ของฝากจากโยรบปะ
และแล้ว…การรอคอยอันแสนยาวนานเป็นระยะเวลาสิบเอ็ดวันก็ได้สิ้นสุดลง!!!!
ช้างยุ่นกลับมาแล้ววววววววววววววว!!!
WhoopDeeDoo HeyHeyHey!!! (55555+)
พร้อมของฝาก…
เพื่อเป็นการปลอบขวัญที่ต้องปล่อยให้ภรรยาอยู่บ้านอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ^_^
แต่!!! คำว่าของฝากในที่นี้เนี่ยะ ไม่ได้หมายถึงของฝากในความหมายทั่วไป…แต่หมายถึง
ของ…ที่ฝากให้ไปหาซื้อกลับมาให้ได้ และจ่ายเงินให้ด้วย!!! (แรงมะ!!)
มาดูกันดีกว่า…ว่าคุณช้างสุดที่รักซื้ออะไรมาฝากบ้าง
(1) LES 4 OMBRES DE CHANEL QUADRA EYE SHADOW #19 ENIGMA

ในที่สุดก็ได้มาครอบครองสักที >_<
.
.
.
.
.
.

(#19) ENIGMA จากคอลเลคชั่น Fall 2010 ของ CHANEL
.
.
.
.
.
.

แกะออกมาจากกล่อง ก็จะพบกับตัวตลับที่ซ่อนอยู่ในถุงกำมะหยี่สีดำสุดหรู
.
.
.
.
.
.
ตลับสีดำมันวาว และโลโก้ชาแนลสีขาว…เรียบหรู ดูน่าค้นหา
.
.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สลบไปหนึ่งรอบ!!!!
.
.
.
.
.
.
สีทึมๆแบบอ่อนโยน+วิ้งๆแบบผู้ดี เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงอย่างที่สุด
แต่เดี๋ยวต้องดูว่าสีติดทนนานอย่างที่เค้าว่ากันรึเปล่า
.
.
.
จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นคนชอบจัดชุดใหญ่ให้ดวงตาแต่อย่างใด
คืออย่างทุกวันนี้ก็แค่กรีดอายไลน์เนอร์ แล้วก็จบข่าว
แต่เคยไปเดินโฉบที่เคาท์เตอร์ชาแนล แล้วไปเจอกับเจ้า ENIGMA นี่เข้า ถึงขั้นกรีดร้องอย่างโหยหวน
สีมันสวยงามกระชากกิเลสให้เกิดความอยากได้มาลองฝึกแต่ง smoky eye เองดูบ้าง
(อย่ามา!!! แค่จะฝึกแต่งตา ก็ใช้ไปสิ แคนม้งแคนเม้ค จะใช้ชาแนล…เพื่อ!!!)
เอิ่ม…นั่นแหละๆๆ ช่างมันเถอะ เปลี่ยนเรื่องๆ 555555
ไปดู item ถัดไปกันดีกว่า
(2)OMBRE ESSENTIELLE SOFT TOUCH EYESHADOW
(#88) VERT KHAKI
.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
.

ตัวเล็กกว่าพี่ ENIGMA
.
.
.
.
.
.

ของจริงสีสวยงามมากๆขอบอกกกก
แต่!!!
ถ้าขึ้นมาอยู่บนตาเราแล้วจะเหมือนคนถูกต่อยมั้ย
จุดนี้ก็ต้องดูกันต่อไป
.
.
.
.
.
.
(3)ROUGE COCO HYDRATING CREME LIP COLOUR (#02) PERLE
(4)ROUGE COCO HYDRATING CREME LIP COLOUR (#04) CASHMERE

ที่มาของสองแท่งนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อซักเดือนที่แล้ว ตอนที่กลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย
ก่อนจะขึ้นเครื่อง ก็ตามฟอร์ม แวะเดินเล่นตรง duty free เพื่อซื้อเครื่องสำอางค์ฝากตัวเอง และคุณแม่แมวน้ำ
ก็ไปเดินวนเวียนตรงชาแนล…
แล้วก็ได้ไปพบรักกับ…
.
.
.
.
.
.
ไม่ได้เวอร์นะ…แต่ตั้งแต่ใช้ลิปสติกมา…ก็หลายรุ่นหลายยี่ห้ออยู่ แต่ขอบอกว่า
ROUGE COCO ของชาแนลคือคำตอบสุดท้ายจริงๆ
คือเนื้อลิปสติกเนียนนุ่มมากๆ แล้วสีก็ค่อนข้างติดทนนาน
ไม่ต้องเติมระหว่างวันบ่อยๆเหมือนหลายๆยี่ห้อ
แล้วที่สำคัญ…มันหอมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ใช้แล้วรู้สึกดีที่สุดในโลก
.
.
.
แต่ๆๆๆๆ…คนสวยใช่จะไม่มีข้อเสีย
คือด้วยความที่เนื้อของนางนุ่มมากๆ บางทีถ้าเราไปอยู่ในที่อากาศร้อนมากๆนางจะเกิดการละลายจนหักได้ค่ะ
แต่จริงๆก็แก้ด้วยการใช้ลิปบรัชเอา…แต่ก็นะ…เวลาทามันก็จะไม่สะดวกเหมือนทาจากแท่ง
แต่เอาเหอะ…ข้อเสียนิดๆหน่อยๆ มองข้ามกันได้
.
.
.
ด้วยเหตุนี้…ในโอกาสที่สามีได้ไปดูงานต่างบ้านต่างเมือง ก็เลยให้แวะสอยมาให้อีกสองสี
และมีแนวโน้มสูงมากๆที่จะไปโฉบสีอื่นๆมาไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน
.
.
.
.
.
.
มี swatch ของทั้งสามสีมาให้ดู
.
.
.
.
.
.

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น…ก็คงแตกต่างกันไปตามสีปากของแต่ละคนด้วย
.
.
.
.
.
.
มาที่ของฝากชิ้นต่อไป…ก็ยังคงเป็นชาแนล
ฮ่าๆๆ ก็ยุ่นโทร.มาบอกว่า “ที่รักอยากได้อะไรจัดมาหนักๆเลย” ก็เลยทำตามบรีฟก็แค่นั้นเอง!!!
(5)CHANCE CHANEL EAU TENDRE EAU DE TOILETTE

หอมหวาน…คุณหนูกระโปรงชีฟองฟูฟ่อง ไร้ซึ่งคำบรรยายใดๆ
.
.
.

แถมกลิ่นติดทนนานอีก ให้ไปเลย 10/10
น่าจะเป็นชิ้นที่รักที่สุดจากบรรดาทั้งหมดทั้งมวลที่ช้างยุ่นซื้อมา
.
.
.
.
.
.
(6)ORIGINS PEACEKEEPERS SENSORY THERAPY
จัดไปเซท 3 ขวด
มันใช้ดีมากๆ ขาดไม่ได้ แนะนำสุดๆขอบอกต่อ
บำบัดสุดๆเวลาปวดหัว ปวดตา เครียดๆ
กลิ่นหอม ไม่รบกวนชาวบ้าน
คืออย่างขึ้นรถไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น เกิดเครียดๆปวดขมับขึ้นมา
จะให้ควักยาหมองตาเสือออกมาทาเต็มคราบก็เกรงใจเพื่อนร่วมขบวนรถไฟอยู่เหมือนกัน
.
.
.

จริงๆอันนี้ซื้อมาเพื่อเอาไว้ให้ช้างยุ่นพกไปทำงานแหละ
(ให้ช้างยุ่นสองขวด แล้วเราเก็บไว้แค่ขวดเดียวพอ)
.
.
.

เวลาทำงานเครียดๆ ก็หยิบขึ้นมาทาซะ ขมับ หลังใบหู หลังคอ ข้อมือ อะไรก็ว่าไป
จะได้รู้สึกคลายขึ้น มีพลังทำงานวิจัยของเค้าต่อไป
(7)ORIGINS MAKE A DIFFERENCE SKIN REJUVENATING TREATMENT

ไปเห็นนางนึงใน Jeban นางมารีวิวไว้…แบบว่าจากที่หน้ามีรอยแผลเป็นสิวโน่นนี่เต็มไปหมด
ผ่านไปเดือนหรือสองเดือน หรืออะไรสักอย่าง หน้าปิ๊งมากกกกกกก
แล้วก็บอกว่าคนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ใช้ดี
.
.
.
แต่ก็นะ…ไอ้คำว่าแพ้ง่ายของแต่ละคนนี่มันก็แตกต่างกัน ก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าแพ้ก็ไม่เป็นไร…เพราะมันก็จะกลายไปหนึ่งในสมาชิกของครีมทาหน้าให้ช้างยุ่นแทน…เอิ๊กกกกก
.
.
.
จริงๆในเซทเค้าก็มีมากมายหลายตัว แต่เอาแค่ treatment มาลองก่อน ถ้าไม่แพ้ค่อยลุยตัวอื่นๆต่อไป
แฮ่ก!!! หมดแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววว
จริงๆแล้วสั่งน้ำหอม Jo Malone ไปด้วย…แต่แป่ววว มันอยู่คนละ terminal กับที่คุณช้างเค้าต้องขึ้นเครื่องกลับญี่ปุ่น
แล้วเวลามันก็ไม่ทันแล้ว คุณช้างก็เลยต้องถอดใจ…ตอนมาบอกนี่คอตกหน้าเศร้า….บอกเสียใจมากที่ซื้อมาให้ไม่ได้…
ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรจ้าาา ครั้งหน้าก็ได้ กักๆๆ เค้าไม่รีบบบบบบบบบบบบ เผื่อจะได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาด้วยว่ากลิ่นไหนผสมกับกลิ่นไหนแล้วเริ่ดที่สุด!!!
ท้ายที่สุดนี้…ก็ขอกราบงามๆไปที่อกนุ่มๆของคุณช้างยุ่นสามีสุดที่รักนะคะ
เวลาก็ไม่ค่อยจะมี ต้องวิ่งวุ่นเหงื่อโทรมทั่วแอร์พอร์ตเพื่อหาซื้อของให้ภรรยาตัวแสบ…T_T ซึ้งอะ
เดี๋ยวยังไงเค้าจัดเต็มให้ตอนวันเกิดน้าาาาาาาา รักที่รู้กกกกกกกกที่สุดในโลกเล้ยยยย จุ๊บจิ๊บๆๆๆ
ชุดยูกาตะ (浴衣)
อ่ะแฮ่ม…วันนี้ขอเริ่มต้นแบบวิชาการนิดนึงนะคะ
.
.
.
.
.
สมัยที่เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นใหม่ๆ
ในคลาสนึง
เซนเซแนะนำให้นักเรียนในห้องได้รู้จักกับประเภทหนึ่งของกลอนญี่ปุ่น ที่เรียกว่า ไฮคุ (俳句)
.
.
.
.
.
ซึ่งเป็นบทกลอนของญี่ปุ่น ที่มีฉันทลักษณ์กำหนดไว้ 17 พยางค์
วรรคแรก 5 พยางค์
วรรคที่สอง 7 พยางค์
และวรรคสุดท้าย 5 พยางค์
.
.
.
.
.
การแต่งไฮคุ ดูเหมือนจะง่ายนะคะ เผลอๆเหมือนจะง่ายกว่ากาพย์กลอนของบ้านเราอีก
เพราะไม่มีเรื่องสัมผัสอักษรหรือวรรณยุกต์เข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่…ช้าก่อน!!!
อย่างที่บอก มันแค่ “ดูเหมือนจะง่าย” แต่จริงๆแล้ว “ไม่ง่ายอย่างที่คิด”
เพราะ
ไฮคุมีสิ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะ (หรือจะเรียกว่า “เสน่ห์” ก็ไม่น่าจะผิด) คือ
จะต้องมี คิโงะ (季語) หรือ คำที่บ่งบอกถึงฤดูกาล
ใส่เข้าไปในบทกลอนด้วย
.
.
.
.
.
เอิ่ม…แล้ว…คำที่บ่งบอกถึงฤดูกาลนี่มันคืออะไรกันล่ะค้าคู้ณณณ…
.
.
.
.
.
ตอนนั้นพอเซนเซพูดคำว่า คิโงะ (季語)ออกมา ทุกคนก็ทำหน้าตามึนงง…
เพื่อนในห้องคนนึงก็เลยขอให้เซนเซช่วยอธิบายเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่าง
.
.
.
.
.
เซนเซ ยิ้มกริ่ม…แล้วก็ถามนักเรียนในชั้นว่า…
.
.
.
.
.
พูดถึงหน้าร้อนในญี่ปุ่น ทุกคนนึกถึงอะไร…
ติ๊กต้อกๆๆๆๆๆ
.
.
.
.
.
ห้องเรียนเงียบไปเพียงเสี้ยววิ แล้วทุกคนก็แย่งกันตอบกันใหญ่
.
.
.
แตงโม!!
ทะเล!!
เสียงจักจั่น…หมี่ๆๆๆๆๆ!!
การจับแมลง!!
พัด!!
ไอศครีม!!
น้ำแข็งใส!!
โซเม็ง!!
ฮานาบิ (เทศกาลชมดอกไม้ไฟ)!!
และอื่นๆอีกมากมาย
.
.
.
.
.
เซนเซ บอกว่า…คำพูดที่นักเรียนร่วมกันคิดออกมาเหล่านี้แหละ คือ คิโงะ (季語)
แล้วเซนเซก็ไล่ถามไปทีละฤดูจนครบ จากนั้นก็ให้ลองแต่งไฮคุกัน
.
.
.
.
.
หลังจากคลาสในวันนั้น
รู้สึกประทับใจกับการให้ความสำคัญในเรื่องฤดูกาลของคนญี่ปุ่นมากๆ
.
.
.
.
.
ขนบธรรมเนียมประเพณีหลายๆอย่างในประเทศญี่ปุ่น
จะถูกแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจนโดยมีฤดูกาลเป็นตัวกำหนด
.
.
.
.
.
ในแต่ละฤดูกาลจะมีกิจกรรม หรืออาหารการกินซึ่งไม่สามารถหาได้ในฤดูอื่น
ซึ่ง “การที่ไม่สามารถหาได้ในฤดูอื่น” ตรงนี้แหละที่ทำให้ “คุณค่า” เกิดขึ้น
.
.
.
.
.
อย่างชุดยูกาตะ (浴衣) ก็ถือเป็นตัวแทนของหน้าร้อนในญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน
.
.
.
.
.
ในทุกหน้าร้อนจะเห็นคนญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยพร้อมใจกันใส่ชุดยูกาตะเพื่อการไปชมดอกไม้ไฟ (花火)
หรือไปร่วมรำวงในเทศกาลบงโอโดริ (盆踊り)
.
.
.
.
.
เห็นคนญี่ปุ่นใส่ชุดประจำชาติออกมาเดินยืดกันตามท้องถนนแบบนี้ก็รู้สึกอิจฉาเล็กๆ
คืออยากให้คนไทยให้ความสำคัญกับชุดไทย เหมือนที่คนญี่ปุ่นใส่ใจกับการใส่ชุดประจำชาติของเค้าแบบนี้บ้างจัง
.
.
.
.
.
จริงๆชุดไทยสวยงามมากๆไม่แพ้ชุดประจำชาติของชาติอื่นเลยนะ…ความอ่อนหวานชดช้อยนี่ก็ไม่น้อยหน้าชาติไหน
.
.
.
.
.
เอาล่ะ เข้าเรื่องดีกว่า…
เกริ่นอะไรมาก็ไม่รู้ตั้งยืดยาว…จริงๆแล้วแค่อยากจะโชว์ชุดยูกาตะของตัวเองก็เท่านั้น ฮ่าๆๆๆ
ชุดยูกาตะชุดแรกในชีวิตค่าาาา
.
.
.
.
.
ตอนที่จะซื้อนี่เดินเลือกอยู่นานมากๆ กว่าจะเจอสีและลายที่ถูกใจ และที่สำคัญคือต้องสบายกระเป๋าสตางค์
.
.
.
.
.
.
แกะออกมามีแผ่นกระดาษสอนวิธีใส่ให้ด้วย…
.
.
.
.
.
ดูรูปเหมือนจะใส่กันง่ายๆ แต่จะบอกให้ว่ามัน advanced มากๆ (หรือจริงๆแล้วมันง่าย…แต่เรามันโง่เอง…เอิ่มม)
สุดท้ายเลยต้องพึ่ง youtube ซึ่งก็ทุลักทุเลมากๆ กว่าที่จะผูกสำเร็จ
.
.
.
.
.
ลองดูจากคลิปใน youtube ดีกว่า
.
.
.
.
.
ต่อด้วยวิธีการผูก 帯 (Obi)
แฮ่กกกก
.
.
.
.
.
เมื่อครั้งก่อนที่ไปดูดอกไม้ไฟที่โจฟุ ไม่ได้ใส่ยูกาตะไปดู เพราะว่าตอนนั้นยังซื้อ accessories ไม่ครบ
ยังขาดพัด แล้วก็กิ๊บติดผม
จริงๆดร.ยุ่นก็บอกว่าให้ใส่ๆไปนั่นแหละ
ยุ่นบอกว่า แค่พัดกับกิ๊บติดผมเอง ไม่มีไม่เป็นไรหรอกมั้ง
.
.
.
.
.
แต่…ยอมได้ไงอ่ะ ครั้งแรกในชีวิตนะ ขอครบๆหน่อยซี่
.
.
.
.
.
ก็คิดว่าดีเหมือนกันนะที่สุดท้ายไม่ใส่ไป เพราะตอนนั้นยังมึนงงกับวิธีการใส่มากๆ
ถ้าดันทุรังใส่ไป ไปผ้าหลุดกลางถนนทำไงอ่ะ
ก็บอกตัวเองว่า ค่อยใส่ตอนจะไปดูที่ สุมิดะงาว่า (隅田川) ก็แล้วกัน
จะได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่มี ฝึกใส่ไปพลางๆด้วย
.
.
.
.
.
และแล้ว วันที่รอคอยก็มาถึง
วันเสาร์ที่ผ่านมานี้เองค่ะ
.
.
.
.
.
หลังจากฝึกปรือมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ
.
.
.
.
.
ช้างยุ่นรีบถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ตอนอยู่แถวบ้าน เพราะกลัวว่าภรรยาเดินไปเรื่อยๆแล้วจะหลุดลุ่ยเละเทะ
ด้านหน้าพอดูได้ ผ้าด้านขวาต้องถูกทับด้วยด้านซ้ายแบบนี้ถูกต้อง แต่ด้านหลังนี่เละอย่าบอกใคร
โอบิผูกได้ง่อยมากๆ
.
.
.
.
.

เดินทางด้วยสายกินซ่า ขึ้นที่สถานีต้นทางชิบุย่าไปลงสถานีปลายทางที่อาซากุซะ
รถติดตั้งแต่ในสถานีเลย…ออกไปนอกสถานียิ่งหนัก กรุณาดูภาพฝูงชนค่ะ…
.
.
.
.
.
เห็นสาวๆญี่ปุ่นเค้าเหน็บพัดไว้ตรงโอบิ เลยลองทำดูบ้าง แต่บางคนก็เหน็บไว้ข้างหลังนะ
.
.
.
.
.
ช้างยุ่นยังคงไม่ยอมให้เปิดเผยใบหน้า…
ไม่ใช่เพราะเป็นทัณตแพทย์
แต่เพราะยังอยู่ในช่วงไดเอทเลยยังไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นหน้าว่าผอมไปถึงไหนแล้ว
.
.
.
.
.
เหนื่อยที่สุดคือเวลาเดิน เพราะช่วงก้าวมันแคบมากๆ
ยิ่งเป็นคนเดินเร็วยิ่งอึดอัดสุดๆ
.
.
.
.
.
.
ครั้งนี้ถ่ายรูปมาน้อยมากๆ วิดีโอนี่ไม่ได้ถ่ายมาเลย เพราะคนแน่นมากๆ
ไร้ที่วางขาตั้งกล้อง T_T
.
.
.
.
.
วันเสาร์ที่จะถึงนี่ก็จะไปดูอีก…คราวนี้จะไปกับเพื่อนๆคนญี่ปุ่น
.
.
.
.
.
สนุกสนานยังไงไว้จะมาเล่าให้ฟังเด๊อค่ะ
การลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดี
เมื่อวันก่อน นั่งคุยกับช้างยุ่นว่า สงสัยแค่การควบคุมอาหารอย่างเดียวไม่น่าจะเป็นหนทางที่ดีนักในการจะลดน้ำหนัก
.
.
ถ้าควบคุมอาหารอย่างเดียว…มันอาจจะเห็นผลในระยะสั้น น้ำหนักอาจจะลดลงฮวบฮาบ เพราะแน่นอน..ก็กินน้อยลงหนิ…
.
.
.
แต่…มันไม่ใช่วิถีที่ยั่งยืน เพราะไม่นาน มันก็จะเกิด yo-yo effect อ้วนเด้งขึ้นมาอีก
.
.
.
แต่นี่เราก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรหนิ…ไม่จำเป็นต้องมาลดฮวบฮาบ…อยากจะให้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ทรมานสังขารมากเท่าไหร่
.
.
.
เพราะในระหว่างลดความอ้วน ช้างยุ่นก็ยังต้องทำงานหนักหน่วงยังกับพวกจับกังอยู่ ถ้าโหมลดอาหารมากไป อาจจะกลายเป็นการทำร้ายสุขภาพกายและใจโดยรวมได้…
.
.
.
คิดได้แบบนั้น…ก็เลยตัดสินใจว่า เราจะไปสมัครฟิตเนสกัน..
.
.
.
ควบคุมอาหารแบบพอมประมาณ และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยดีกว่า…ต้องผอมแบบมีสุขภาพดี (ให้ตายดิ…ดู ideal มากๆ จะทำได้ซักกี่น้ำ ฮ่าๆๆๆ)
.
.
.
ฟิตเนสชื่อว่า Tipness ค่ะ…สาขาที่สมัครอยู่ไม่ไกลจากบ้านมาก
นั่งรถไฟไปแค่ 4 สถานีเท่านั้นเอง
.
.
.
สมัครพร้อมกันสองคนนี่ดีจริงๆ เพราะได้โปรโมชั่นฟรีค่าแรกเข้า
.
.
.
.
.
.
มี visitor ticket ให้ด้วย 2 ใบ…ชวนใครมาเล่นดีหว่าาา…ฮิๆ น้องพรน้องเต้ยสนมั้ยจ๊ะ
.
.
.
คูปองลดราคา 20% สำหรับใช้ซื้อสินค้าในร้านขายชุดออกกำลังกายที่ฟิตเนส
.
.
.
มีไดอารี่ให้บันทึกแคลอรี่ที่หายไปในแต่ละครั้งที่เรามาเล่นฟิตเนสด้วย
.
.
.
หลังจากสมัครฟิตเนสเสร็จ พิมเห็นว่าได้การละ…น้ำขึ้นต้องรีบตัก!!!
.
.
.
เลยลากช้างยุ่นไป โยโดบาชิ (ร้านขายเครื่องไฟฟ้าในญี่ปุ่นที่พิมกับยุ่นชอบไป) แล้วก็จัดการสำเร็จโทษ wish list ที่อยู่ในใจมานาน…
อย่างแรก…นี่เลย Juicer and Mixer สองคนในร่างเดียวค่าาาาาา
.
.
.
ฟังก์ชั่นเริ่ดจริงๆ แถมถูกมากๆด้วย…เล็งมานานแล้ว แต่ไม่สบโอกาสซะที
(ถึงแม้จะถูกก็ตาม…แต่เรื่องไรจะใช้เงินตัวเองล่ะ :p)
.
.
.

ตัวอักษรญี่ปุ่นสีส้มๆด้านบนเขียนว่า…
เคี่ยวหวะ ด้อนหนะ จู๊สึนิ ฉิโยะขะนาาาา???
แปลว่า…
วันนี้จะดื่มน้ำผลไม้อะไรดีน้าาาาาา
(ลองฝึกพูดดูนะคะ ฮ่าๆ ทำเสียงบีบๆแอ๊บๆหน่อยด้วยจะดีมาก)
.
.
.
.
.
.
บนสุด สวิชต์เปิด
ตรงกลาง สวิชต์ปิด
ล่างสุด สวิชต์แบบ flash ตามใจฉัน
ใช้ง่าย สะดวกดีจริงๆ
.
.
.
เต็มถ้วยนี่ก็ทำได้สองแก้วพอดี๊
.
.
.
จริงๆแล้วช่องใส่ผักผลไม้ลงไปคั้นนี่เล็กไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร…
ก็แค่ขยันหั่นเป็นชิ้นเล็กๆหน่อย
แต่เห็นบางรุ่นที่ไฮโซๆนี่ แบบว่าสามารถใส่แอปเปิ้ลลงไปได้ทีละลูกเลย
.
.
.
.
.
.
เตรียมตัวแปลงร่าง…
.
.
.
นึงงง…ส่องงง…
.
.
.
ซ่ำ!!!
กรี๊ดดดด เริ่ดจริงๆ ถูก ดี พร้อม ในราคาสี่พันกว่าเยนเท่านั้น
.
.
.
นี่ผ่านมาสามสี่วัน คุณช้างยุ่นเลยได้ดื่มน้ำผลไม้แยกกากสดๆก่อนไปทำงานทุกเช้า…
.
.
.
ตั้งแต่ซื้อเจ้าเครื่องทูอินวันนี่มา ทำให้คิดถึงคุณแม่บ่อยขึ้นมากๆ เพราะปกติ ตอนอยู่เมืองไทย คุณแม่จะคั้นให้พิมดื่มทุกเช้า ขอเน้นว่าทุกเช้าาาา ไม่มีขาดซักวันนึงเลย…ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเห็นคุณค่า คือคุณแม่คั้นให้ แต่ว่าพิมก็ดื่มบ้างไม่ดื่มบ้าง แล้วแต่อารมณ์กับความรีบเร่งไปทำงาน (ซึ่งส่วนใหญ่ตื่นสายไง…ฮ่าๆ)
.
.
.
วันนี้ต้องมานั่งคั้นเองนี่ถึงเพิ่งรู้ว่า เออ…มันก็ไม่ได้ง่ายๆนะ กว่าจะได้น้ำผลไม้แก้วนึงเนี่ยะ
.
.
.
ตั้งแต่ต้องไปหอบซื้อผักผลไม้ เอามาแช่ตู้เย็น ตอนเช้ามานั่งปอก นั่งตัดให้เป็นชิ้นๆพอดีกับช่อง ทุกวันนี้ใช้ แครอท มะเขือเทศ ส้ม สัปปะรด แล้วก็ฟักทอง
.
.
.
แล้วก็ค่อยๆไล่เรียงคั้นไป แถมสูตรคุณแม่จอมงกตัวจริงคือ ต้องเอากากที่ถูกแยกไปรอบนึงแล้วมาคั้นอีกรอบ…
.
.
.
ทำเสร็จก็ต้องล้างอีก…ต้องเอาแปรงอันจิ๋วมานั่งขัดๆ…โฮกกก เหนื่อยมากกก
.
.
.
ทุกเช้าตอนล้างๆเจ้าเครื่องนี่อยู่ แบบว่าน้ำตาจะร่วง…คิดถึงพระคุณแม่ขึ้นมาในบัดดล…
.
.
.
ตั้งแต่แต่งงานมานี่ ได้เรียนรู้อะไรในชีวิตมากขึ้นหลายอย่างมากๆ…
.
.
.
ฉะนั้น ขอให้คุณช้างยุ่นรู้ไว้ซะนะว่า ถ้าไม่รักกันนี่ไม่ทำให้หรอกนะ!! (เหมือนจะทวงบุญคุณกลายๆ)
.
.
.
เอาล่ะ มาต่อกันที่การลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีชิ้นสุดท้าย…
.
.
.
ใช่แร้นนนน…เครื่องชั่งน้ำหนักเครื่องใหม่
.
.
.
สาเหตุที่ซื้อหลักๆเลยนี่เป็นเพราะเครื่องนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 200 กก.!!
ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่น!!!
ไม่ใช่ซักหน่อย อันนั้นเป็นฟีเจอร์แถม แต่จริงๆแล้วซื้อเพราะ
1. เครื่องที่มีอยู่มันเล็กมาก คือช้างยุ่นขึ้นไปยืนแล้วเท้าจะแบบเกินๆออกมา ก็เลยทำให้ งงๆว่า น้ำหนักที่ออกมามันเป็นน้ำหนักที่แท้จริงรึเปล่า
2. เครื่องเดิมเก่ามากแล้ว…ไม่รู้ที่มาที่ไปเหมือนกันว่ายุ่นไปได้มาจากที่ไหน สภาพดูเหมือนถูกใช้มาแล้วซักสิบปี
3. แบบเข็มดูยาก…
.
.
.
จุดขายเพิ่มเติม
.
.
.
เก่าไปใหม่มา!!!!
ตัวเลขในเครื่องนั่นเป็นน้ำหนักหลอกที่แปะมากับเครื่องชั่งนะคะ…
ไม่ใช่น้ำหนักของพิมแต่อย่างใด!!!
.
.
.
เอาล่ะ เป็นจุดเริ่มต้นทีดี…
.
.
.
เย็นนี้มีนัดกับช้างยุ่นว่าจะไปออกกำลังกายกันเป็นวันแรก…ได้ผลยังไงจะมารายงานนะคะ
บ้านหลังใหม่
มาแล้วๆๆๆ ของที่ยุ่นสั่งมาให้เป็นของขวัญ เนื่องในโอกาส…โอกาส…โอกาสอะไรล่ะ??…นั่นสิ ไม่มีโอกาสหนิ งง…แต่ก็ไม่เป็นไร ขึ้นชื่อว่าเป็นของขวัญหัวใจก็เต้นตูมตามดีใจสุดๆแล้ว…

Recent Comments