่อยนึงก็เอาเลย กลับมาโฮกกกกกกเหมือนเดิม เผลอๆหนักกว่าเดิมด้วยไปมั้งงง ฮ่าๆ เหมือนกระหายมานานนนนนน

      หนังสือเชิงจิตวิทยาก็อยากอ่านเหมือนกันค่ะ สมัยเรียนปีหนึ่ง เคยเรียนวิชาจิตวิทยาเบื้องต้น แล้วชอบมากกกกกกก ชอบการทดลองของพวกนักจิตวิทยา คุณหมอมีหนังสือเล่มไหนดีๆ แนะนำกันบ้างนะค้าาา

      2009/12/15 at 3:29 PM

  7. อุ๊ย เจอคนดองบล็อคเหมือนกันแล้วว เราไม่ผิดปกติเนะ 55
    คนหลงใหลในรส กลิ่น และบรรยากาศในร้านกาแฟกันมาก มันจึงเป็นอีกเหตุผลนึงที่คนนิยมมีกิจการ ร้านกาแฟไว้เป็นกิจการในฝัน..

    ปุ๋มก็สมาธิสั้นแหล่ะ ไม่ได้อ่านหนังสือนานๆเป็นเล่มจบนานมาก
    อ่านแล้วอยากไปฝังตัวในร้านกาแฟบ้าง สักวันจะชวนแมวดื้อไปทำบ้าง
    ร้านกาแฟในกรุงเทพ ที่น่าฝังตัวก็พอมีค่ะ อิอิ

    2009/12/15 at 1:57 PM

    • ฮิๆๆๆ แหมๆๆๆ แซวหน่อยได้มั้ยอ่าาา…จูงมือกันมากับคนข้างบนรึเปล่าค้าาา หวานจริงๆคู่นี้

      มันถึงจุดที่ทนไม่ไหวแล้วอ่ะค่ะคุณปุ๋มมมม กักๆๆ ดองไว้นานเกินนนนนนนนน เสียใจเหมือนกัน เรื่องเกี่ยวกับที่ไปเที่ยวโตยาม่าเลยต้องค้างเติ่งอยู่แบบนั้น แต่ก็คิดไว้ว่า เอาไว้วันว่างๆค่อยมาะสางวันหลัง เพราะรูปมันเยอะ แล้วยังต้องมานั่งนึกอีกว่า ไปไหนมาบ้าง รู้สึกเหมือนต้องใช้เวลาเยอะ เลยอัพๆเรื่องอื่นไปก่อน ไม่งั้นก็ไม่ได้ปัดฝุ่นบล็อคกันซะที

      ที่เมืองไทยเดี๋ยวนี้ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนมเค้ก ร้านไอติม ชิลๆ น่ารักๆ เก๋ๆ พุดขึ้นยังกะดอกเห็ดดดดดเนอะ คิดถึงเมืองไทยยยยยยยยย

      2009/12/15 at 3:32 PM

  8. แมวน้ำ

    อยากไปอ่านเหมียนกัลลลลล แต่คงอ่านได้แต่ปก
    ฝากแมวดื้อ อ่านแทนนะนะนะนะ

    2009/12/16 at 7:41 PM

    • คิดถึงแมวน้ำ…เมี้ยวววววววววววววววววววววววววววววววว

      2009/12/18 at 12:28 AM

  9. ถ้ามีโอกาสซื้อตั๋วไปญี่ปุ่น จะหอบหนังสือไปนั่งอ่าน….
    เป็นคนไม่ดื่มกาแฟแต่ชอบกลิ่นกาแฟและบรรยากาศของร้านกาแฟมากๆ

    2010/04/08 at 8:24 PM

  10. สวัสดีค่า พี่พิมมมม
    วันนี้ตกใจมากที่เจอพี่ที่ร้านนี้จริงๆ ไม่นึกว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นบนโลก 555
    แต่ร้านนี้ดีจริงๆอย่างว่า หมิวไปมา2ครั้ง ก้ติดใจ คิดว่าจะไปอีกเรื่อยๆๆๆๆๆๆ และจะหาเรื่องมาอัพบล๊อคตัวเองบ้าง(ท่ีตอนนี้โดนสต๊าฟอยู่ในพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว 5555)

    ขอบคุณนะคะที่แนะนำร้านดีๆแบบนี้ ไว้จะแอบติดตามอยู่ลับๆนะคะ 555

    แล้วเราอาจได้เจอกันอีกค่ะ ^^

    2010/10/10 at 12:08 AM

    • น้องหมิววววววววววววววววววววววววววววววววว ฮ่าๆๆ ขอบอกว่าพี่พิมตื่นเต้นตูมตามดีใจสุดๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าที่พี่เขียนเวิ่นเว้อไปเรื่อยเปื่อยจะมีคนผ่านมาอ่าน แล้วก็มาตามคำแนะนำ แล้วก็ได้มาเจอกันที่ร้านที่เขียนแนะนำ บ้าจริงๆ 5555

      ยังไงหวังว่าคงจะได้เจอกันอีกเน้ออออออออ

      ปล. น้องหมิว…เหมือนกับว่าเราจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันนะจ๊ะ…น้องหมิวนิเทศจุฬาฯอ๊ะป่าวอะ เอิ๊กๆๆๆ แอบไปดูใน FB มา…เห็นมี common friends เป็นน้องๆรุ่น 38

      ถ้าใช่ล่ะก็…พี่พิมรุ่น 35 นะจ๊ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ตื่นเต้นๆๆ

      2010/10/14 at 7:34 PM

      • ฮึ้ยย จิงป้ะพี่พิม!! หมิวรุ่น 41 !!!!!!! ตื่นเต้นๆๆๆๆ โลกกลมๆๆๆๆๆ
        พี่พิมเรียนภาคอะไรอะค้ะะ หมิวเรียนภาคad มา
        กรี๊ดอ้ะะะ งงจิงๆ โลกกลมไปมั้ยนี่! 555

        2010/10/17 at 12:48 AM

  11. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด น้องหมิวววววววววววววว รู้สึกเราจะเป็นแฝดเลยนะจ๊ะ…

    พี่เอก ad โท pr & speech !!!!!!!!

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด อีกสิบล้านที จุดนี้พี่ขอ add FB ด่วนนนนนน 5555555 ได้เจอรุ่นน้องในญี่ปุ่นดีใจมว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    2010/10/17 at 10:11 AM

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s