Cotton Anniversary
สองปีแล้ว…
.
.
.
แต่ยังรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน…ภาพทุกอย่างยังชัดเจน…
.
.
.
ขอบคุณยุ่น สำหรับทุกความสุขสนุกสนานตลอดสองปีที่ผ่านมานะจ๊ะ…
.
.
.
รักยุ่นที่สุดเลย ^_^
เนะโกะคาเฟ่
ในที่สุด…ก็ได้ไปเยือน “เนะโกะคาเฟ่” ซักที!!!!!!!!!!! โอ้ยยยยย…อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆว่า “เริ่ด!!!!” เป็นภาษาบราซิล
.
.
.
หลายคนอาจจะงง…ว่าแล้วไอ้ “เนะโกะคาเฟ่” นี่มันคืออะไรยังไง คือเข้าใจความหมายของคำว่า คาเฟ่…ไม่เป็นร้านขายชา กาแฟ ก็น่าจะขายอาหาร…
.
.
.
แต่…เนะโกะคาเฟ่นี่คืออะไรล่ะ…เป็นร้านกาแฟที่เสิร์ฟสิ่งที่เรียกว่า “เนะโกะ” รึเปล่า
ประมาณว่าเนะโกะเป็นของเด็ดของร้าน ก็เลยเอามาตั้งเป็นชื่อร้าน
หรือเจ้าของร้านมีความเกี่ยวดองกับ วงเนะโกะจัมพ์??
.
.
.
คือจริงๆแล้วถูกต้อง ที่เนะโกะเป็นของเด็ดของร้าน…แต่เค้าไม่เสิร์ฟค่ะ!!!!
.
.
.
คนที่รู้ความหมายของคำว่า “เนะโกะ” ก็น่าจะสามารถจินตนาการภาพออกมาได้ไม่ยากนัก ว่าเนะโกะคาเฟ่ น่าจะเป็นสถานที่ประมาณไหน
.
.
.
แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ จะเฉลยให้ว่า “เนะโกะ” เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ แปลว่า…สัตว์โลกที่ครองตำแหน่งน่ารักที่สุดในโลกมาหลายพันปีซ้อน
.
.
.
ถูกต้องแล้วค่ะ!!!! คำตอบก็คือ…………………………
น้องหมาหรอ?
ไม่นะ…ชั้นว่าเพนกวิ้น…เพนกวิ้นน่ารักเทพมาก กลม…น่ารัก…ไหวหรอ
ไม่ใช่ๆๆๆ น่ารักที่สุดต้องนี่สิ…นกกระจอกเทศ…ยิ่งตอนวิ่งงี้ ก้นส่ายยึกยัก เห็นแล้วจะละลายยยยยยอ่ะ ขอบอก!!!
.
.
.
พอๆๆ!!! หยุดเวิ่นเว้อกันได้แล้ว!!!…โอเค…เนะโกะ…แปลว่า แมว ค่ะ จะน่ารักที่สุดในโลกหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลก็แล้วกันเนอะ
.
.
.
แล้ว…เนะโกะคาเฟ่มันเป็นสถานที่ยังไงกันแน่??
.
.
.
ก็เป็นคาเฟ่ที่ขายชา กาแฟทั่วๆไป…เปิดเพลงเบาๆสบายๆ แล้วก็มีหนังสือการ์ตูน แม็กกาซีนให้ลูกค้านั่งอ่านนั่งชิลล์
แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่…พนักงานในร้าน…นอกจากจะมีพนักงานที่เป็น “คน” แล้ว…
ยังมีพนักงานที่เป็น “แมว” ด้วย!!!
.
.
.
คือในร้านก็จะมีน้องพนักงานแมวอยู่หลายตัว…ถูกปล่อยอยู่ในร้านอย่างอิสระ ไม่มีการขังอยู่ในกรง หรือว่าผูกเชือกมัดไว้กับขาเก้าอี้ใดๆทั้งสิ้น
.
.
.
แล้วลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ก็สามารถเล่นกับน้องเหมียวได้อย่างจุใจ….เมี้ยววววววววววววววววววว
.
.
.
แต่ว่า…แต่ละร้าน ก็จะมีกฎระเบียบในการเล่นกับแมวที่แตกต่างกันไป เช่นบางร้านให้อุ้มกอดรัดฟัดเหวี่ยงได้ บางร้านให้อุ้มไม่ได้ แต่ถ้าน้องแมวเดินมานั่งบนตักของเราเองก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าแมวหลับอยู่ก็ห้ามไปกวน เป็นต้น
.
.
.
นอกจากนี้บรรยากาศของร้าน หรือการตกแต่งภายในร้านก็จะเป็นสไตล์อบอุ่น…ให้ความ รู้สึกเหมือนบ้านจริงๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ก็จะรู้สึกเสมือนประหนึ่งเป็นบ้านของตัวเองยังไงอย่างงั้น
.
.
.
ร้านเนะโกะคาเฟ่นี่…ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักแมว…ที่ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงแมวในญี่ปุ่น
ที่บอกว่า ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงแมวก็เพราะจากสาเหตุหลักสองประการ
1. แพง…วันก่อนเดินไปดูกับยุ่น…น่ารักสุดๆๆๆๆๆ แต่พอเห็นราคาแล้วแทบเป็นลม…ตัวละ 2 แสนเยน เท่านั้นเอง -_-’
2.แมนชั่น และอพาร์ทเมนท์หลายๆที่ในญี่ปุ่น มีกฎห้ามเลี้ยงสัตว์
.
.
.
แต่ในญี่ปุ่น มีกลุ่มคนที่รักแมวอยู่มาก…เนะโกะคาเฟ่ก็เลยเกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนเหล่านี้…ซึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้…ก็มีพิมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ^_^
.
.
.
เนะโกะคาเฟ่นี่ไม่ได้มีอยู่แค่ในโตเกียวเท่านั้นนะคะ…คือมีกระจายอยู่ทั่วประเทศเลย
แต่เนะโกะคาเฟ่ที่จะพาไปในวันนี้…อยู่ที่ ฮาราจุกุ ค่ะ
ชื่อร้าน cat room chamamo
.
.
.
ก่อนเข้าร้านก็จะมีที่ให้ล้างมือ
.
.
.

ถอดรองเท้า แล้วใส่สลิปเปอร์ของร้านให้เรียบร้อย…
.
.
.
พร้อมกันรึยัง…จะเข้าร้านแล้วนะคะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เข้ามาถึงในร้าน…ก็จะมีพนักงานของร้าน “ที่เป็นคน” (ฮ่าๆๆ) เข้ามาต้อนรับ
แล้วก็จะเอาแอลกอฮอล์มาฉีดให้เราทำความสะอาดมืออีกรอบ
.
.
.
จากนั้นก็เข้าไปคุยกับตรงเคาท์เตอร์ว่าต้องการจะใช้บริการของร้านนานเท่าไหร่
.
.
.
พนักงานแมวทุกตัวน่ารักมากๆๆๆๆ…>_<
น่ารักสุดๆๆๆ แบบทนไม่ไหว แทบอยากจะขโมยกลับบ้าน
.
.
.
เริ่มกันที่พนักงานคนแรก…ชื่อ “ลั้นจิคุง” เป็นการอ่านภาษาอังกฤษคำว่า Lunch ด้วยสำเนียงคนญี่ปุ่นค่ะ
.
.
.

เกาคอๆๆ
.
.
.

ลั้นจิเริ่มเคลิ้มมม
.
.
.
.
.
.

.
.
.

.
.
.

น่ารักสุดๆๆ
.
.
.

.
.
.

เคลิ้มสุดๆๆ
.
.
.
ช้างยุ่นใช้งวงลูบหัวลั้นจิอย่างอ่อนโยน
.
.
.
.
.
.
ลั้นจิขาสั้น…ดุ๊กดิ๊กน่ารักที่สุด!!!!
ตอนนั่งอยู่ไม่รู้ว่าขาจะสั้นขนาดนี้…พอยืนขึ้นมานี่ตกใจมาก…
กรี๊ดดดดดดดด ขาสั้น น่ารักที่สุด เหมือนแมวไส้กรอกกกกกก!!!
.
.
.
.
.
.
ลั้นจิคุง กับไคคุง นั่งจุ้มปุ๊กน่ารัก
.
.
.
พนักงานหนุ่มคนนี้…ชื่อ “ปุริ้นสึ” หรือว่า “ฮะจิ” ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะว่า ปุริ้นสึ กับฮะจิเป็นฝาแฝดกัน
หน้าตาเหมือนกันมากๆ แยกไม่ออก
.
.
.
ให้บริการลูกค้ามาทั้งวัน…เหนื่อยมาก ขอผมงีบแป๊บนึงแล้วกันนะครับ คร่อกกกกก
.
.
.
เห็นผมนุ่มสลวยสวยเก๋ ดูเริ่ด เชิด หยิ่งแบบนี้…
แต่ผมเป็นเด็กชายนะครับบบบบ ชื่อ “โมโคล่า” ครับผมมมม
เมี้ยวววววววววววว
.
.
.
และนี่…เจ้าชายประจำร้าน…ชื่อ “วาริเอนเต้” คุง ครับผม
.
.
.
หล่อสุดๆๆๆ แผงคอนุ่มฟูได้อีก
.
.
.
เดี๋ยวจะเอาชุนจังที่บ้านมาสู้ โฮะๆๆ คิดว่าหล่อสูสีกันเลยนะ
.
.
.
วาริเอนเต้ค่อนข้างเล่นตัว…ชอบยืนหล่อเป็นเจ้าชายแบบเดี่ยวๆ หรือไม่ก็…
โดดดึ๋งดั๋งขึ้นไปนอนห้อยขาอยู่บนขอบกำแพงแบบในรูป
.
.
.
“ชุระมิสึคุง” มาเลียขนแต่งตัวให้“มิรุคุคุง”ที่นอนหลับคร่อกฟี้อยู่
น่ารักมากๆ…ท่าทางสองตัวนี้จะสนิทกัน
.
.
.
.
.
.
ร้านเล็กๆ…แต่น่ารักและอบอุ่น
.
.
.
.
.
.

.
.
.

ยิ้มหวานให้กล้องด้วย
.
.
.
ตอนแรก…กะว่าจะอยู่แค่ 30 นาที…
แต่ไปๆมาๆ …กลายเป็นหนึ่งชม.
ค่าเสียหายก็…ตกคนละ 1,000 เยน เป็นราคาที่รวมเครื่องดื่มแล้วด้วย 1 แก้ว
.
.
.
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของแมวแล้ว เรียกได้ว่า…คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม!!
พอออกมาจากร้าน ช้างยุ่น…ถึงกับหันมาบอกว่า…
กลับไทยเมื่อไหร่ เลี้ยงทันที!!!
ยุ่นไม่เคยนึกเลยว่าแมวจะน่ารักได้ขนาดนี้!!!
.
.
.
โฮะๆๆๆๆ ในที่สุด…ก็ถูก brainwashed ด้วย เสน่ห์ของแมวไปอีกคน
.
.
.
เมี้ยวววววววววววววววววววววววว!!!
กิจกรรมวันว่าง ณ BLUE SQUARE CAFE’

.
.
.
สองสามเดือนที่ผ่านมา…
.
.
.
ครอบครัวเรามี “กิจกรรมใหม่” ประจำครอบครัว…นั่นคือ
.
.
.
การนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟในวันว่าง
.
.
.
เราสองคนจะไปร้านกาแฟกันแต่เช้า และนั่งยาวจนเย็นย่ำ…
.
.
.
มีสองเรื่อง(จากหลายร้อยเรื่อง)ที่รู้สึกขอบคุณที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
หนึ่งคือ…ญี่ปุ่นเป็นประเทศพิสูจน์ข้อความที่ว่า
CUSTOMER IS KING…
ตราบเท่าที่เราใช้บริการ และอยู่ในสถานะ “ลูกค้า” เราคือราชา
อยากจะนั่งแช่ นั่งนานเท่าไหร่ก็นั่งไป พนักงานในร้านไม่กล้ามาเชิญออกแน่นอน ไม่แม้แต่มาทำเป็นกวาดพื้นใกล้ๆเหมือนที่บ้านเราเวลาที่พยายามจะกดดันลูกค้าให้ออกจากร้านไปซะ
.
.
.
อีกเรื่องคือ ขอบคุณคนญี่ปุ่น…ที่บริโภคกาแฟกันอย่างหนักหน่วงจนทำให้มีร้านกาแฟดีๆพุดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่ล้นหลาม
.
.
.
ยิ่งในโตเกียวนี่แบบว่าเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว…
แค่สาขาของร้านกาแฟยี่ห้อดังๆอย่าง STARBUCKS , DOUTOR, EXCELSIOR หรือ TULLY’S ที่แทรกอยู่ทุกมุมของเมือง
รวมๆกันก็ไม่รู้กี่ร้านเข้าไปแล้ว
.
.
.
แต่ร้านกาแฟที่พิมกับช้างยุ่นไปใช้บริการบ่อยที่สุด คือร้านที่ชื่อว่า BLUE SQUARE CAFE’
อยู่ที่ตึก Mode Gakuen Cocoon Tower หรือตึกที่เป็นรูปทรงรังไข่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางชินจุกุนั่นเอง

.
.
.
.
.
.
จริงๆแล้ว กาแฟของร้าน BLUE SQUARE CAFE’ ก็ไม่ได้มีรสชาติเลิศเลออะไร…แน่นอนว่าเทียบไม่ติดกับ
รสชาติหอมหวานไปถึงไส้ติ่งอย่างกาแฟของ STARBUCKS
.
.
.
แต่…ร้าน B.S.C. มีจุดแข็ง…ที่หาได้ยากในบรรดาร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ
การที่ทั้งร้านเป็น “เขตปลอดบุหรี่”
.
.
.
หลายคนอาจจะเถียงว่า
“อ้าว…STARBUCKS ก็ปลอดบุหรี่นะ กาแฟก็อร่อย ไป STBs น่าจะดีกว่า”
.
.
.
แต่…
.
.
.
เนื่องด้วย STBs ยังคงฮิตติดลมบน…เวลานึกถึงร้านกาแฟดีๆ STBs ก็จะเป็นชื่อที่ลอยเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรก เลยทำให้แทบจะทุกสาขา(เท่าที่พิมกับช้างยุ่นเคยไป)คราคร่ำไปด้วยผู้คนล้านแปด เบียดเสียดแย่งที่นั่งกัน แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลาย กลับกลายเป็นความรู้สึก “ย้ายร้านเหอะ” ในหลายๆครั้ง
.
.
.
จริงๆที่ B.S.C. นี่ก็ใช่ว่าจะคนน้อย…แต่ก็นะ…ถึงคนจะเยอะยังไง ก็ยังไม่แออัดเท่า STBs
.
.
.
จุดเด่นข้อถัดมา คือ…
มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง
.
.
.
จากการเก็บสถิติด้วยการประมาณอย่างคร่าวๆด้วยสายตาในทุกๆครั้งที่ไปใช้บริการ พบว่า…
ร้อยละ 80 ของลูกค้า อยู่ในช่วงอายุ 20 – 35 ปี
.
.
ร้อยละ 50 ของลูกค้าจะพก Notebook มาเล่น หรือทำงาน โดยที่ร้อยละ 95 ของผู้ที่พก Notebook มานั้น ใช้ยี่ห้อ APPLE หน้าตาโอเค และแต่งตัวแนวมากถึงมากที่สุด (กรี๊ดดดดดดดดดด หมั่นไส้มากๆๆๆ…นั่งจ้องทุกอาทิตย์จนอยากจะได้บ้างซักเครื่อง)
.
.
ในขณะที่ ร้อยละ 45 ของลูกค้าจะพกหนังสือมานั่งอ่าน
.
.
และอีกร้อยละ 5 ของลูกค้าเป็นพวก take away, จับกลุ่มคุยกัน หรือนั่งทำงานอดิเรกอื่นๆ
.
.
.
จากข้อมูลสรุปได้(อย่างคร่าวๆ มั่วๆ และมี bias)ว่า…ร้าน B.S.C. เหมาะกับการอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่มาใช้บริการ มานั่งดื่มกาแฟพร้อมกับทำกิจกรรมที่ “ไร้เสียงรบกวนชาวบ้าน”
.
.
.
ไม่มีวัยรุ่นเกรียนๆ มานั่งส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว

ไม่มีพวกลุงๆป้าๆมาจับกลุ่มเม้าท์กันเสียงดัง
.
.
.
เยี่ยม!!!
.
.
.
เมื่อวันก่อน เพิ่งสั่งหนังสือเล่มใหม่จาก AMAZON.CO.JP มา
ตั้งใจว่าจะอ่านให้จบก่อนปีใหม่
เพื่อจะได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่ ฉลองปีใหม่ ปีสดใสที่กำลังจะมาถึง
.
.
.

.
.
.

***************
อ่านจบแล้ว…คิดเห็นอย่างไร ฝากคอมเมนต์ไว้ได้นะคะ
***************
พิม+ยุ่น หวานๆ อิ่มๆ ณ โตยาม่า :) วันที่ 1
ในที่สุด…ช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึงซะที…ฮูเร่!!!!
.
.
.
.
.
คือช้างยุ่นเคยมาบอกไว้ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน ว่าต้นเดือนกันยา จะมีประชุมวิชาการของ community นักฟิสิกส์ และวิศวะแห่งประเทศญี่ปุ่น
.
.
.
.
.
หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โอโยบุทซึริกักไค” (応用物理学会) หรือ…ที่คนในวงการเค้าเรียกกันสั้นๆว่า “โอบุทซึ”
.
.
.
.
.
ซึ่งโอบุทซึ จะถูกจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ต่างกัน คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง (ง่ายๆคือ ทุกครึ๋งปีนั่นเอง)
.
.
.
.
.
โดยที่การประชุมในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้น สถานที่จัดประชุมจะอยู่ในโตเกียว หรือไม่ก็ปริมณฑล ส่วนการประชุมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น จะจัดตามจังหวัดต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
.
.
.
.
.
ซึ่งสถานที่จัดโอบุทซึประจำฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ คือจังหวัด “โตยาม่า” (富山) และช้างยุ่นบอกว่าจะแพคพิมใส่กระเป๋าไปด้วยยยยยยยยยยย…เย่ๆๆๆๆ
.
.
.
.
.
ช้างยุ่นบอกว่า…เตรียมฟิตกระเพาะให้แข็งแรงงงงเลยนะ…เพราะจะพาไปทานของอร่อยๆเยอะมากๆ
.
.
.
.
.
แล้วก็จะพาไปเที่ยวหมู่บ้าน “ไอโนะคุระ” (相倉) ซึ่งได้รับเลือกจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกด้วย
.
.
.
.
.
ตื่นเต้นดีใจมากๆ ตั้งหน้าตั้งตารอออออออออ…เมื่อไหร่หนอจะถึงต้นเดือนกันยายน…ที่ดูตื่นเต้นแบบโอเวอร์ขนาดนี้ไม่ใช่อะไร คือนอกจากจะได้ไปหวีดหวาน และเที่ยวแบบสุดเหวี่ยงแล้ว การเดินทางครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกของพิมด้วยที่จะได้ขึ้น ชิงกันเซ็น !!!!
.
.
.
.
.
ฮ่าๆ จริงๆก่อนหน้าที่จะมาอยู่ญี่ปุ่นนี่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นตั้ง 4 รอบ…แต่ทุกครั้งก็คืออยู่แต่ในโตเกียว และปริมณฑล ไม่เคยเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็เลยไม่เคยมีโอกาสได้นั่งชิงกันเซ็นซะที
.
.
.
.
.
แล้วมันเหมือนเป็นความหลังฝังใจวัยเด็ก…คือครั้งแรกที่มาญี่ปุ่นคือตอน ม.2 ตอนนั้นได้แต่ถ่ายรูปตอนชิงกันเซ็นวิ่งผ่าน ให้ตายสิ มันเท่ห์มากๆ เรียวๆเพรียวๆ ดูอวกาศๆ และยิ่งเท่ห์ขึ้นไปอีกเมื่อเทียบกับคุณพี่ ร.ฟ.ท. ของบ้านเราในสมัยนั้น
.
.
.
.
.
คิดมาตลอดดด ว่าซักวันนึงอยากจะนั่งให้ได้…ถึงตอนนี้จะไม่ได้เป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นความฝันวัยเด็ก…ที่อยากจะทำให้เป็นจริงมาตลอด…
.
.
.
.
.
………………………………………………………………………………………………..
และแล้ว…วันที่รอคอยก็มาถึงงงงงง
.
.
.
.
.
วันจันทร์ที่ 7 ก.ย. 52
เช็คความเรียบร้อยของสัมพารก!!! กระเป๋าลาก 1 ใบ เป้สะพายหลัง 1 ใบ และถุงใส่สูท
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
รูปคู่หน่อยเร้ววววว
.
.
.
.
.
หน้าตาดูระรื่นกว่าทุกครั้งงงง
.
.
.
.
.
ช้างบอกว่า เบามากๆไม่หนักเลย ให้ควานขึ้นมาขี่คอไปแล้วลากซุงไปด้วยก็ยังได้
.
.
.
.
.

นั่งรถไฟจากสถานีทะไคโดะหน้าบ้าน มาลงที่สถานีคิจิโจจิ (สายเคโอ-อิโนคะชิระ)
ก่อนที่จะเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟของJR สายชูโอ ช้างยุ่นแวะร้านเบเกอรี่ประจำของพิมซื้อขนมปัง และน้ำผลไม้ให้หนึ่งชุดเพื่อรองท้อง
เพราะกว่าจะเดินทางไปถึงสถานีโตเกียวเพื่อไปขึ้นชิงกันเซ็งก็อีกตั้งครึ่งชม.
(สงสัยกลัวเค้าโมโหหิวจัดใช่มั้ยล่ะ!!!)
.
.
.
.
.
จะขึ้นรอบนี้ทันมั้ยยยย
.
.
.
.
.
ไงล่ะ…มัวแต่ยืนถ่ายรูป เลยชวดเลยยย…แต่ไม่เป็นไร อีกแป๊บเดียวขบวนถัดไปก็มา
ระหว่างยืนรอก็เลยจัดการหม่ำเบเกอรี่ให้ราบบบ
.
.
.
.
.
ช้างยุ่นพกพิม…พิมเลยพกลูกชาย กับลูกสาว ลูกชัยลูกอิ๋วสุดที่รักมาเที่ยวด้วยย
ดูสิ…ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันใหญ่เลยนะ
.
.
.
.
.
มาถึงแล้ววววว…สถานีโตเกียวที่รัก
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ลงมาถึงตัวสถานี…มาเจอร้านขายของ…เห็นชื่อร้านเลยรีบถ่ายมาฝากพี่สาวสุดที่รัก ฮิๆๆ
.
.
.
.
.

สถานีโตเกียวเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ สามารถเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของโตเกียว
ผู้คนเลยพลุกพล่านมากๆ ยิ่งช่วงวันหยุดนี่ไม่ต้องพูดถึง…คนจะเหยียบกันตายให้ได้
คนที่มาญี่ปุ่นใหม่ๆ ถ้ามาเปรี้ยวมานัดเพื่อนที่สถานีโตเกียวนี่ บอกได้เลยว่าสามารถหลงเอาได้ง่ายๆ
.
.
ชิงกันเซ็นอยู่ที่ชานชลาหมายเลข 14 – 23
ขบวนของพิมกับยุ่นชานชลาที่เท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ ต้องไปเช็คเอาจากหน้าจอ
.
.
.
.
.
ด้วยความที่ไปถึงสถานีโตเกียวเร็วว่าเวลาตั้ง 2 ชม. ก็เลยมีเวลาเดินชิลดูโน่นนี่
ลงบันไดเลื่อนจากตัวสถานีลงมา จะเจอกับที่ shopping และ cafe มากมาย
.
.
DEAN & DELUCA นี่เป็นร้านกาแฟดังในญี่ปุ่น…
จริงๆกาแฟก็งั้นๆนะ ขมๆแปลกๆ เคยดื่มเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้เลิกกาแฟถาวรแล้ว
แต่ที่บอกว่าดัง เพราะว่าร้านนี้เค้าทำ ECO-Bag ออกมาขายแล้วสาวๆญี่ปุ่นฮิตหิ้วกันมากๆ
วันนั้นไปถึงร้านก็เกือบสอยมาบ้างแล้ว แต่สุดท้ายก็ถอดใจ เพราะที่บ้านก็มีอยู่ตั้งหลายใบ
ถ้าซื้อมาอีกก็จะเอามารกบ้านเปล่าๆ (ชิ…ทำเป็นคิดได้ จริงๆแล้วขี้เกียจหอบขึ้นรถลงเรือไปด้วยก็บอกมาสิ!!!)
.
.
.
.
.
ร้านขายของฝาก…ละลานตามากๆ
ขนม และของดังจากทั่วประเทศมีขายที่นี่หมด
.
.
.
.
.
งืมมม แค่เห็นรูปก็น้ำลายไหลแล้ว…
.
.
เดินช้อปได้ขนมมาหนึ่งอย่างก็หา cafe นั่งฆ่าเวลา
.
.
.
.
.
นี่คือขนมที่ซื้อมา…ฮิๆ จะเอาไว้ทานกับชาตอนไปถึงโตยาม่า
.
.
.
.
.
ไม่ได้โม้นะ…เลิกกาแฟแล้วจริงๆ!!
.
.
.
.
.
เบเกอรี่ตอนเช้ายังไม่อิ่ม…ขอตบด้วยครัวซองท์อีกชิ้นแล้วกัน
จะชิ้นใหญ่ไปไหน!!! (แล้วหมดมั้ยล่ะ…แหมมมทำเป็นบ่น)
.
.
.
.
.
พอทานอิ่ม…ก็เดินซื้อเบนโตเพื่อเอาขึ้นไปทานระหว่างนั่งชิงกันเซ็น
ซื้อเสร็จก็ขึ้นมาดูว่ารอบรถชิงกันเซ็นของเราต้องขึ้นไปที่ชานชลาหมายเลขที่เท่าไหร่
.
.
นั่นเลย ชื่อขบวน โทะคิ (とき) หมายเลข 319…โอเช…ชานชลาหมายเลข 20 ตอน 11: 12 น.
.
.
.
.
.
เจอเพื่อนนนนน ทักทายกันเล็กน้อย
.
.
.
.
.
เป็นช้างต้องอดทน!!
.
.
.
.
.
ยังไม่ถึงเวลา…แต่ขึ้นไปรอเลยก็แล้วกัน
.
.
.
.
.
ขึ้นไปปุ๊บ…ลงมาปั๊บ เพราะลืมไปว่าอยากจะเข้าห้องน้ำ!!!
เลยได้ถ่ายรูปคู่มาเก็บไว้
.
.
.
.
.
ขึ้นมาอีกรอบ…
มองไปด้านซ้าย…
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด….ลายโปเกม่อนด้วยง่ะ
แล้วขบวนของเราล่ะจะมีมั้ยๆๆๆๆ
.
.
.
.
.
เย่ๆๆ ขบวนของเราก็มี!!!!
ยังงงงง!!! นี่ยังไม่ใช่ขบวนเราซักหน่อย
.
.
.
.
.
ตื่นเต้น…ถ่ายด้วยๆ (รูปนี้หน้าบานๆ)
.
.
.
.
.
ไม่มีคนแล้ว ช้างยุ่น อีกรูป เร็วเข้า!!! (อะไรจะเห่อ!!!!)
.
.
.
.
.
ขอรูปคู่ด้วยยยย…
ฮ่าๆ แต่หัวช้างยุ่นดันไปบังน้องปิ๊กกาจู้ง่ะ
.
.
.
.
.
มีช้างหนึ่งตัวสบายไปล้านอย่าง โฮะๆๆๆ
ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้านะ ถือไป!!!
.
.
.
.
.
โอ๊ะ…เจอแฝด
.
.
.
.
.
ภูมิใจในตัวเอง…ครั้งนี้โพสได้เหมือนมากกก ฮ่าๆๆ
คนงี้มองเพียบ…แต่ไม่เคยอายยอยู่แล้ววว…คนต่างชาติ…ทำไรแปลกๆไม่ผิดหรอก (เหรออออออ???)
.
.
.
.
.
ในที่สุดขบวนของเราก็มาถึงแล้ว…รีบถ่ายรูปเร็วเข้า เดี๋ยวต้องโดดขึ้นรถแล้วค่า
.
.
.
.
.
ฮ่าๆ ชุดคุณยายคนนี้แบบว่าเร้าใจมากๆ…ขอเน้นนะคะว่าเป็นรุ่นคุณยายอ่ะ
.
.
.
.
.
จับลูกสาวกับลูกชายถ่ายรูปคู่กับรถไฟชิงกันเซ็น
.
.
.
.
.
ฮิๆๆๆ ถ่ายรูปครอบครัวในวันที่ไม่มีขาตั้งกล้อง
.
.
.
.
.
ท้องฟ้าสดใสของโตเกียว ก่อนขึ้นรถไฟ
.
.
.
.
.
ขึ้นมาแล้วววววววววววววววววววว…กรี๊ดดดดดดดดดด
(เวอร์ไปละๆ)
.
.
.
.
.
น้ำตาจะร่วง…ฝันตั้งแต่ตอนม.2 เป็นจริงแล้วค่าาาาาาาาา
.
.
.
.
.
สวยแค่ด้านนอก…ฮ่าๆ ข้างในก็งั้นๆ ความรู้สึเหมือนรถทัวร์ไฮโซ
.
.
.
.
.
แต่ถึงยังไงก็ตื่นเต้นอยู่ดี
.
.
.
.
.
เล่น twitter ไปพลางๆ
.
.
.
.
.
อากาศข้างนอกดีสุดๆ
.
.
.
.
.
ฮ่าๆ…นั่งไปซักพัก…ท้องร้องอีกแล้ววววววววววว
.
.
.
.
.
กล่องนี้ของพิม…เดินเลือกอยู่นานมากกกกกก
ตื่นเต้นๆๆ อยากเปิดแล้ววววววววว จะน่ารัก น่าอร่อยเหมือนในรูปมั้ยนะ
.
.
.
.
.
ข้าวกล่องช้างยุ่นนี่ก็ดูไม่ธรรมดาาาาาา…น่าหร่อยๆ
.
.
.
.
.
ไข่ตุ๋นก็น่าทานนนนน
.
.
.
.
.
แต่ยังไงก็สู้ของพิมไม่ได้ ดูซะ!!! โฮะๆๆ สุดยอดง่ะ…มาดูใกล้ๆกันดีกว่า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ของหวาน
.
.
.
.
.

ของดังของเซนได
.
.
.
.
.
มีหูฉลามด้วยยยยย
.
.
.
.
.
มะเขือม่วงดอง…อร่อยสุดๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เยอะแยะมากหมายหลายช่อง…
แล้วหมดมั้ย…
จะเหลือหรอ…ราบบบบค่ะ!!!
.
.
.
.
.
ซูมให้กล่องช้างหน่อย…เดี๋ยวน้อยใจจจจจ
งืมมม ก็น่าทานไม่เบาาาาา (แต่ยังไงก็แพ้ของเค้านะ)
.
.
.
.
.
อิทะดาคิมัส…สุหรุ!!!
.
.
.
.
.
ง้ามมมมมมมมมมมมมมม
.
.
.
.
.
ก้อนเมฆน่ารักจัง
.
.
.
.
.
อิ๋ว กะชัยสนุกกันใหญ่
.
.
.
.
.
ลงจากชิงกันเซ็นแล้วค่า…
นั่งไป 1 ชม. ตอนนี้มาถึงสถานีเอจิโกะยูซาว่า (越後湯沢) จังหวัดนีงาตะ เพื่อต่อรถไฟไปโตยาม่า
.
.
.
.
.

คราวนี้ขึ้นขบวนชื่อ ฮาคุทากะ (はくたか)
วิ่งหน่อย…เวลางวดเข้ามาแล้ว
ไม่ค่อยชอบเวลาต่อรถแบบนี้เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้เวลาน้อยนิด…ยิ่งพวกเครื่องบินนี่ยิ่งหนัก
เคยต้องวิ่งแบบหน้าตาตื่นขึ้นเครื่อง เพราะ gate ที่ลงมา กับ gate ที่ต้องบินไป อยู่ห่างกันมาก
แล้วต้องไปต่อที่สนามบินนานาชาติของประเทศที่ไม่เคยไปมาก่อน
ปวดหัวมากๆ
แต่นี่เป็นรถไฟ…ดีหน่อย เพราะชานชลามันไม่ได้อยู่ไกลกันมาก
แต่ก็ให้เวลานิดเดียว แบบประมาณว่าไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องวิ่งเหมือนกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ขบวนนี้แหละค่า…ขึ้นโลดดดดดด
.
.
.
.
.
มุ่งหน้าไปตู้เบอร์ 4
.
.
.
.
.
มาถึงที่นั่งแล้ว
.
.
.
.
.
นั่งต่อไปอีกสองชม.
.
.
.
.
.

นั่งไป เม้าท์กันไป เล่น iPhone ไป สนุกสนาน…เวลาผ่านไปเร็วมาก
.
.
.
.
.
เย่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
หยัดเต๊ะไมริมาชิตะ!!!!!
มาถึงแล้วค่าาาาา
.
.
.
.
.
ขอบคุณนะคะคุณรถไฟ…ที่พามาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
.
.
.
.
.
ช้างต้องลากซุงขึ้นบันได…น่าสงสารจริงๆ ฮึบๆๆ สู้ๆนะช้างงงงยุ่นนน
.
.
.
.
.

เจอรถไฟหน้าตาน่ารักวิ่งผ่านมาพอดี…รถไฟที่ตจว.นี่น่าตาแปลกๆน่ารักเยอะมาก
เคยดูรายการหนึ่ง เค้าทำเกี่ยวกับเรื่องโอตากุที่บ้าคลั่งเกี่ยวกับเรื่องรถไฟในญี่ปุ่น
มีคนนึง…สุดยอดมาก…คือ เคยนั่งรถไฟมาแล้วทุกประเภท ทุกขบวนในญี่ปุ่น!!!!!!!!!!
ไม่ว่าจะเป็นชิงกันเซน(รถไฟหัวกระสุน ความเร็วสูง) เด็งฉะ(รถไฟฟ้า) เร็ทฉะ(รถไฟธรรมดา)
.
.
ที่ญี่ปุ่นจะมีพวกโอตากุที่คลั่ง หรือเชี่ยวชาญในเรื่องโน้นนี้นั้นเยอะแยะไปหมด
คนต่างชาติมักจะมี image แย่ๆเกี่ยวกับพวกโอตากุ
เพราะได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากการอ่านจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น
เนื่องจากในการ์ตูนมักจะเขียนอ้างถึงพวกโอตากุในมุมโรคจิตๆ ดูเป็นคนแปลกๆ เก็บตัว
เช่น พวกคลั่งการ์ตูนอะนิเมชั่น หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกแค่สั้นๆว่า “อะนิเมะ”
หรือโอตากุคลั่งการอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียก “มังง่ะ”
คือ…ในสมัยก่อน คำว่าโอตากุ อาจจะดูแรง และมีความหมายไปในเชิงลบ
แต่จากการสังเกตตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมา ทำให้ได้รู้ว่า โอตากุ ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
ปัจจุบันมีการใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น คือ รวมถึงพวกที่ คลั่งอะไรซักอย่างมากๆด้วย ง่ายๆคือ
พวกที่บอกว่าตัวเองเป็น…mania คลั่งการดู คลั่งการฟัง คลั่งการซื้อ หรือคลั่งการสะสมอะไรบางอย่าง
ก็สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นโอตากุได้แล้ว
.
.
.
อย่างในแล็บยุ่น มีเพื่อนนักวิจัยคนนึงเป็นพวกคลั่งรถไฟ ภาษาญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า
เทะทซึโดโอตากุ (鉄道オタク)
ซึ่งจะใช้เวลาว่างของตัวเองทั้งหมดไปหมกมุ่นอยู่กับการสะสมโมเดลรถไฟ อะไรที่เกี่ยวกับรถไฟนี่แกซื้อหมด
และ…ท่องตารารถไฟทั่วประเทศ!!!
อย่างถ้าอยากจะรู้ว่า จากสถานีหน้าบ้านพิม ไปฮ็อกไกโด ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุดนี่แกสามารถบอกได้เลยว่า
ต้องขึ้นรถไฟตอนกี่โมง ต่อสายไหน ไปยังไง…
.
.
.
จริงๆก็ไม่ใช่ว่าจะบ้าคลั่งจำกันไปแบบไร้ความหมายนะคะ เพราะเค้าก็จะมีการแข่งขันกันระหว่างพวกโอตากุด้วย
จริงๆก็น่าจะคล้ายกับแฟนพันธุ์แท้บ้านเราน่ะแหละ เพียงแต่เหนือชั้นกว่าหน่อย
.
.
.
ที่เสียบตั๋วออกยังเป็นระบบยื่นให้พนักงานสถานีอยู่เลย
แสดงถึงความไกลปืนเที่ยง
แต่ดีนะ…ดูไม่เย็นชา…คือได้มีปฎิสัมพันธ์กับผู้คนบ้าง
อะไรที่เป็นอัตโนมัติมากๆก็ไม่ไหว อย่างที่โตเกียวนี่ผู้คนเย็นชา ไม่มีใครยุ่งกับใคร
อย่ามาทำอะไรชักช้าน่ารำคาญ ทุกชีวิตดูเร่งรีบ
ยิ่งได้มาตจว.อย่างนี้ ยิ่งเห็นความแตกต่าง
.
.
.
.
.
ออกมาแล้ว นอกสถานี
และตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ก็คือโรงแรมที่จะใช้ไว้ซุกหัวนอนตลอดทริปนี้
ฮ่าๆ อะไรจะวิเศษ ไม่ต้องเดินไกล ออกมาจากสถานีก็ถึงโรงแรมเลย
.
.
.
ช้างยุ่นบอกว่า นี่คือสาเหตุนึงที่เลือกมาโดยรถไฟ
คือจริงๆแล้ว นักวิจัยคนอื่นในแล็บ เค้ามาโดยเครื่องบินกันหมด เพราะเดินทางแค่ชม.เดียว
แต่ยุ่นบอกว่า พวกนั้นอาจจะลืมคิดไปหน่อยรึเปล่า ว่าไหนจะต้องนั่งรถทัวร์ หรือรถไฟไปสนามบินฮาเนดะ
ต้องไปก่อนเวลาเครื่องออกเป็นชม.ๆ แถมพอลงจากเครื่องก็เสียเวลารอรับกระเป๋า แล้วก็ต้องนั่งรถเมล์เข้ามาในตัวเมืองโตยาม่าอีก
มารถไฟแบบพิมกับยุ่นนี่ อาจจะลำบากตอนต่อรถไฟ แต่สะดวกมากๆคือรถไฟมาเกยอยู่หน้าโรงแรมเลย
แถมได้ชมวิวสวยๆตลอดทาง
อยู่บนเครื่องบินจะเห็นอะร้ายยยยย…ฮิๆๆ
.
.
.
.
.
ถ่ายรูปกับหน้าสถานีเวอร์ชั่นขี้เกียจเดินไปใกล้ๆ เพราะแดดแรงมากๆ อยากรีบไปโรงแรมแล้ว
.
.
.
.
.
ออกมาจากสถานี ทางด้านซ้ายมือใกล้ๆกัน (คือจริงๆแล้วมันก็อยู่ติดกับสถานีเลยแหละ) มีห้างขนาดใหญ่ ชื่อ Marier
พิมรีบเล็งไว้เลย เพราะวันพรุ่งนี้ที่ช้างยุ่นไปทำงาน พิมจะมาสิงอยู่ที่นี่แหละ
ลูกสาวคูแม่แมวน้ำซะอย่าง…ฮ่าๆ วิญญาณผีช้อปปิ้งตามห้างสิงได้ทุกเมื่อ…
สามารถเดินห้างได้เป็นวันๆ ทุกร้าน ทุกชั้น ทุกแผนก เดินได้ไม่มีเบื่อ
.
.
.
.
.
มัวแต่ถ่ายรูปให้ภรรยา…ปล่อยกล้องได้แล้ว เค้าถ่ายให้บ้าง!!!
.
.
.
.
.
แค่ข้ามไฟแดง 2 ไฟแดง…ก็ถึงโรงแรมแล้ว สะดวกจริงๆ!!
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ถึงโรงแรมแล้วจ้าาาาาา…
นั่งพักเหนื่อยกันแป๊บนึง ตากแอร์เย็นฉ่ำ จิบชาเขียว พร้อมกับทานขนมที่ซื้อมา!!!!
แกะเลยๆๆๆ
.
.
.
.
.
package สินค้าของญี่ปุ่นนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง…เนี้ยบตลอด
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ฮ่าๆๆ มันคือ คุ้กกี้ค่าาาาาาาา….อาจจะดูธรรมดา แต่รสชาติเยี่ยมมากๆ
เข้ากับชาเขียวร้อนสุดๆ อร่อยๆ
ตอนแรกกะว่าจะเอาไว้ทานตอนเช้าของทุกวันกับชาร้อน
แต่พอเปิดกล่องปุ๊บ…
แร้งก็ลงกันสองตัว…จนราบบบบบบบบบบบบบบบบ -_-’
.
.
.
จากนั้นก็อาบน้ำให้สดชื่น แล้วก็ลงไปเดินเล่น และตระเวณหาร้านอาหารกัน หิวแล้วๆๆ
.
.
.
ท้องฟ้าสดใสมากกกกกกกกกกกกก
.
.
.
.
.
เมืองเค้ามีรถรางด้วยน้า…สีชมพูซะด้วย น่ารักที่สุด
พรุ่งนี้ช้างยุ่นก็ต้องนั่งรถรางไปประชุมที่มหาวิทยาลัยโตยาม่า
เห็นยุ่นบอกว่า 200 เยน ตลอดสาย
.
.
.
.
.
ฮ่าๆ หน้าตาน่ารักสุดๆ ดูเป็นกุลสตรีมากมาย
.
.
.
.
.
เห็นรูปปั้นอย่างงี้แล้วทนไม่ได้จริงๆ ต้องขอเข้าไปมีส่วนร่วมนิดนึง
.
.
.
.
.
ช้างยุ่นงี้ตัวดีเลยอ่ะ เวลาเห็นอะไรโรคๆแล้วชอบไล่ให้ไปถ่ายรูปด้วย -_-’
ถ่ายรูปไปก็หัวเราะตัวอ่อนตัวงอไป…เฮ้อ จะบ้าตาย
ไม่หรอก…จริงๆแล้วพิมนี่ตัวชอบเลย ประหลาดดี ฮ่าๆ ชอบๆ
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเวอร์ชั่นทำท่าทางเลียนแบบมากกว่า
แต่บางทีก็แอบกลัวนะ
ว่าไอ้ที่ไปทำท่าทางล้อเลียนเค้านี่ คือเป็นสิ่งสำคัญ หรือเคารพบูชาของประเทศเค้ารึเปล่า
กลัวโดนรุมยำเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นก่อนถ่ายรูปทุกครั้ง ก็จะพยายามพิจารณา หรือไม่ก็รีบถ่ายอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหนีไป ฮิๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ออกมาจากโรงแรม…เดินวนไปเวียนมาก็ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจ…
ก็เลยบอกช้างยุ่นว่า ลองเดินไปหลังโรงแรมกันมั้ย
แล้วก็…บิงโก!!!!!! ในที่สุดก็เจอร้านนึง…ดูเล็กๆ แต่อบอุ่น…ดูจากหน้าร้านแล้วไม่น่าจะผิดหวัง
.
.
.
.
.
เตรียมตัวเช็ดน้ำลายกันได้แล้วนะค้าาา…ฮิๆๆ
.
.
.
.
.
น้ำชาในแก้วเบียร์
จริงๆนะ ไม่ได้โม้…เลิกดื่มกาแฟแล้ว…โปรเจคต่อไปคือเลิกเหล้าเบียร์
ฮ่าๆ ต้องทำให้ได้ เพราะจะได้จวกคนที่อยู่ข้างๆให้เลิกให้ได้!!!
เท่ห์จะตาย…เข้าร้านเหล้า แล้วสั่งน้ำชา
.
.
.
.
.
กุ้งญี่ปุ่นไม่แพ้ๆๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

คนญี่ปุ่นนี่โชคไม่ดีอย่างคนไทยที่มีน้ำจิ้มทะเลรสเด็ด
เมื่อกี๊ตอนทานกุ้งนี่กรี๊ดมากๆ คือเนื้อกุ้งแน่นมาก สดสุดๆ
เสียอย่างเดียว…น่าจะมีน้ำจิ้มทะเล
ทานไปก็บ่นให้ช้างยุ่นฟังไป
.
.
บนโต๊ะอาหารนี่มีแต่โชหยุวางอยู่…ซึ่งเค้าก็ไม่ได้เอาไว้จิ้มเนื้อกุ้งเนื้อปลาเนื้อหอยแต่อย่างใด
แต่เอาไว้ทานกับซาชิมิ
.
.
อาหารส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นนี่จะไม่ค่อยมีน้ำจิ้มอะไรเหมือนบ้านเรา
คือเค้าจะให้ความสำคัญกับรสชาติดั้งเดิมของอาหารมากๆ
คือพยายามปรุงแต่งรสชาติให้น้อยที่สุด
อย่างมากก็อาจจะแค่มีเกลือให้จิ้ม
.
.
.
.
.
เมนูแรก…เป็นของดังของโตยาม่าเลย
ชื่อ เก็งเกะคาระอะเกะ
บีบมะนาวให้ทั่ว…แล้วก็จิ้มเกลือ
เก็งเกะ นี่คือชื่อของปลา
เนื้อปลานุ่มมากๆ แทบจะละลายในปาก…
.
.
.
.
.
ต่อไป…ซาชิมิ โมริอาวาเสะ (โมริอาวาเสะ…แปลว่า จานรวม)
จานนี้นี่…ตอนแรกพิมบอกช้างยุ่นว่า ขอบาย…เพราะไม่ชอบปลาดิบ
ตั้งแต่มาญี่ปุ่นนี่เคยทานอยู่แค่ไม่กี่ครั้ง
ซึ่งทั้งหมดเป็นการทานในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเลี่ยงได้
เช่นไปทานข้าวกับเจ้านายคนญี่ปุ่นของยุ่น หรือคุณพ่อชาวญี่ปุ่นของเพื่อน
เค้ายื่นให้ ก็ต้องกลั้นใจทาน
.
.
.
คือพิมไม่ไหวกับพวกของดิบๆ มันจินตนาการโรคจิตไปต่างๆนานา ฮ่าๆ
เช่นแบบ…กลัวมันจะเข้าไปแหวกว่ายต่อในกระเพาะเรา…(เฮ้อ…จิตมากๆอ่ะ)
แล้วอีกสาเหตุนึงที่สำคัญคือ กลิ่นมันจะคาวๆ แหวะๆ ไม่ไหวๆ
.
.
.
แต่จานนี้นี่…ช้างยุ่นการันตี บอกว่าดูสดน่าอร่อยมากๆ
และรับรองว่าไม่คาวเหมือนที่โตเกียวแน่นอน…เพราะนี่เมืองทะเล
.
.
.
คะยั้นคะยออยู่ซักพัก เลยลองดู
.
.
.
พอลองทานดูเท่านั้นแหละ…โอ้ววว…เปลี่ยนโลกเลยค่ะ
มันอร่อยมากๆ
เนื้อแน่น…ไม่คาว อร่อยยยยยยยยยยย!!!!!!!
พิมเลยกวาดคนเดียวแทบจะราบ
ช้างยุ่นได้แต่มองตาปริบๆด้วยความมึนงง…
.
.
.
.
.
ดูสิ…น้องกุ้งน่ารักมั้ยคะ
.
.
.
.
.
มีเปลือกหอยตกแต่งจานมาด้วย
.
.
.
.
.
โฮะๆๆ
.
.
.
.
.
สั่งซุปมาซดให้คล่องคอหน่อย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
โว้ววววว
.
.
.
.
.
เนื้อแน่น กล้ามโต๊โต
.
.
.
.
.
แงะๆแคะๆ…อร่อยที่สูดดดดดดดดด
.
.
.
.
.
ของเค้าสดจริงๆ!!!
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
จุดนี้ต้องเปิบด้วยมือเท่านั้น!!
.
.
.
.
.
ปลาย่างเกลือ
.
.
.
.
.
เหลือแต่กระดอง
(ทำไมต้องทำหน้าโหดด้วยล่ะคุณปู…)
.
.
.
.
.
วันนี้ทานแบบผู้ดี…คือไม่ได้อิ่มพุงกางแทบจะต้องกลิ้งขึ้นโรงแรม
จริงๆแล้วไม่ได้อยากจะเป็นผู้ดีอะไรกันหรอก แต่ว่าพรุ่งนี้คุณช้างยุ่นมี present สำคัญ เลยต้องรีบกลับมาซ้อมพรีเซนต์
แล้วก็ต้องรักษาร่างกายด้วย เดี๋ยวไปอาหารเป็นพิษ ท้องเสียท้องร่วง ไม่สบายขึ้นมาแล้วจะเศร้า
.
.
.
.
.
ก่อนขึ้นห้อง เดินข้ามถนนไปแวะคอนบินี่ (ร้านสะดวกซื้อ) แถวโรงแรม ซื้อน้ำ และคัพนู้ดเดิ้ล ฮ่าๆ เผื่อหิวกลางดึก
.
.
.
.
.
ถึงโรงแรมแล้ว…อิ่มง่วงมากๆ แต่ยังนอนไม่ได้
เพราะว่าต้องเป็น coach ซ้อมพรีเซนต์ให้ช้างยุ่น
.
.
.
พรุ่งนี้คุณช้างต้องพรีเซนต์สิบนาที แล้วฮีเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง…คือเค้าบอกสิบนาที ก็ต้องซ้อมให้ได้สิบนาที
ช้างยุ่นอ้างว่า คนญี่ปุ่นเค้า concern เรื่องเวลามากๆ
ก็รู้…ว่าเค้าให้ความสำคัญเรื่องเวลา…จริงๆก็ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นหรอก มันก็แทบทุกชาติน่ะแหละ
แล้วก็เป็นเรื่องดี ที่เราเป็นคนรักษาเวลา
.
.
.
แต่เกินมาแค่สิบกว่าวิ…แหม มันจะอะไรนักหนา…หึ่ยยยย
.
.
.
คือพิมนี่ช่วยซ้อมพรีเซนต์ให้ยุ่นมาตั้งแต่สมัยเรียนโทโน่นนนนน…ยันจบเอก
ตอนอยู่ไทย ก็ออนไลน์ซ้อมข้ามประเทศ ไม่ได้หลับได้นอน
.
.
.
ความโรคจิตเรื่องเวลาต้องเป๊ะๆนี่เป็นมาตั้งแต่สมัยโน้น จริงๆแล้วพูดได้โอเคตั้งนานแล้ว
แต่เวลาเลยไปแค่สิบห้าวิ ก็ต้องซ้อมๆๆ จนได้เวลาเป๊ะๆ
สรุปว่าพี่เค้าซ้อมไปไม่รู้กี่สิบรอบ
.
.
.
ไอ้คนฟังนี่ฟังจนแทบจะพูดแทนได้
.
.
ซ้อมกันถึงเกือบๆห้าทุ่มก็เข้านอน…เป็นอันหมดหนึ่งวันที่โตยาม่า
.
.
.
.
.
โฮกกกก เป็นบล็อกที่ถึกมากกกกกกกกกกกกกกก
นี่เพิ่งจะจบไปแค่วันแรกงั้นหรอ
ฮ่วยยยย…เหลืออีกตั้งสามวัน เดี๋ยวค่อยๆทะยอยอัพก็แล้วกันเนาะ
We love sushi!!!
วันนี้วันเสาร์ แต่ยุ่นต้องไปoffice
.
.
.
เพราะวันจันทร์มี conference ในประเทศที่ตจว. ก็เลยต้องเตรียม present วุ่นวายทลายป่วง
.
.
.
วันนี้เราสองคนเลยไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนกัน
.
.
.
แต่ตอนเย็นก็ไปเจอกันที่ร้านซูชิแถวบ้าน
.
.
.
วันนี้โชคดี รอไม่ถึง10 นาทีก็ได้ทานแล้ว
.
.
.
ทานกันจนท้องบาน
.
.
.
.
.
.
แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีไอติมเย็นๆอีกแท่งล้างปาก
เกี่ยวแขนกันเดินกลับบ้านสบายใจ…
YOSAKOI (โยะซะโคะอิ)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พิมกับยุ่นไปดูประกวดเต้น yosakoi ที่หน้า NHK ตรงชิบุย่ามาค่ะ
.
.
.
.
.
ใครยังไม่เคยรู้จักว่า yosakoi คืออะไรยังไง ลองเข้าไปอ่านในนี้นะคะ (ประวัติโดยย่อ)
มีประวัติโดยย่อเป็นภาษาไทยที่พอจะช่วยให้ทำความรู้จักกับ yosakoi ได้ดีในระดับนึง
.
.
.
.
.
มีไฟล์วิดีโอมาฝากด้วย 2 ไฟล์ เผื่อว่าจะช่วยให้เห็นภาพมาขึ้นนะคะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
คนที่มาร่วมขบวนเต้น yosakoi นี่ ถ้าสังเกตดูดีๆจะมีทุกวัยเลยนะคะ ตั้งแต่เด็กน้อยตัวจิ๋วๆสามสี่ขวบ
ไปจนถึงรุ่นคุณย่าคุณยายโน่นเลย
.
.
.
.
.
หรือเผลอๆอาจจะเป็นคุณทวด!!!
คือคนแก่ๆในประเทศนี้เราจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะเห็นมาหลายคนแล้ว
ที่ดูเหมือนเจ็ดสิบ แต่อายุจริงนี่ปาเข้าไปเกือบร้อย
.
.
.
.
.
ยิ่งเห็นคุณยายชาวญี่ปุ่นมากระโดดโลดเต้นขนาดนี้นี่ยิ่งเป็นการช่วยตอกย้ำในความแข็งแรงของคนประเทศนี้
.
.
.
.
.
คือต้องแข็งแรงจริงๆนะคะ ไม่งั้นมาร่วมขบวน dance กระจุยอย่างงี้ไม่ได้แน่ๆ
.
.
.
.
.
จะบอกว่า นี่เค้าไม่ได้เริ่มเต้นกันตรงหน้า NHK นะคะ แต่ว่าจุดที่กรรมการนั่งให้คะแนนนี่อยู่ตรงนี้ พิมกับยุ่นก็เลยตั้งป้อมดูมันตรงนี้
เพราะคิดว่า จุดที่ให้คะแนนนี่แหละ ทุกคนต้องเต้นกันแบบสะบัด และเต็มที่ที่สุด
แต่จริงๆแล้วเค้าเต้นกันมาตั้งแต่โน่นนน….โอโมเตะซันโดะ เรื่อยมา ผ่านฮาราจุกุ แล้วก็มาสิ้นสุดการเต้นที่หน้า NHK
.
.
.
.
.
ปีหน้าถ้าไม่ติดอะไรนี่จะต้องมาดูอีกแน่นอน…คราวนี้จะไปดูตั้งแต่ต้นขบวนโน่นเลย
.
.
.
.
.
พอดู yosakoi เสร็จ ก็เดินมาปฎิบัติการอุกอาจเปลี่ยนค่ายมือถือกันที่ชิบุย่าต่อ
.
.
.
.
.
รอมานาน…
.
.
.
.
.
จดๆจ้องๆมาหลายเดือน
.
.
.
.
.
และในที่สุด…
.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ไอ่นิล กับแม่มะลิแห่งค่าย softbank ก็มาอยู่ในมืออวบๆของพิมและยุ่นนนนนนนนน

(แม่มะลิ สีขาว ของพิม ไอ่นิล สีดำ ของยุ่น)
.
.
.
.
.
และแม่มะลิ กับไอ่นิลนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุของการดอง blog มาซะเกือบจะหนึ่งอาทิตย์เต็ม
.
.
.
.
.
ฮ่าๆๆๆ…ไม่รู้เรียกเบอร์ห้า บ้าเห่อรึเปล่า แต่ติดกันหนึบหนับ
.
.
.
.
.
ตั้งแต่มีแม่มะลิในครอบครองนี่ ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น สนุกขึ้น และมีสีสันขึ้นทันตาเห็น
.
.
.
.
.
จากเดิม…จะส่ง message หายุ่นทีนี่เพลียมากๆ
คือต้องบอกก่อนว่า มือถือเก่าของค่าย au นี่ เวลาจะส่ง msg หากันนี่มีอยู่สองระบบให้เลือกส่ง
คือส่งแบบ e-mail หรือ c-mail
ข้อดีของ e-mail ก็คือส่งได้ยาวเหยียด แต่เสียงตังค์ ในขณะที่ข้อดีของ c-mail คือ ฟรี แต่ส่งได้สั้นมากๆ
.
.
.
.
.
แน่นอน…เวลาพิมจะส่งข้อความหายุ่น ก็ต้องเลือก c-mail เพราะ ฟอ รอ อี ฟรี!!
แต่มันเพลียยยยย…เพราะต้องส่งไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะพูดสิ่งที่ต้องการจะบอกอย่างครบถ้วน
.
.
.
.
.
แถมกว่าจะส่งได้แต่ละครั้งนี่ก็ไม่รู้ต้องกดกี่ปุ่ม
กดปุ่มรูปซองจดหมาย >> กดเลือกว่าจะส่งด้วย c-mail>> กดเลือกเขียนข้อความใหม่ >>
เขียนข้อความ >> กดปุ่มกลับมาหน้ากลาง>> กดปุ่มเพื่อใส่ชื่อคนรับ>> กดปุ่มกลับมาหน้ากลาง>>
กดปุ่มเขียน title>> กดปุ่มกลับมาหน้ากลาง>> และกดปุ่มส่ง!!!
.
.
.
.
.
ปาดเหงื่อสิบที แล้วทำซ้ำเรื่อยไปจนกว่าจะส่งครบทุกข้อความ
.
.
.
.
.
แต่ตั้งแต่มีแม่มะลิ ชีวิตก็ง่ายขึ้นนนนนนนน
.
.
.
.
.
ก็แค่ touch โปรแกรม msg
เลือกชื่อคนที่เราจะส่งถึง
แล้วก็พิมพ์ข้อความ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนน่าตกใจ
.
.
.
.
.
บางคน (โดยเฉพาะสาวก Blackberry) อาจจะบอกว่า ไม่น่าจะเร็ว
เพราะพิมพ์ด้วยระบบสัมผัสหน้าจานี่น่าจะช้าไม่เบา
.
.
.
.
.
แรกๆก็ยอมรับว่ามันก็ช้าจริงๆแหละ แต่นั่นเป็นเพราะยังไม่ชิน
นี่ผ่านมาเกือบอาทิตย์ ชินมากขึ้น ก็พิมพ์เร็วขึ้นเรื่อยๆ
และคาดว่าถ้าใช้ต่อไปนานๆก็น่าจะเร็วขึ้นได้อีกกก โฮะๆๆ
.
.
.
.
.
.
อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ msg หายุ่นได้อย่างจุใจ…วันๆนึงน่าจะเกินสามสิบข้อความ
แล้วถ้ารวมข้อความที่ส่งหาผ่าน twitter ด้วยละก็ อาจจะถึงห้าสิบ หรือหกสิบข้อความเลยก็ว่าได้
มีความสุขจีๆ ^_^
.
.
.
.
.
นอกจากนี้แม่มะลิยังทำตัวเป็นประโยชน์อีกหลายอย่าง
(นอกเหนือจากการ check ความเคลื่อนไหวของผู้คนใน twitter และ facebook)
อาทิ
.
.
.
.
.
ช่วยพกเสียงเพลงมาอยู่ในครัว
คือปกติต้องเปิดฟังเพลงจากในห้องนั่งเล่น แล้วเปิดเสียงให้ดังๆเพื่อให้ลอดมาถึงในครัว
คือก็ได้ยินชัดอยู่นะ…แต่ก็กังวลทุกครั้งว่าเพื่อนบ้านจะมาเคาะห้องให้ช่วยเบาเพลงเมื่อไหร่
.
.
.
.
.
คาราโอเกะ ทุกที่ ทุกเวลา
สำหรับคนบ้าการร้องเกะอย่างพิมแล้ว iPhone คือเทพ!!!
ตอนอาบน้ำ ตอนแต่งตัว หรือก่อนนอน (ตอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียง)
.
.
.
.
.
.
โปรแกรม maps และ compass
ที่จะช่วยทำให้การเดินทางไปไหนมาไหนในญี่ปุ่นจากนี้ไปของพิมกับยุ่นง่ายลงเป็นกอง
.
.
ยุ่นถึงขั้นบอกว่า แค่มีโปรแกรมนี้อย่างเดียวก็ถือว่าคุ้มแล้วที่ซื้อ iPhone
.
.
คือยุ่นนี่เป็นคนที่เตรียมตัวดีมากๆเวลาจะเดินทางไปไหน
(เอ๊ะ…ใครกันนะที่ทำให้ยุ่นกลายเป็นพ่อละเอียดศักดิ์น่ะ??)
.
.
ไม่ว่าสถานที่ที่จะไปนี่ จะใกล้บ้านสุดๆแบบแค่สองสามสถานี แล้วเดินอีกนิดหน่อย หรือไกลๆชนิดแทบจะออกจากโตเกียว
ถ้าไม่เคยไปมาก่อน…พี่ยุ่นเค้าจะต้อง print แผนที่ออกมาแบบละเอียดยิบๆๆ
แล้วก็ทำการบ้านอย่างดี ว่าต้องเลี้ยวซ้าย หรือขวา ตรงไหนอะไรยังไง
.
.
ซึ่งการทำแบบนี้ ช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางมากๆ
.
.
เวลาเดินทางไปไหนกับยุ่นนี่ไม่เคยหงุดหงิด หรือหลงทาง
.
.
แต่มันก็น่ารำคาญใจที่ต้องพก print-out ขนาด A4 หลายใบไปด้วยตลอดเวลา
.
.
แต่ว่า ต่อจากนี้ไป มีแม่มะลิ กับไอ่นิลแล้ว…ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
.
.
แผนที่ของญี่ปุ่นนี่สุดยอดมาก คือมันละเอียดดดดดดดยิบซะยิ่งกว่าอะไรดี
ของเมืองไทยไม่รู้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว
.
.
และการมีเข็มทิศก็ช่วยทำให้เรารู้ว่า ตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าไปที่จุดไหนของแผนที่
.
.
และก็ยังมีอื่นๆอีกมากมาย อย่างตอนนี้ก็กำลังโหลด series ญี่ปุ่น เกาหลี ลงเครื่อง
ไว้ดูตอนนั่งอยู่บนรถไฟ
แล้วก็โหลด application ดีๆมีประโยชน์ และเกมหนุกๆอีกมากมายมาเล่น
.
.
.
.
.
และก็โหลด wordpress สำหรับ iPhone ไว้เรียบร้อยแล้ว
ฮ่าๆ ไว้บางที คงจะได้อัพ blog แบบ real time ผ่านแม่มะลิบ้าง
โซบะ+อียิปต์โตริโน+ทาโกะยากิ@อูเอโนะ^_^
วันเดทประจำสัปดาห์มาถึงแล้ววววว…ฮูเร่ๆๆๆ ^_^
.
.
.
.
.
วันนี้ออกจากบ้านกันแต่เช้า
.
.
.
.
.
แหะๆ…จริงๆก็ไม่ได้เช้าเชิ้วอะไรหรอกค่า แค่เช้ากว่าปกติเท่านั้นเอง คือปกติจะออกกันหลังเที่ยง แต่วันนี้ 10 โมงก็ล้อหมุนละ^^
.
.
.
.
.
ที่ต้องออกเช้า เพราะจุดหมายปลายทางของวันนี้คือ “อูเอโนะ” ซึ่งใช้เวลาแบบ door-to-door ประมาณ 1 ชม.ได้
.
.
.
.
.
แถมวันนี้มีโปรแกรมไปทำโน่นนี่นั่นหลายอย่าง เริ่มจากทานโซบะเจ้าประจำ ไปดูนิทรรศการอียิปต์โตริโน เดินเล่นร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า เดินซุปเปอร์ขายของเอเชียที่ตลาดอาเมะโยโกะ แล้วก็ต้องกลับมาหาซื้อนาฬิกาปลุกเรือนใหม่ + ข้าวหอมมะลิที่ชิบุย่าอีก…แฮ่กกก เหนื่อยโฮกแน่ๆวันนี้
.
.
.
.
.
ดูจากโปรแกรมแล้ว…ถ้าวันนี้ไม่รีบออก อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการกลับมาซื้อข้าวที่ชิบุย่าไม่ทัน เพราะว่าแค่สองทุ่มครึ่งร้านขายข้าวก็ปิดละ -*-
.
.
.
.
.
แล้ววันนี้จะพลาดการซื้อข้าวไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะได้ให้ช้างลากกลับบ้าน!!! ฮิๆๆๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปแบกกลับมาเอง
อุตส่าห์ผลัดมาตั้งหลายอาทิตย์ พลาดไม่ได้ๆๆ!!!
.
.
.
.
.
ในที่สุดก็ได้ขุดเสื้อตัวใหม่ของ Lowrys farm ที่ถอยมาตั้งแต่ summer sales มาใส่ซะที
นึกว่าจะต้องรอเก็บไว้ใส่ summer หน้าซะแล้ว เพราะตอนนี้อากาศเริ่มร้อนน้อยลงเรื่อยๆ
เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นาน ลมแรกลองอากิจะใกล้มาเยือนแล้วววว
ปล. เสื้อตัวนี้บาร์นนี่เป็นคนซื้อให้ด้วยน้าาาา…>_<…เลือกของเก่งจีๆ
.
.
.
.
.
หิววววววววแล้วๆๆ…วิ่งจากหน้าบ้านไปเลยน้าาาาาา
.
.
.
.
.
route เดิมมม…จากบ้านมาชิบุย่า
.
.
.
.
.
วันนี้จะขึ้น Ginza Line ไปลง อูเอโนะ ก็ตามตัว G สีส้มๆไป
.
.
.
.
.
แต่หิวมากๆ ท้องร้องจ้อกๆ อีกตั้งนานกว่าจะไปถึงร้านโซบะ
ผ่านร้าน Kobeya Kitchen เลยอดใจไม่ไหว
กระตุกเสื้อบาร์นนี่ พร้อมสั่งการว่า…
“บาร์น!!!! พุ่งตัวเข้าไปเรยยยย”
.
.
.
.
.
ตอนแรกเกือบจะซัดโฮกที่นี่แล้ว แต่บาร์นนี่เตือนไว้ว่า อย่าลืมว่าเรากำลังจะไปโดนของอร่อยกัน ท่องไว้ๆ โซบะเทพๆๆ
เลยสั่งแค่พอรองท้อง…บาร์นนี่กาแฟเย็น ส่วนเบ็ตตี้ชาดาร์จีลิ่ง โฮะๆๆ เค้าเลิกกาแฟได้แล้วววว
อยากบอกว่าแป้งพัฟอร่อยมากกกกกกกกกกกกกก…แต่…ก็นะ ยังไงก็ยังหร่อยสู้ Puff&Pie ของการบินไทยไม่ได้อยู่ดี
.
.
.
.
.
ท้องหายร้องก็ออกเดินทางต่อ
.
.
.
.
.
ขึ้นที่ชิบุย่าทีไรได้นั่งทู้กที…แหะๆๆ…ก็มันต้นสายหนิ :p
.
.
.
.
.
มาถึงแล้วววววววว
.
.
.
.
.
บนสถานี
.
.
.
.
.
มี Hard Rock Cafe ด้วยยยยยยย…
.
.
.
.
.
จะไปร้านโซบะต้องออก Exit นี้…Hirokoji Exit
.
.
.
.
.
ออกมาเจอกาแฟยี่ห้อโปรดบาร์นี่
กะจะเปิดให้ดื่มซะหน่อย แต่ฝาเปิดยากจนต้องถอดใจเดินผ่านปายยย กักๆๆ
.
.
.
.
.
เดี๋ยวข้ามถนนด้านหลังไป แล้วยิงตรงไปถึงร้านโซบะเลยยยย
.
.
.
.
.
เดี๋ยวข้ามถนนไปแล้ว ก็จะเข้าซอยที่อยู่ระหว่างตึกสูงสองตึก
.
.
.
.
.
เย่…ถึงแล้ววววววววววววว…ร้านด้านขวามือนั่นแล ร้านอูเอโนะยาบุโซบะ
ขอโฆษณาก่อนว่า ร้านนี้เด็ดมากๆ คอโซบะไม่ควรพลาดดดด
คือนอกจากรสชาติที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือน้ำซุปโซบะของร้านนี้
ใส่เปลืองส้มยูสุทำให้น้ำซุปหอมอร่อย แถมเส้นโซบะก็นวดออกมาได้นุ่มมมมมมมมมสุดยอดมากๆ
และ…ที่สำคัญที่สุดที่จะลืมโฆษณาไม่ได้ก็คือ…ร้านนีเปิดมาตั้งแต่โน่นนนนน ปี 1892
.
.
.
.
.
มีผลิตภัณฑ์ของร้านขายไว้ตรงหน้าร้านเลย ประมาณว่าถ้าทานเสร็จแล้วติดใจก็ซื้อกลับไปทำเองที่บ้านได้
.
.
.
.
.
ยืนต่อคิวรอแป๊บนึงก็ได้ที่นั่ง…
งงเหมือนกันว่าทำไมวันนี้เร็วววว
.
.
.
.
.
สั่งเรยๆๆๆๆ
จุดนี้บาร์นนี่รู้ใจ ไม่ต้องบอกก็สามารถสั่งให้ภรรยาได้ โฮะๆๆ เริ่ดที่สุด
.
.
.
.
.
น้ำเปล่ามาก่อนนนน
อ้อ…ถ้าอยากจะสั่งน้ำเปล่าที่ญี่ปุ่นให้พูดว่า “โอะเฮี่ยะกุดาไซ” นะคะ
.
.
.
.
.
โต๊ะจะเล็กและแคบไปไหนนนน
.
.
.
.
.
โฮะๆๆๆ ของเค้ามาแล้วววววววววววววววววว!!!!
กุ้งญี่ปุ่นไม่แพ้…ทานได้อย่างสบายใจ ^_^
.
.
.
.
.
คริๆๆ ซูมใกล้ๆ…เห็นเปลืองส้มม้ายยยยยยยยยยยยยยยย
.
.
.
.
.
ของคุณสามีเป็นเซ็ทซารุโซบะ
.
.
.
.
.
ทานแล้วนะค้าาาา…อิทาดาคิมาสสสสสสสสสส(สุหรุ…ฮิๆๆๆ)
.
.
.
.
.
อร่อยมากๆๆจนอยากจะร้องไห้ รสชาติที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังงง T_T เลิฟยูนะ จุ๊บๆๆ
น้ำซุปก็ร้อนจัดๆ…ฮ่าๆ คิดถึงคุณแม่กะคุณพ่อมากๆ เพราะเค้าชอบซดน้ำแกงที่ร้อนแบบจัดๆกัน
ใครมีโอกาสมาเที่ยวอูเอโนะ…แล้วถ้าคลั่งโซบะ…แนะนำนะคะ
.
.
.
.
.
ซารุโซบะของบาร์นนี่ก็น่าหม่ำมากๆๆๆ…
.
.
.
.
.
อิ่มแล้ววววว พร้อมมุ่งหน้าไปพิพิธภัณฑ์
แต่ขอถ่ายรูปกับหน้าร้านไว้เป็นที่ระลึกหน่อย เผื่อมีคนอยากไป จะได้พอจำหน้าตาได้
.
.
.
.
.
นี่ๆๆ ไม่ได้โม้นะ เปิดมาตั้งแต่ปี 1892 จีๆ
.
.
.
.
.
เดินมาหน่อยเจอแฝดดดด!!!!
บาร์นนี่เลยบอกให้รีบเข้าไปถ่ายรูปคู่กันเก็บไว้
คนเดินผ่านไปมาเยอะแยะนี่ไม่เคยอายยยย
.
.
.
.
.
ระหว่างทางดันมีร้านเกมสีแดงเพลิงมาดักเกรียนไว้…ในใจก็ได้แต่ภาวนาว่า…ม่ายยยย ไม่เอา
ไม่แวะไม่เข้า ไม่ๆๆๆๆๆ
.
.
.
.
.
พระเจ้าาาาา…ดั่งมีแม่เหล็กกกกกกกบิ๊กเบิ้มมม…คุณช้างบาร์นนี่เดินเข้าไปแล้วววว
ฮ่าๆๆ…คืองี้ค่ะ…บาร์นี่เนี่ยะ…จะเห็นไอ้พวกตู้จับตุ๊กตาพวกนี้ไม่ได้เลยยยย
คือเห็นแล้วจะหัวใจเต้นรัววว อยากจะเอาเงินไปประเคนให้ร้านเกมซะงั้น
จริงๆแล้วมีเหตุ…คือตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว จำได้เลยว่าเป็นวันที่สองของการมาอยู่ญี่ปุ่น
ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน แล้วผ่านร้านเกมที่มีตู้จับตุ๊กตาแบบนี้แหละ แล้วเบ็ตตี้ก็ไปกรีดร้องอยู่หน้าตู้นึง
คือมันมีตุ๊กตาที่ดู “โรคคคคค” มากๆ เป็นนกกะเรียนเกาะอยู่บนแพนด้า อยากได้สุดๆ เลยบอกให้บาร์นนี่ลองจับให้หน่อย
จริงๆแล้วตอนนั้นก็กรีดร้องไปอย่างงั้นเอง เพราะในใจก็คิดอยู่ว่าไม่ได้แน่ๆ
แต่…กรี๊ดดดดดดดดดดดด…ได้อ่ะ ได้ๆๆๆๆ
ได้ในการจับแค่ครั้งเดียวด้วย สุดยอดมากๆ
.
.
หลังจากนั้นเป็นต้นมา…ช้านบาร์นนี่เลยมีความหวังงงง “ต้องได้อีกสิน่าาา”
แต่…ผ่านมาอีกปีกว่า…ก็พลาดตลอดดดด ก็ยังไม่เข็ดดด
ช้างบาร์นนี่บอก “วิญญาณนักวิจัยเข้าสิง…ถึงแม้ล้มซักกี่ครั้ง เราก็ต้องไม่หยุดหวัง!!!!”
จ้าๆๆๆ…ก็สู้ต่อไปนะคะคุณสามี -_-’ กลุ้มจายยยจีๆ
.
.
.
.
.
เสียเงินหลายร้อยเยนจนสบายใจแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ…
.
.
.
.
.
นี่เข้ามาอยู่ในส่วนหนึงของสวนอูเอโนะแล้วว ใหญ่อลังการมากๆ
.
.
.
.
.
ที่สวนอูเอโนะนี่ร่มรื่นมากๆๆๆ
ช่วงนี้มีจักจั่นส่งเสียงร้องระงมเป็นออเคสตร้าป่า ไม่รู้คนอื่นฟังแล้วรู้สึกรำคาญรึเปล่า
แต่บาร์นกะเบ็ตชอบมากๆ ฟังแล้วผ่อนคลาย
อยู่บ้านก็ฟังตลอด เพราะติดระเบียงห้องมีต้นไม้ใหญ่ คุณจักจั่นก็มารวมตัวกันร้อง หมี่ๆๆๆ กันใหญ่
.
.
แล้วต้นไม้สีเขียวครึ้มด้านหลังนี่คือต้นซากุระนั่นเองค่ะ
เพราะฉะนั้นที่นี่เลยเป็นที่สถานที่ที่ฮิตมากๆเมื่อถึงช่วงเทศกาลชมซากุระ หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียก เทศกาลฮานามิ
.
.
.
.
.
ช้างแวะซื้อซอฟท์ครีมดับร้อนนนน
.
.
.
.
.
จูงมือกันเดินตรงต่อไปปปปปป ลั้นลาๆๆ
.
.
.
.
.
ถ้าเดินตรงไปจนสุดโน่นนนนนนนนนนน…แบบตรงเลยน้ำพุไปอีก จะเจอกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของญี่ปุ่น
แต่วันนี้ ที่ที่จะไปคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำกรุงโตเกียว ภาษาญี่ปุ่นเรียก โตเกียวโตะบิจุทซึกัง
.
.
.
.
.
.
พุ่มไม้รูปกอลิล่า…น่าร้ากกกกกกกกกกกกกก
.
.
พาเลี้ยวซ้ายมา…ถ้าตรงไปก็จะเจอกับสวนสัตว์อูเอโนะ…แต่ถ้าจะไปพิพิธภัณฑ์
เดินตรงมานิดนึง แล้วต้องเลี้ยวขวา
.
.
.
.
.
ที่เห็นเป็นตึกอิฐแดงนั่นแล
.
.
.
.
.
มาถึงแล้ววววววว…
.
.
.
.
.
เตรียมพาสปอร์ต และวีซ่าให้พร้อมมม จะเดินทางเข้าอียิปต์กันแล้ว ตื่นเต้นๆๆ
.
.
.
.
.
ทำความเคารพฟาโรห์ตุตังคาเมน
.
.
.
.
.
ขึ้นชื่อว่าเป็น art museum ก็ย่อมต้องมีอะไรอาร์ตๆ
.
.
.
.
.

โห่ย…รอยนิ้วมืออะไรไม่รู้เต็มไปโม้ดดดด
.
.
.
.
.
น่าจะเช็ดให้แววๆหน่อยยย
.
.
.
.
.
ลงบันไดแล้วเข้าตึกไปเลยยยย
.
.
.
.
.
วีซ่าเข้าอียิปต์
.
.
.
.
.
ตามหมายเลข 6 ไป!!!
.
.
.
.
.
ถึงหน้าทางเข้าแล้วต้องเก็บกล้องเข้ากระเป๋า เพราะด้านในห้ามทำการบันทึกภาพ
.
.
.
.
.
นิทรรศการเจ๋งสุดๆ ชิ้นงานที่จัดแสดงนี่บินลัดฟ้ามาจาก Museo Egizio Di Torino ที่อิตาลี่ โน่นเลย
.
.
.
.
.
ได้เห็นมัมมี่ใกล้ๆด้วยยย…ตื่นเต้นๆ
แต่ก็นะ…ด้วยความที่เป็นของที่หยิบยืมมาจัดแสดงเลยไม่ได้มีแบบเยอะละลานตา
.
.
.
.
.
ยังไงยังชอบที่ British Museum มากที่สุด…
แต่พอมาดูนิทรรศการวันนี้แล้วยิ่งเพิ่มความอยากไปเยือนอียิปต์จริงจังขึ้นไปอีก
เก็บตังค์ๆๆๆ
.
.
.
.
.

มุมนึงในพิพิธภัณฑ์
.
.
.
.
.
น่าร้ากกกกกกกกกกก
.
.
.
.
.
สมแล้วที่เป็น art museum
.
.
.
.
.
เป้าหมายต่อไป โยโดบาชิคาเมร่า!!!
ไปเดินดู LCD TV กัน
.
.
.
.
.
เหะๆ แต่แค่ไปดูลูบๆคลำๆยืนทำตาละห้อยกันเฉยๆ ยังไม่มีเงินจื๊อออออออออ
.
.
.
.
.
ก่อนเดินทางต่อซื้อน้ำดื่มลดโลกร้อน…ฮ่าๆ ลดโลกร้อนยังไง เดี๋ยวท้าย blog มีเฉลยยยยย
.
.
.
.
.
จากโยโดบาชิ ก็มาแวะซุปเปอร์ขายของเอเชียที่ตลาดอาเมะโยโกะ
จริงๆ…ไม่รู้ควรจะเรียกซุปเปอร์ หรือว่าเรียกตลาดสดติดแอร์ดี…
.
.
.
.
.
มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ของเยอะกว่าร้านเอเชียซุปเปอร์สโตว์ที่ชินจูกุอีกง่ะ…ติดที่ไกลไปหน่อย ไม่งั้นคงจะมาบ่อยๆ
.
.
.
.
.
เสร็จแล้วก็เดินเล่นกันต่อที่ตลาดอาเมะโยเกะ
เจอร้านขายของทหารๆ นึกถึงน้องชายกะคุณพ่อขึ้นมาจับใจ T_T
.
.
.
.
.
เดินตามกลิ่นมาเรื่อยๆ…ฮ่าๆ
.
.
.
.
.
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก…หร่อยๆๆๆๆๆๆ
อยากได้เครื่องทำทาโกะยากิบ้างงงงง่าาาาาา จะทำทานบ่อยๆเรยย
.
.
.
.
.
ทานเสร็จ ก็เดินเล่นต่ออีกแป๊บ…ก็คุยกันว่าต้องกลับไปชิบุย่าแล้วแหละ เดี๋ยวไม่ทันซื้อข้าว
.
.
.
.
.
และนี่คือเฉลย…ว่าทำไมน้ำขวดนี้ช่วยลดโลกร้อน
คือเค้าใช้พลาสติกที่บางงงงงงมากๆๆๆมาทำขวด ในโฆษณานี่โชว์ว่าดื่มเสร็จแล้วบีบขวดให้ฟีบๆแบบในรูปได้เลย
เริ่ดมากๆๆ
.
.
.
.
.
จากอูเอโนะ ก็กลับไปชิบุย่า…ก็วิ่งล่กไปซื้อนาฬิกาที่ Loft กับซื้อของจุกจิกที่ MUJI
แล้วก็วิ่งต่อไปซื้อข้าว
เสร็จแล้วก็ยิ่งต้องวิ่งอีก…คราวนี้วิ่งขึ้นรถไฟกลับบ้าน เพราะอยากจะกลับไปทานร้านซูชิจานหมุนแถวบ้าน
.
.
.
.
.
กลับถึงบ้านเหนื่อยยยยยยยสุดๆ ขนาดไม่ได้ถืออะไรซักอย่าง
สงสารช้างบาร์นนี่มากๆ แย่งของไปถือหมด ข้าวถุงนึงก็ 5 กก.เข้าไปแล้ว แล้วยังมีจุกจิกไรไม่รู้เต็มไปหมด
ขอบคุณน้าาาาาาาา
จะบอกว่าวันนี้สนุกมากๆเลย
ขอบคุณช้างบาร์นนี่…สำหรับวันที่แสนสุขอีกหนึ่งวันนะจ๊ะ
^_______________________^
พิม ยุ่น และ Boyz II Men ณ โยโกฮาม่า
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ขณะที่กำลังนั่งทำหน้าง่วงอยู่หน้าจอทีวี
.
.
.
.
.
แต่แล้ว…ความง่วงก็กลับต้องกระเจิดกระเจิงหายไป เมื่อเสียงเพลงที่ “คุ้นเคย” ดังแว่วออกมาจากจอทีวีตรงหน้า…
.
.
.
.
.
เป็นเสียงเพลงที่ไม่มีคนขับร้อง…เป็นเสียงเพลงบรรเลงของวงออเคสตร้า…
.
.
.
.
.
ถึงไม่มีเสียงร้อง…แต่ในใจกลับร้องตามได้อย่างอัตโนมัติ
Although we‘ve come to the end of the road …Still I can’t let go…It’s unnatural…
.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
BOYZ II MEN!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แล้วยังไงเนี่ยะ…ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ คำถามพรั่งพรูมากมาย!!!!!!
.
.
.
.
.
เพียงเสี้ยววินาทีนั้น จ้องหน้าจอเขม็ง มุ่งไปที่เบอร์โทรศัพท์หรือเว็บไซต์ หรือตัวอักษรใดก็ตามที่ดูเป็น keyword แล้วก็จด จด จด และจดแหลก…
.
.
.
.
.
หลังจากนั่น ก็ส่งเสียงกรีดร้องเรียก “บาร์นนี่” (ชื่อใหม่ของช้างยุ่นค่ะ ส่วนพิมก็มีชื่อใหม่เหมือนกันคือ “เบ็ตตี้” เรียกกันอยู่สองคนดูเป็นฝรั่งมากมาย)
.
.
.
.
.
ที่มาของชื่อขออธิบายด้วยรูปดีกว่า…
ถึงไม่เหมือนแบบร้อยเปอร์เซนต์แต่ก็ถือได้ว่ามีจุดร่วมอยู่เยอะมากทีเดียว…
.
.
.
.
.
กรีดร้องเรียกบาร์นนี่…บาร์นนี่ก็รีบวิ่งมาหน้าตาตื่น ประมาณว่านึกว่าภรรยาโดนไฟดูดดด
.
.
.
.
.
พอบาร์นนี่มา ก็เล่าให้บาร์นนี่ฟังแบบดูลนด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่งยวดว่าเมื่อกี๊เหมือนเห็น promo spot คอนเสิร์ต Boyz II Men แต่เล่ายังไม่ท้นจะจบ…แป่ววว บาร์นนี่ก็ตัดบทหนีไปทำงาน…
.
.
.
.
.
แอบงงเหมือนกัน ว่าทำไมดูไม่เสียจริตกรี๊ดกร๊าดดด ทั้งๆที่บาร์นนี่ก็คลั่ง Boyz II Men มากๆ
.
.
.
.
.
ปล่อยให้เบ็ตตี้นั่งทำหน้ามึนอยู่หน้าจอคอมคนเดียว…
แต่ก็ยังมิวายที่จะเข้าเว็บฯไปหาข้อมูลต่อ ซึ่งก็ทำให้ได้รู้ว่า สิ่งที่คิดนั้นไม่ผิด…
.
.
.
.
.
Boyz II Men มาทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นจริงๆค่ะแม่เจ้า…โอ๊ยยย จะเป็นลมมมม
.
.
.
.
.
ชื่อเต็มๆของคอนเสิร์ตคือ…
Boyz II Men with New York Symphonic Ensemble Japan Tour 2009
.
.
.
.
.
ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ…
เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของ Boyz II Men ในประเทศญี่ปุ่น
เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของ Boyz II Men ที่แสดงคอนเสิร์ตร่วมกับวงออเคสตร้า
และวงออเคสตร้าที่พูดถึงก็คือ The New York Symphonic Ensemble
.
.
.
.
.
พออ่านหน้า information คอนเสิร์ตจบ รู้สึกเหมือนถูกบิ๊วท์มากๆ จนต้องรีบเปิดไปดูหน้าที่บอกเกี่ยวกับรายละเอียดการแสดง
.
.
.
.
.
กวาดสายตาดูคร่าวๆ พบว่า มีการแสดงทั้งหมดสามเมือง เริ่มจาก โอซาก้า ถัดมาคือที่นาโงย่า และที่สุดท้ายคือ โยโกฮาม่า…
.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดด มีที่โยโกฯด้วยหรอออออออ ไม่ไกลๆๆ สามารถค่ะๆๆๆ
.
.
.
.
.
ทันใดนั้นก็เหลือบมาดูวันที่แสดง…เขียนไว้หราว่า “Aug 4, 09″ ซึ่งพอลองนับนิ้วดู ก็พบว่า เหลืออีกแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น!!!
.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แล้วจะมีบัตรมั้ยเนี่ยะ!!!!!
.
.
.
.
.
หลังจากมีคำถาม “แล้วจะมีบัตรมั้ยเนี่ยะ!!!!!” ผุดขึ้นมา เบ็ตตี้ก็ขาหมุนเป็นวงกลมรีบหาข้อมูลเกี่ยวกับบัตรทันที…ซึ่งก็พบว่า
.
.
.
.
.
บัตรมีสามเกรด…เทียบเป็น A B และ C ก็แล้วกัน…โดยที่ C คือบัตรถูกที่สุด…โดยในเว็บบอกว่า B และ C เต็มหมดแล้ว เหลือแต่ A ซึ่งมีวงเล็บไว้ด้านหลังด้วยว่า “เหลือที่นั่งน้อยมาก”
.
.
.
.
.
โอ้วววววววววววววววว กดดันมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
.
.
.
.
.
สับสนสุดๆ เอาไงดีๆๆๆ อยากไปดูมากๆๆๆๆๆ แต่…มันแพงง่ะ…ว่าแล้วก็โทร.ไปบ่นๆกะบาร์นนี่
.
.
.
.
.
บาร์นนี่ก็ฟังๆเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แล้วก็รีบตัดบทวางไปเพราะกำลังวุ่นวายหัวฟูกับการประชุมอยู่
.
.
.
.
.
แต่ในบ่ายของวันนั้นเอง…ก็ได้รับโทรศัพท์จากบาร์นนี่…พอรับโทรศัพท์ขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงบาร์นนี่บอกว่า…
Although we‘ve come to the end of the road …
เค้าซื้อบัตรมาแล้วจ้าาาา สองใบๆๆ!!!
.
.
.
.
.
จุดนั้น….ช้อค…นิ่งเงียบไปสามวิ…จากนั้นก็กรี๊ดใส่โทรศัพท์อย่างเสียสติ!!!!
.
.
.
.
.
แล้วทำเป็นไม่สนใจ ที่แท้ก็อยากจะเซอร์ไพร้ส์ค้าววววววววววววววววววววววววว…
.
.
.
.
.
สามีใครเนี่ยะ น่ารักที่สุดในโลกกกกกกกกกกกกกกกกกกก Muahhhhhhhhhhhhhhhhhh!!! จุ๊บใหญ่ๆหนึ่งล้านที
.
.
.
.
.
หลังจากวันนั้น ทุกคืน ก่อนนอน พิมกับยุ่น จะทำการซ้อมร้องเพลงของ Boyz II Men อย่างบ้าคลั่ง
เพื่อเมื่อถึงวันจริงจะได้อิ่มเอมกับคอนเสิร์ตได้อย่างเต็มที่
.
.
.
.
.
และแล้ว…เมื่อวันคอนเสิร์ตมาถึง…
.
.
.
.
.
เอิ่ม…จะบอกว่า คุณบาร์นนี่ช้างยุ่นถึงกับลางานเพื่อการนี้เลยทีเดียว จริงๆคอนเสิร์ตมีตอนเย็น เริ่มตั้งโน่น…ทุ่มครึ่ง
แต่พี่ยุ่นบอกว่า ไหนๆก็ไหนๆ เดี๋ยวไปตะลุย China Town กันก่อน เหะๆ ประเด็นคือพิมอยากกินติ๋มซำมั่กๆ พี่ยุ่นเค้าเลยจะพาไปเปิบร้านดัง
แล้วก็อยากพาพิมไปเดินเล่นใน Yokohama ก่อนด้วย
.
.
.
.
.
ไปเร้ยยยย ออกเดินทางงงง
.
.
.
.
.
รูปใบแรกๆของทุกการเดินทาง จะเริ่มจากหน้าบ้านของเรา
ปล. นี่บาร์นนี่แอบเอาลิปสติกเบ็ตตี้ไปทาชิมิ!!!
.
.
.
.
.
ปลายทางของเราในวันนี้คือ Yokohama ค่ะ เพราะฉะนั้น ก็ตั้งต้นที่ Shibuya เหมือนเดิม
.
.
.
.
.
แล้วหาทางไป Tokyu Toyoko Line ให้เจอค่ะ
.
.
.
.
.
ผ่านร้านโปรด…แต่ถูกล็อคตัวไว้ไม่ให้เข้า…เนื่องจากเดี๋ยวพลาดเที่ยวรถไฟ
.
.
.
.
.
กรี๊สสสสสสสสสสสสส…เกือบไม่ทันจริงๆ เหลืออีก 5 นาที รถไฟจะออก!!!
.
.
.
.
.
นั่งต้นสาย ยันสุดสายเลยค่ะ ไปลงสถานีปลายทาง Motomachi-Chuukagai
.
.
.
.
.
นั่งไปเม้าท์กับบาร์นนี่ไป แป๊บๆก็มาถึง
.
.
.
.
.
ใช้เวลาแค่ครึ่งชม.เท่านั้น
.
.
.
.
.
สถานีปลายทาง..Motomachi- Chuukagai
.
.
.
.
.
จากนั้นก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปโลด…ไปหาทางออกไป China Town กันค่ะ
.
.
.
.
.
หวีดหวานกันก่อนหนึ่งใบ ก่อนเดินทางต่อ…คริๆๆ
.
.
.
.
.
ขึ้นบันไดเลื่อนมา เจอกับป้ายไฟร้านติ๋มซำเลยรีบถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน
.
.
.
.
.

ถึงจะหิวแค่ไหน แต่ถ้าระหว่างทางเจอมุมสวยๆ เจ๊เบ็ตตี้ก็จะต้องขอแชะนิสนุง
.
.
.
.
.
โฮก…เดินต่อไปๆ
.
.
.
.
.
เจอแล้ว ทางออก
.
.
.
.
.
เห็นแสงสว่าง ท้องก็เริ่มร้อง
.
.
.
.
.
จุดนี้ถ้ายังหลง วันเสาร์อาทิตย์ควรไปสมัครโรงเรียนติวเข้าอนุบาล
.
.
.
.
.
มาถึงเมืองจิงเลี้ยวววววววววววววววว
.
.
.
.
.

ที่นี่น่าจะเป็นเมืองจีนที่สะอาดที่สุดในโลกรึเปล่า เหะๆๆ
.
.
.
.
.
เดินต่อมาอีกไม่นานก็มาถึงร้านติ๋มซำ
.
.
.
.
.
โอ๊ยยย อร่อยมากๆ กินกันเต็มคราบแบบลืมว่าลดความอ้วนกันอยู่ไปชั่วขณะ
เพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า “หน้ามืด” ก็วันนี้นี่แหละ
.
.
.
.
.
อิ่มท้องแล้ว ก็ไม่รีรอนั่งรถไฟสายเดิมมาลงที่สถานี Minatomirai เพื่อมาลั้นลาเดินเล่น
.
.
.
.
.
ออกมาจากสถานี Minatomirai ก็จะเจอกับ Queen’s Square
บันไดเลื่อนสีแดงแรงฤทธิ์ เริ่ดมากๆ
.
.
.
.
.
Queen’s Square นี่เป็น shopping center ขนาดใหญ่(มาก) แต่วันนั้นก็ไม่ได้สำรวจตัวห้างกัน
เพราะอยากออกไปควงแขนเดินชมวิวสูดอากาศสดชื่นกันมากกว่า
.
.
.
.
.

มองจากตัวห้างไป เห็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกลนัก
ที่ญี่ปุ่นนี่ไม่รู้เป็นอะไร…ชอบสร้างชิงช้าสวรรค์!!!
แล้วสร้างทีก็ไม่ใช่เล็กๆ ใหญ่บิ๊กเบิ้มอย่างงี้เยอะแยะมากๆ อย่างโอซาก้าก็มี โกเบก็มี
หรือหัวเมืองใหญ่อื่นๆก็อาจจะมีด้วยเหมือนกันรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ
อย่างในรูปนี่ ชื่อว่า “cosmoclock21″ เคลมว่ามีส่วนสูงจากพื้นดิน 112.5 m. และจุดคนได้ 480 คน
แต่วันนั้นไม่ได้กรีดร้องไปขึ้น เพราะ…ชริๆๆๆ เคยขึ้นสูงกว่านี้มาแร้วย่ะ ที่ “Palette Town” โอไดบะ
ฮ่าๆ สูงกว่าที่นี่ 2.5 m.
แต่ที่สูงที่สุดที่เคยขึ้นคือ “London Eye” ที่ 135 m.
แต่ทุกที่ที่พูดถึงจะต้องพ่ายแพ้ไปเลยเมื่อเทียบกับ “Singapore Flyer”
อันนั้นต้องยกให้เค้าจริงๆ สูงที่สุดในโลกแล้วค่ะ 165 m. บรื๋ออออ
.
.
.
.
.
ชิงช้าสวรรค์นี่จริงๆแล้วเป็นส่วนหนึ่งของ Amusement Park ที่ชื่อภาษาปะกิดว่า Yokohama Cosmo World
วันนั้นโชคดีที่เป็นการเดินทางไปเพื่อดูคอนเสิร์ต
ถ้าตอนเย็นไม่มีคิวดูคอนเสิร์ตนี่…รับรองได้ว่า จะต้องถูกบาร์นนี่ลากไปเล่นเครื่องเล่น “โรคๆ” แน่ๆ
.
.
.
.
.

จาก Queen’s Square จะมีทางเชื่อมที่สามารถเดินไปถึง Hall ได้เลย
.
.
.
.
.
.
จากตรงนี้นี่เริ่มสัมผัสได้ถึงไอทะเลอย่างชัดเจน
.
.
.
.
.
เดินไปจนเจอป้ายบอกทางไป Hall…แต่มองนาฬิกาแล้วยังเหลือเวลาอีกถมเถ
.
.
.
.
.
ก็เลยมาเดินเล่นตรงท่าเรือ Minato Mirai Pukarin Sanbashi Pier ที่อยู่ใกล้ๆกับ Hall
.
.
.
.
.
เดินลัดเลาะชมวิวมาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอกับมุมที่มองเห็นสัญลักษณ์ของเมือง Yokohama ได้อย่างชัดเจน
ตึกที่ดูเป็นแท่งคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางด้านขวามือนี่ถือเป็น Landmark ของเมือง
แล้วตลกจริงๆ ชื่อ ตึกก็ดันชื่อว่า “Yokohama Landmark Tower” ฮ่าๆๆ ไม่รู้จงใจหรือว่าอะไร
จะบอกว่าตึก Landmark นี้ถือเป็น office building ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นแล้วนะคะ มีทั้งหมด 70 ชั้น สูง 296 m.
ถ้ามาตอนกลางคืนจะสวยยยยยยกว่านี้มากๆ เพราะตึกจะเปิดไฟสวยงามตัดกับสีดำของท้องฟ้า
.
.
.
.
.
เสียดาย ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องมา ผู้คนก็ไม่มีมาเดินผ่านให้เป็นเหยื่อ
อยากจะถ่ายรูปคู่มากๆ แต่ก็อดไปตามระเบียบ
.
.
.
.
.
วันนั้นมีเมฆครึ้มปรากฎตัวให้พอตื่นเต้นกันนิดหน่อย
แต่โดยรวมแล้วอากาศดีมาก
คงเป็นเพราะมีลมทะเล ก็เลยไม่ได้รู้สึกร้อนอบอ้าวเหมือนวันปกติวันอื่น
.
.
.
.
.
พอใกล้ๆได้เวลาก็เดินกลับมาที่ Convention Hall
.
.
.
.
.
Hall เค้าสวยงามมากกกก
.
.
.
.
.
เบื้องหน้าเป็น Hall ใหญ่ เบื้องหลังเป็นทะเล…เป็นวิวที่สุดยอดมากๆ
แถวนั้นนี่มองไปไม่ว่าจะซ้ายขวา จะเห็นคนเดินมาเป็นคู่ๆเต็มไปหมด หรือไม่ก็เป็นคุณพ่อคุณแม่เดินจูงมือลูกมาเดินเล่น
ใครมาเดินคนเดียวคงจะรู้สึกเปลี่ยวไม่มากก็น้อย
.
.
.
.
.
สดชื่นนนนนนนนนนนน…แต่ก็เริ่มจะรู้สึกคันยิบๆเพราะไอทะเล
.
.
.
.
.
ระหว่างนั่งรอก็บิ๊วอารมณ์กันมากมาย นั่งร้องเพลงโน้นเพลงนี้ไปเรื่อย
ตื่นเต้นจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีวันนี้…
คือพิมกับยุ่นนี่มีความหลังมากมายกับ Boyz II Men เพราะ Boyz II Men ดังในยุคที่พิมกับยุ่นเริ่มๆจะหัดฟังเพลงสากล
ถ้าจะบอกว่า Boyz II Men เป็นครูภาษาอังกฤษคนแรกๆของชีวิตก็ไม่น่าจะแปลก
.
.
.
.
.
อย่างยุ่นเนี่ยะ เริ่มฟังด้วยตัวเองจากการดูช่อง Thaisky สมัย IBC โน่น (ไฮโซมากๆ) แต่พิมนี่…ต้องขอบคุณพี่ปลา ฮ่าๆ
คือจริงๆแล้วสมัยนั้นนี่ จุดเริ่มต้นของการคลั่งศิลปินต่างชาติของพิมนี่ส่วนใหญ่จะมาจากพี่ปลาแทบจะทั้งนั้น
คือด้วยความที่ตอนเด็กๆนอนห้องเดียวกัน
แล้วพี่ปลาจะมีวิทยุ (โอ้ววว…ใช้คำว่า วิทยุ ดูเรโทรมากมายค่ะ) ตัวเก่งเครื่องนึง
ที่ได้มาจากการจับฉลากของคุณพ่อในงานเลี้ยงรุ่นเตรียมทหารฯ
.
.
.
.
.
แล้วตอนนั้นพิมอยู่ม.ต้น แต่พี่ปลาขึ้นม.ปลายไปแล้ว เลยจะฟังเพลงชั้นสูงกว่า วันนึงก็เอาเทปเพลงของวงอะไรก็ไม่รู้มาเปิด
แล้วก็ฟังวนเวียนกรอกลับไปมาอยู่นั่นแหละ
ตอนนั้นภาษาอังกฤษของพิมก็ง่อยๆ ฟังออกแต่ท่อนฮุกที่พูด end of the road
แล้วตอนนั้นพี่ปลาคลั่ง Boyz II Men มาก มีเนื้อเพลงก็ฝึกร้องกันใหญ่
เพลงที่พิมชอบที่สุดคือ Water runs dry
ส่วนยุ่น คือเพลง On bended knee (ชิ…จริงๆแล้วฝึกร้องเอาไว้ขอโทษสาวที่ไหนรึเปล่าก็ไม่รู้)
ส่วนพี่ปลา…ฮ่าๆ ก็น่าจะเป็น End of the road รึเปล่า
.
.
.
.
.
หลังจากอัลบัมแรกก็ติดตามเรื่อยมา
แต่ก็แผ่วๆไปในยุคที่เหล่าบอยแบนด์หน้าใสกิ๊งจากฝั่งตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลในวงการเพลงบ้านเรา
.
.
.
.
.
แต่ยังไงก็ยังเป็น boy-band แนว R&B ในใจที่ไม่เคยลืม…
คือเหมือนเพลงมันถูกฝังลงไปใน memory เรียบร้อย
ได้ยินเพลงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็สามารถร้องคลอตามได้ตลอด
รู้สึกว่า Classicไม่ต่างจากความรู้สึกที่มีต่อกลุ่มศิลปินรุ่นเก๋าอย่าง The Carpenters, The Beatles หรือ Peter Paul and Mary
.
.
.
.
.
.
คือเพลงสมัยก่อน มันฟังแล้วติดหู ใช้ภาษาง่ายๆไม่ซับซ้อน
เพลงฝรั่งสมัยนี้นี่…ฟังยากมาก…คือหลายๆทีต้องเปิดเนื้อเพลงดูไปด้วย ไม่งั้นจะไม่สามารถร้องตามได้
(เอ๊ะ…หรือว่าเราโง่เอง ความสามารถไม่ถึงไรทำนองนั้น)
.
.
.
.
.
นั่งๆเม้าท์เรื่องเพลงกันไป จู่ๆก็หาวิธีถ่ายรูปคู่แบบเต็มตัวได้ ฮ่าๆ
.
.
.
.
.
พอได้เวลาหกโมงครึ่ง ประตูก็เปิด
ที่ญี่ปุ่นเนี่ยะ เค้าเคร่งเรื่องลิขสิทธิ์มากๆ
คือใน Concert Hall นี่ ห้ามถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น
ขนาดมือถือยังถูกสั่งให้ “ปิดเครื่อง” เน้นอีกทีว่า ไม่ใช่ Mute นะคะ ให้ “ปิด”
.
.
.
.
.
ก็เลยไม่มีภาพคอนเสิร์ตมาฝากกัน
ถ้าจะให้เล่าให้ฟังว่าสนุกแค่ไหน สงสัยต้องเขียนอีกสามวันสามคืน
เอาเป็นว่า…
.
.
.
.
.
ประทับใจที่สุดในโลก
ไม่ได้เวอร์นะ…แต่พอ Boyz II Men ปรากฎตัวบนเวทีนี่ถึงกับน้ำตาไหล
แล้วพอ…Boyz II Men ร้องเพลงสุดท้ายจบ…ทุกคนใน Hall ส่งเสียงกรี๊ดแล้วก็ก็ปรบมือดังและยาวนานมากๆ
ประมาณว่าเรียกร้องให้กลับมาปรากฎตัวอีกครั้ง
แล้วสุดท้ายพี่ๆเค้าก็ออกมาร้องอีกเพลงนึง เห็นเค้าบอกว่า ไม่เคยทำอย่างงี้ที่ไหนมาก่อน
คือร้อง RAP แล้วที่มันสุดยอดมากๆคือ Orchestra เป็น Backup
มันฟังดูแปลกหูมากๆ แต่ก็ dance กันกระจายทั้ง Hall
.
.
.
.
.
คอนเสิร์ตครั้งนี้มีความหมายมากๆ เพราะนอกจากจะคลั่งในตัวศิลปินมากๆแล้วเนี่ยะ
ยังเป็นเพราะ
ครั้งนี้ ถือเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของ “พิมกับยุ่น” ด้วย
.
.
.
.
.
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขมากๆอีกหนึ่งวัน
.
.
.
.
.
Romantic มากๆ ก่อนกลับก็นั่งชิลล์ดูพระจันทร์กับสามีเรื่อยๆเปื่อย
.
.
.
.
.
แต่จู่ๆท้องก็เริ่มส่งเสียงร้องเพลง End of the road อย่างโหยหวน
.
.
.
.
.
จนต้องรีบถ่ายรูปใบสุดท้ายแล้วก็รีบแจ้นไปหาข้าวหม่ำกัน
.
.
.
.
.
.
กลับถึงบ้านเกือบๆจะตึหนึ่ง มาถึงบ้านก็ยังนั่งเม้าท์กันต่อ
.
.
.
.
.
.
คุยกันไว้ว่า ถ้า DVD คอนเสิร์ตออกเมื่อไหร่ เราต้องหามาเก็บไว้ในครอบครองให้ได้อย่างแน่นอน!!!
ครั้งแรกในชีวิต…กับ…ดอกไม้ไฟที่โจฟุ (調布)
เคยเปรยๆไว้ในโพสต์ก่อนว่า…อีกไม่นานจะได้ไปดูดอกไม้ไฟ…ฮูเร่ๆๆๆ
.
.
.
.
.
ซึ่งการดูในครั้งนี้ พูดได้เลยว่ารอคอยอย่างตื่นเต้นตูมตามมากๆ
.
.
.
.
.
เพราะนอกจากจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้เห็นดอกไม้ไฟแบบระยะประชิด ไม่ใช่ดูผ่านจอทีวีเหมือนที่ผ่านมา…
.
.
.
.
.
ยังเกิดจากการที่ถูกดร.ยุ่นพูดบิ๊วอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วที่พลาดไม่ได้ไปดูว่า…
“การดูพลุในญี่ปุ่นนี่สุดยอดมากๆ…พลุสวยสุดๆ…แถมพอดูจบจะรู้สึกว่าคุ้มสุดๆที่อุตส่าห์ตรากตรำมาดู”
.
.
.
.
.
ฟังจบก็งง…หืมมมมม…ตรากตรำ???
.
.
.
.
.
ยุ่นก็เล่าต่อ(แกมขู่)ให้ฟังว่า…
“พิม…คนมันเยอะมากกกกกกกกกกกก เราต้องเบียดเสียดยัดเยียดอัดกันเป็นปลากระป๋องกับผู้คนตั้งแต่บนรถไฟ บนถนน ไปจนถึงที่นั่งดู”
.
.
.
.
.
ตอนนั้นก็เถียงยุ่นกลับไปว่า…
“คนเยอะเหรอ…อู๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย…เบมากๆค่ะที่รักก…ผ่านประสบการณ์ขึ้นรถไฟช่วง rush-hour มาอย่างโชกโชน…ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมีอะไรที่อนาถกว่านั้นอีกกกก”
.
.
.
.
.
ยุ่นทำหน้าเซ็งเล็กหน่อย…แนวเหนื่อยหน่ายใจประมาณว่าบอกอะไรไปไม่เคยจะเชื่อเลยวุ้ยย…แต่ก็ยังมีสปิริตเล่าให้ฟังต่อว่า…
“อ่ะๆๆ ไม่เชื่อก็ตามใจ…เดี๋ยวพิมเห็นก็รู้เอง…เอ้อ…แล้วอย่างช้าที่สุด…ต้องไปถึงก่อนเวลาเริ่มจุดพลุ 4 ชม.นะ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีที่นั่ง”
.
.
.
.
.
ฟังประโยคนี้จบ นั่งเก้าอี้อยู่ถึงขั้นเกือบตกเก้าอี้…อารมณ์ประมาณ…
“อะไรนะ!!!!! บร้าเปร่าาาาาาาาาา!!!! นี่จะเดินทางไปดูพลุ หรือจะไปแอร์พอร์ตเตรียมบินไปเรียนต่อเนี่ยะ ทำไมต้องล่วงหน้าขนาดนั้น!!!”
.
.
.
.
.
ในใจก็คิดว่า…บ้าๆๆๆ ไม่มีทางอ่ะ เวอร์ไปแล้วววววว…รู้นะ ว่าคนญี่ปุ่นเป็นโรคเห่อ…ชอบจองที่…ชอบต่อคิว…อย่างที่อาจจะเคยเห็นใจข่าวบ่อยๆว่า เวลาที่มีการเปิดขายเกม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทั่วโลกกำลังคลั่งกันอยู่ ชาวญี่ปุ่นจะไปปูผ้านอนรอต่อคิวกันตั้งแต่คืนก่อนที่จะมีการเปิดขาย
.
.
.
.
.
แต่นี่สถานที่แสดงพลุมันใหญ่มากๆไม่ใช่หรอ แล้วคือจะมีคนเป็นหมื่นๆพร้อมใจกันมาก่อนเวลาขนาดนั้นเลยหรอ…แล้วเราไปกันแค่สองคน…มันจะไม่มีที่ว่างพอที่จะปูเสื่อขนาดย่อมสำหรับสองคนนั่งเลยรึยังไง…มีคำเถียงในใจเยอะแยะมากมาย…ไม่เชื่อๆๆๆ…ฮ่าๆๆๆ
.
.
.
.
.
จนกระทั่ง…วันที่แสดงพลุครั้งแรกในโตเกียวก็มาถึง…
.
.
.
.
.
วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 52…โดยครั้งแรกนี้…จัดขึ้นที่ 調布 (โจฟุ)
.
.
.
.
.
พิมบอกยุ่นว่า เดี๋ยวเราออกจากบ้านกันตั้งแต่สายๆเลยดีกว่า…ยุ่นได้ยินก็ทำท่าตื่นเต้นดีใจ…ประมาณว่า ในที่สุดพิมก็เชื่อยุ่นแล้ว…
.
.
.
.
.
แต่เปล่า…ฮ่าๆ…พิมบอกยุ่นว่า…
“ไปแวะชินจูกุกันก่อน…ไปซื้อ accessories เพิ่มเติมสำหรับชุดยูกาตะ แล้วก็ซื้อขาตั้งกล้องใหม่ด้วย อันเก่ามันไม่ไหวเลี้ยวววว”
.
.
.
.
.
ดร.ยุ่นหน้าจ๋อย…แต่ก็ต้องตามน้ำ…บ้านนี้ภรรยาเสียงดังกว่า…ช่วยไม่ได้หนิเนอะ โฮะๆๆ
.
.
.
.
.
ยังไม่ได้ใส่ชุดยูกาตะ…เพราะ…ใส่ได้มั่วมากๆ ดูยับยู่ยี่ ไม่สวยงาม…ยังต้องฝึกอีกหน่อย
เลยขอผลัดตัวเองเป็นอาทิตย์หน้าที่จะไปดูพลุอีกครั้งที่แม่น้ำสุมิดะ
.
.
.
.
.
วันนี้ร้อนมากๆๆ จริงๆแล้วอึมครึมนะ แดดไม่มี…แต่มันอบอ้าวสุดๆ
ในใจก็ลุ้นอยู่ตลอดว่า…ฝนอย่าตกนะๆๆ ถ้าตกลงมาก็จบเห่เลย…
ทุกอย่างต้องถูกยกเลิกกกก
ไม่นะๆๆ ยอมไม่ได้เด็ดขาด อุตส่าห์ตั้งตารอวันนี้มานานเป็นปีๆ
.
.
.
.
.
พอเดินทางมาถึงชินจูกุ
.
.
.
.
.
ก่อนจะเดินซื้อของ…ก็ต้องขอแวะเติมน้ำมันกันเล็กน้อย
ไม่งั้นรถถังกับรถมินิออสตินเครื่องอาจจะดับกลางทางได้
.
.
.
.
.
ปั๊มน้ำมันที่แวะ…เป็นปั๊มประจำ…ชื่อ “ฮานะมารุ” (はなまる) ร้านสำหรับคนรักอุด้งค่าาา
ต้องให้เครดิตแม่แตงโมหน่อยนึง
เพราะเป็นคนจุดประกายเอนทรานซ์ให้พิมกับยุ่นมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่นี่ได้
คือ เห็นร้านนี้มาตั้งนานนม..
แต่ก็ไม่เคยได้เข้าไปลองกินซะทีจนแม่แตงโมมาเยี่ยมแล้วชวนพิมกับยุ่นเข้าไปลองกิน
หลังจากนั้น…ฮ่าๆๆ…ติดกันจั๋งหนึบ…เพราะนอกจากจะอร่อยเหาะ แล้วยังถูกสุดๆ
เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการเก็บเงิน หรือถังแตกมากๆ
.
.
.
.
.
ท้อปปิ้งหลากหลาย…น้ำซุปกลมกล่อม…เล่าไปนี่น้ำลายก็ฟูมปากไป
.
.
.
.
.
กินเสร็จ จะต้องกลิ้งออกจากร้าน…ว่างั้น??
.
.
.
.
.
เมนูประจำของพิม…ตั้งแต่วันแรกที่สั่ง จนถึงวันนี้ยังไม่เคยเปลี่ยน…
“คิทซึเนะ” (きつね) ขนาดเล็ก หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกขนาด “โชว” (小)
สังเกตเส้นขาวอวบ…นุ่มสุดๆ
.
.
.
.
.
ให้รางวัลตัวเองเนื่องในโอกาสที่ช่วยลดโลกร้อนด้วยการไม่เปิดแอร์ตอนเที่ยงสองวันติดกัน…
(คิดว่าข้ออ้างนี้ฟังขึ้น?)
.
.
.
.
.
คงไม่ต้องบอกว่าชามนี้ของใคร…
เฮ้ออ…เห็นแล้วก็สงสาร
เต็มไปด้วยสาหร่ายเขียวๆ
.
.
.
.
.
เติมน้ำมันเสร็จเรียบร้อย รถถังและมินิออสตินก็ออกไปปฎิบัติการช้อปปิ้งตามรายการที่ต้องซื้อ
.
.
.
.
.
เสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทาง…
.
.
.
.
.
อย่างที่เคยเล่าไปตอนต้นว่า…ยุ่น…แนะนำว่า…ควรไปถึงก่อนเวลาเริ่ม 4 ชั่วโมง…
ซึ่งนั่นหมายความว่า ต้องไปถึงสถานที่แสดงพลุตอนบ่าย 3 โมงครึ่งโดยประมาณ
แต่กว่าจะกินข้าว ซื้อของเสร็จ ก็เกือบๆจะสี่โมงเย็นเข้าไปแล้ว
(แหะๆ เพราะมีเดินออกนอกเส้นทางเล็กน้อย…ก็นะ…ชินจูกุมันมีมารเยอะอ่ะ)
.
.
.
.
.
ในใจพิมตอนนั้นชิลล์มากๆ คิดว่าโอ๊ยยย ถมเถ…เลยบอกยุ่นว่า
เดี๋ยวเราออกจากชินจูกุซักห้าโมงเย็นนะ…อย่าเร่งรีบมากเลย เชื่อสิ มันไม่ “โรค” ขนาดนั้นหรอก
(ชีกล้าเนอะ…ไม่เคยไปดูแล้วยังอาจหาญไปแนะนำคนที่เค้าอยู่ญี่ปุ่นมา 6 ปีแล้ว)
.
.
.
.
.
จุดนั้นดร.ยุ่นก็เหมือนถอดใจ…เลย…ตามน้ำไป ไม่พูดไม่ขัดขวางหรือพูดขู่อันใดอีก ฮ่าๆๆ
(แต่ก็คงจะแอบรอหัวเราะอย่างสะใจอยู่ลึกๆ ชิมิ!!!)
.
.
.
.
.
พอห้าโมงเย็น ก็ออกเดินทาง
.
.
.
.
.
บนรถไฟ…ก็แน่นนะ…แต่ก็ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไรมาก
จริงๆเริ่มหวาดหวั่นกับคนพูดของยุ่นเหมือนกัน แต่ก็พยายามข่มความรู้สึกเอาไว้ ไม่ได้ๆ เดี๋ยวเสียฟอร์ม
.
.
.
.
.
มาถึงแล้ว…สถานีที่ลง…ฟุดะ (布田)
จริงๆแล้วจะเลยไปอีกสถานีนึงเพื่อไปลงที่สถานีโจฟุเลยก็ได้…แต่สำหรับพวกใช้ตั๋วฟรี…สถานีนี้จะเดินใกล้กว่า
.
.
.
.
.
คู่รักเดินกันหนุงหนิง…
บอกยุ่นเหมือนกันว่า ให้ซื้อยูกาตะมาใส่ด้วยกัน
แต่ยุ่นบอกว่า ไว้ปีหน้าๆ เพราะซื้อมาปีนี้ก็ต้องทิ้งไปเลย
ปีหน้าคงต้องซื้อใหม่เพราะไซส์มันไม่ได้
โฮะๆๆๆๆ ขี้โม้จริงๆ
.
.
.
.
.
เริ่มเหงื่อตก…ทำไมมันแออัดขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
.
.
พนักงานบนสถานีรถไฟทำงานกันอย่างหนัก เพื่อจัดระเบียบการเดินของผู้โดยสารที่เพิ่งลงรถไฟมา
.
.
.
.
.
เริ่มหวาดกลัวว่าคำพูดของดร.ช้างยุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
.
.
ดร.ช้างยุ่นบอกไม่ให้โชว์รูปหน้า…กลัวคนตกใจว่าทำไมผอมจัง กักๆๆๆๆ
เลยต้องทำเป็นแบบนี้แทน
(นี่…ถ้าปลายปีไม่ผอมจริงพิมจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะทันทีเลยนะ…เพราะฉะนั้น สู้ๆๆ)
.
.
.
.
.
คนเยอะเป็นแพแบบนี้ตั้งแต่หน้าสถานีงั้นหรอ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กรีดร้องอย่างเจ็บปวดที่สุด!!!!!!!!!!!!!!!!
.
.
.
.
.
รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของยุ่นแว่วเข้าหู
โฮๆๆๆๆๆ เค้าขอโทษที่ไม่เชื่อฟังงงงงงงงง
.
.
.
.
.
แวะซื้อเสบียงระหว่างทางที่เซ้บุ้งอีเล้บุ้ง (7-11 ออกเสียงแบบชาวจาปัง)
.
.
.
.
.
แอลกอฮอล์เล็กน้อย เผื่อช่วยทำให้พลุดูวิ้งๆสวยงามขึ้น
.
.
.
.
.
เดินมาเรื่อยๆ…เจอเซ้บุ้งอีกแล้ว…
ร้านรวงแถวนี้วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว
.
.
.
.
.
หนูน้อยใส่ยูกาตะตัวจิ๋วน่ารัก
.
.
.
.
.
แรงมากกกกกก…ยอมน้อยหน้าคนซะที่ไหนกัน!!!
.
.
.
.
.
เดินมานานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จำไม่ได้ ลืมจับเวลา
มัวแต่เม้าท์กับฝาชีจนเพลิน
และแล้วก็มาถึง…
อย่างไม่ทันตั้งตัว
.
.
.
.
.
จุดนี้จะโดนยุ่นหัวเราะเยาะอีกมั้ยหว่าเรา
ตัวเย็นขึ้นมาในบัดดล…คือกลัวขนหัวลุกขึ้นมาว่าจะหาที่นั่งไม่ได้
.
.
.
.
.
เดินๆตามชาวบ้านเค้าไปเรื่อยๆ
.
.
.
.
ถึงทางเข้าของจริงแล้ววววว…ตื่นเตร้วๆๆ
.
.
.
.
.
แลซ้าย…เอิ่มมมมม…ก็เยอะนะ…แต่ก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจว่า
อ่ะโด่…นึกว่าจะคลั่งกว่านี้ ชิๆๆๆ
ยุ่นเห็นพิมทำหน้าตาเหมือนสะใจ เลยรีบบอกว่า…
ซ้ายน่ะ ไม่ต้องไปมอง เพราะถือว่าเป็นโซนหลังแทบจะสุด
เห็นมั้ยว่าที่เราเข้ามาคือประตูที่ 9 แล้วเหมือนว่าจะมีถึงประตูที่ 11 หรือยังไงนี่แหละ
เพราะฉะนั้น…กรุณาแลเบื้องขวา…
.
.
.
.
.
เอิ่ม…ขอบอกว่าสุดลูกหูลูกตาค่ะ
จริงๆสุดขอบรูปแล้วยังมีต่อไปอีกไกลมากๆๆ
แล้วที่ว่างๆที่เห็นตรงกลางนั่นน่ะ เป็นทางเดิน เค้าห้ามนั่ง…
แต่ตอนหลังที่การแสดงเริ่มไปแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีคนแหกกฎนั่งมั่วไปบ้างรึเปล่า
.
.
.
.
.
ตอนนั้นนี่ พิมช้อคไปชั่วขณะจริงๆ คือเห็นในรูปอาจจะดูไม่เยอะเท่าไหร่
แต่ของจริงคนเยอะยั้วเยี้ยะมากกกกกกกก
คิดในใจตั้งแต่ตอนที่เห็นว่า
แย่แน่ๆๆ ไม่มีที่นั่งแน่ๆๆ ถึงตอนแรกจะคิดว่า จะอะไรมากกกยะ ชั้นมากันแค่สองคน…มีชัวร์
แต่ภาพเบื้องหน้าที่เห็น มันดูเหมือนกับมีแต่ คน คน คน แล้วก็คน เต็มไปหมด
.
.
.
.
.
นี่เดินกันมาจนสุดเขตตั๋วฟรี…เลยไปอีกเข้าไม่ได้ เพราะเป็นโซนของพวกเสียตังค์ และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น
จริงๆพอมีที่ว่างนะ…แต่มันแคบมากๆ จะปูผ้าที่เตรียมมาได้ไงอ่ะ
มาสองคน…แต่อีกคนเป็นช้างนะ!!!! ข้าวของก็มีเยอะแยะ!!!!
.
.
.
.
.
สุดท้าย…มองซ้ายมองขวา…แล้วก็แทรกตัวลงแถวๆทางเดินนั่นแหละ
ไม่รู้เหมือนกันว่าน่าเกลียดรึเปล่า…แต่ไม่ไหวละ
พอปูผ้าปุ๊บ…มีคนทำตามเพียบบ ฮ่าๆ คนญี่ปุ่นนี่เป็นพวกตามน้ำจริงๆ
ขอให้มีคนเริ่ม…
.
.
.
.
.
วันนี้พาลูกน้อยมาเที่ยวด้วยยย…ลูกอิ๋ว และลูกชัย
.
.
.
.
.
โรม้านซ์มากๆ
.
.
.
.
.
เสบียงเล็กน้อย ที่กะไว้กินตอนดูพลุ แต่กลายเป็นว่าซัดกันเรียบตั้งแต่พลุยังไม่เริ่มมมม!!!
ก็มันหิวอ่ะ เหนื่อยสุดๆ ร้อนสุดๆ เดินไกลสุดๆ เบียดสุดๆ ด้วยนะ
(ดูร้อนตัวนะ…ยังไม่มีใครว่าไรซักหน่อย)
.
.
.
.
.
เบียร์ของโจฟุ…ที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมมมมม
.
.
.
.
.
เอิ่ม…เจอแบบนี้ใครจะอดใจไหวววววว
.
.
.
.
.
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ อีกไม่นานเกินรอออออออ
.
.
.
.
.
เริ่มแล้วววววววววววววววววววววว!!!!!
.
.
.
.
.
ตะลึง…
.
.
.
.
.
งึงงัน…
.
.
.
.
.
รวมเป็น…ตะลึงงึงงัน
แม่เจ้า…สุดยอดอ่ะ สวยงาม น่ารักมากๆ
ภาพนิ่งก็งามอย่างนึง…แต่สู้ของจริงไม่ได้แม้แต่น้อยนิด
.
.
.
.
.
เดี๋ยวจะหาว่าโม้…ลองไปดูของจริงกันหน่อยมั้ยยยยยย
แนะนำให้กดปุ่ม HQ เวลาดูนะคะ
มีหลายไฟล์มากๆ เลือกดูเอาตามใจชอบเด้อออ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
และสุดท้าย
.
.
.
.
.
ไม่รู้จะบรรยายเป็นความรู้สึกยังไงดี…
คือมันสุดๆซะยิ่งกว่าสุดๆ
ทั้งตื่นตา ตื่นใจ ตื่นเต้น…สารพัดจะตื่น
ใครวางแผนจะมาเที่ยวญี่ปุ่น อยากให้ลองพิจารณาช่วงที่มีดอกไม้ไฟไว้ด้วยก็ดี
ลองมาดูด้วยตาแล้วจะรู้ว่า…มันไม่ธรรมดาจริงๆ
.
.
.
.
.
เฮ้อ…ขากลับ…อนาถกว่าขามาหลายเท่านัก จุดนี้ใครอยากเข้าห้องน้ำแนะนำให้เข้าฌาณแทนจะง่ายกว่า
.
.
.
.
.
เดินด้วยสปีดหอยทากกลับบ้าน…อ่อนแรงและหิวโหยยยย
.
.
.
.
.
ดังนั้นคงจะไม่ผิดเท่าไหร่ หากคนพยายามลดความอ้วนสองคน จะแวะเติมพลังชีวิตให้กับตัวเอง
.
.
.
.
.
เอิ๊กๆๆๆ ใครสั่งให้มาตั้งร้านอยู่ใกล้บ้านชั้นขนาดนี้ยะ!!!!
แล้วดึกขนาดนี้แล้วทำไมไม่ปิดร้านนนน
คนอื่นเค้าปิดหมดแล้ว!!!
มาเปิดล่อตาล่อใจทำไม…หึ่ยยย…รมณ์เสีย
.
.
.
.
.
เป็นอันจบวันเที่ยวอีกหนึ่งวัน
.
.
.
.
.
วันเสาร์หน้า มีนัดดูพลุอลังการที่สุดในโตเกียวที่จะจัดริมแม่น้ำสุมิดะ
.
.
.
.
.
คราวนี้จะมาในชุดยูกาตะด้วย ไม่พลาดแน่ๆ โฮะๆๆ ติดตามชมกันได้นะคะ
.
.
.
.
.
เป็นบล็อกที่ถึกมากกกกก ขอตัวไปนั่งนวดตาตัวเองก่อน






Recent Comments