รายงานผลประจำสัปดาห์ที่ 2 ของโครงการ “หนูอยากเห็นช้างยุ่นผอม”
*************************************************************************
อ่าน…รายงานผลประจำสัปดาห์ที่ 1 ของโครงการ “หนูอยากเห็นช้างยุ่นผอม”
*************************************************************************
ผ่านมา 2 อาทิตย์แล้ว สำหรับโครงการ “หนูอยากเห็นช้างยุ่นผอม”
.
.
.
เอาล่ะ…วันนี้ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลงมาก ไปดูผลกันเลยดีกว่า
.
.
.
อ้อ…ขึ้นคำเตือนใต้ภาพก่อนดีกว่า เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด!! กลัวโดนฟ้องงงงงง
คำเตือน : ค่าที่แสดงในกราฟด้านล่างนี้ไม่ใช่น้ำหนักจริง แต่เป็นการเปรียบเทียบน้ำหนักจริงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยให้น้ำหนักที่ชั่งเมื่อวันพุธที่ 1 ก.ค. 52 เท่ากับ 100%
.
.
.
.
.

.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…เริ่ดดดดดดดดดดดดด!!!
ผ่านไปเพียงสองอาทิตย์ นน.ลดลงมา 5.59% แล้วเจ้าค่าาาาาาา
.
.
.
.
.
เป็นโพรเกรสที่น่าภูมิใจน้ำตาไหลเป็นน้ำตกเอราวัณเจ็ดชั้น!!!!!
.
.
.
แล้วเมื่อวาน…มีนัดกับเทรนเนอร์ ก็เลยถูกจับขึ้นเครื่อง DR.FITNESS อีกรอบ
(ใครที่ยังไม่รู้ว่า DR.FITNESS คืออะไร คลิกอ่านเรื่องนี้ได้เลยค่ะ บันทึกการออกกำลังกายกับช้างยุ่น วันที่ 2 และ 3)
.
.
.
เลยได้หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่ากราฟด้านบนไม่ได้มั่วนิ่มมานะคะ
.
.
.
ไม่ต้องพยายามส่อง หรือซูมอินตรงที่ขีดเป็นสีส้มๆไว้นะคะ ฮ่าๆๆๆ
ตัวเลขที่แท้จริงขออุบไว้ก่อน
ที่อยากให้ดูคือ มุมบนขวาของภาพ
จะเห็นเลขอยู่ 2 ตัว คือ 62 และ 66 ซึ่งคือค่า Fitness Score จากการวัดครั้งที่แล้ว และครั้งล่าสุดตามลำดับ
.
.
.
.
.
ค่ายิ่งสูงยิ่งดีค่ะ
.
.
.
.
.
นี่เป็นตารางอ่านค่า Fitness Score
คะแนนจากครั้งล่าสุดของดร.ยุ่นอยู่ที่ 66 คะแนน ซึ่งจริงๆแล้วก็ยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน
มาตรฐานอยู่ที่ 70-79 คะแนน
ส่วนค่า 80-89 คะแนนนั้น บ่งบอกว่า เป็นร่างกายของนักกีฬา
ในขณะที่ ค่า 90 คะแนนเป็นต้นไปนั้น แสดงถึงว่า “คุณคือนักกรีฑาดีๆนี่เอง”
.
.
.
.
.
เชื่อว่าด้วย pace นี้…อีกไม่นาน จะต้องเห็นคะแนนพุ่งขึ้นมาอยู่ในโซน 70 อย่างแน่นอน!!!
สู้ๆนะดร.ช้างยุ่น เอาใจช่วยเต็มที่
.
.
.
.
.
หลายๆทีก็…สงสารเหมือนกันนะ T_T งานก็หนัก…แล้วยังต้องมาคุมอาหาร พร้อมกับออกกำลังกายอีก
.
.
.
.
.
ผ่านมาสองอาทิตย์นี่…ก็ถามยุ่นบ่อยๆว่า ไหวรึเปล่า ผ่อนๆลงหน่อยก็ได้นะ ไม่ต้องฟิตขนาดนี้ก็ได้
.
.
.
.
.
แต่ช้างก็ไม่ยอมท่าเดียว…บอกแค่ว่า…
ไม่ได้หรอก…เดี๋ยวไม่ทัน 6 ธันวา
.
.
.
.
.
ในฐานะเจ้าของโครงการ…ได้ยินอย่างนั้นแล้วนี้น้ำตาซึมมม
แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจริงๆแล้วกัดฟันกรอดๆอยู่รึเปล่านะ…ฝืนไปรึเปล่า…เครียดรึเปล่า
.
.
.
.
.
แต่นี่ก็พยายามที่จะไม่เข้มงวดเกินไป…ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้กินอะไรเลย…ปริมาณน่าจะเท่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่ลดคาร์โบไฮเดรตอย่างจริงจัง
.
.
.
.
.
ที่ใช้คำว่าลด…เพราะเช้ากับกลางวันยังกินอยู่…แต่ถ้าเย็นตอนเย็นล่ะก็…“งด”เลย…ไม่มีข้าวสวยขาวๆอวบๆมาให้เห็นในมื้อเย็นเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้ว…ใครจะเชื่อเนี่ยะ!!! ทุกวันนี้นี่ก็อยากจะตบหน้าตัวเองวันละสามสี่ที…ว่านี่ชั้นฝันไปรึเปล่า…ที่ยังเห็นคุณช้างยุ่นนั่งกินผักหญ้าเป็นอาหารเย็นอยู่ทุกวันอย่างสนุกสนาน…
.
.
.
.
.
แฉข้อมูลตัวเองบ้างดีกว่า…
ฮ่าๆ แผ่นนี้ไม่ปิดเป็นความลับแต่อย่างใด ซูมกันได้ตามใจชอบบบ
คะแนนของพิมครั้งล่าสุดเพิ่มมาแค่ 1 คะแนนเท่านั้น!!!!
น้อยจริงงงง!!!
แต่คุณเทรนเนอร์บอกว่า เป็นเพราะน้ำหนักตัวพิมไมได้ลดลงเยอะอย่างยุ่น
ในความเป็นจริง…นน.เพิ่มขึ้นมา 0.5 กก. ด้วยซ้ำ!!!!!!
.
.
.
.
.
ตอนแรกก็งง…ว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นแท้ๆ แต่ทำไมได้คะแนนเพิ่มขึ้นล่ะ (ถึงจะเพิ่มแค่คะแนนเดียวก็เหอะ…แต่ก็ยังเพิ่มใช่ป่าวล่ะ)
.
.
.
.
.
พ่อหนุ่มน้อยเทรนเนอร์ก็ชี้ไปที่แผ่นประมวลผลของพิม…
เป็นเพราะ…ไขมันพิมลดลง 1.1 กก. และสามารถทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมาได้ 1.5 กก.
.
.
.
.
.
ซึ่ง่คุณเทรนเนอร์ชื่นชมใหญ่ บอกว่า แค่สองอาทิตย์ทำได้ขนาดนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากกกกกกกกก
.
.
.
.
.
จุดนี้ เลยไม่ได้รู้สึกแย่แต่อย่างใดที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น…เพราะสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ “มวลกล้ามเนื้อ”
ง่ายๆคือ ร่างกายกระชับขึ้น กล้ามเนื้อเข้าไปแทนที่ไขมัน
.
.
.
.
.
และนี่แหละ…จะเป็นหนทางที่นำไปสู่ การกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนนนนนนนนนนนน
เพราะเทรนเนอร์บอกว่า ถ้าเรายิ่งเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้มากเท่าไร
อัตราการเผาผลาญก็จะยิ่งสูงมากขึ้น เท่านั้น
.
.
.
.
.
ไม่รู้ยังจำคุณตัวสีฟ้านี่ได้อยู่รึเปล่า…
นี่คือภาพที่อธิบายเกี่ยวกับกล้ามเนื้อในร่างกายของพิม
ครั้งแรกที่วัดนี่…ทั้งตัวเป็นสีฟ้า ระดับที่ 3 จากล่างสุด
ซึ่งอยู่ในโซนที่ “มีกล้ามเนื้อน้อย”
.
.
.
.
.
นี่คือผลครั้งล่าสุด!!!
อยากให้ดูที่ ตัว B ก่อน…แขนด้านซ้ายขวามีกล้ามเนื้อมาอยู่ในระดับมาตรฐานแล้วค่าาาาาาาา ฮูเร่!!!
ไม่อยากจะคุย…แต่แขนที่เคยดูห้อยๆน่าเกลียดตอนนี้มันกระชับขึ้นมาก
จริงๆก็ไม่ได้สังเกตเลย จนกระทั้งได้ดูผลเนี่ยะแหละ
ลองจับๆท้องแขนดู…โอ้วววววว…มันเปี๋ยนไป๋เด้อค่ะขุ่นน่ายยยยย!!!!
.
.
.
.
.
ทีนี่มาดูที่ ตัว A ค่ะ
กราฟสีน้ำเงินคือค่าจากครั้งก่อน
และกราฟสีแดงคือครั้งล่าสุด
เส้นตรงกลาง และเส้นล่างสุด คือปริมาณกล้ามเนื้อ และไขมันตามลำดับค่ะ
.
.
.
.
.
เห็นมั้ยว่าไขมันลดน้าาาาาาาาา
.
.
.
.
.
เอาล่ะๆๆ ถือว่าผลเป็นที่น่าพอใจทั้งคู่…
ยังไงก็สู้กันต่อไป…อย่ายอมแพ้ล่ะ!!!!
.
.
.
.
.
และเหมือนเดิม…ร่วมเป็นกำลังใจให้ดร.ช้างยุ่นด้วยนะค้าาาาาาาาาาาาาาา
สวัสดีค่ะคุณภูมิแพ้
เฮ้อ…ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่แล้ว ที่ทำน้ำพริกกะปิให้ดร.ยุ่นโจ้นั่นแหละ เย็นนั้นเลย ได้เรื่อง คันยิกๆๆๆทั่วหน้า เนื่องจากคุณแม่กะปิเต็มไปด้วยน้องกุ้งแห้ง…
.
.
.
แล้วแม่ครัว…ด้วยความงก ตำกุ้งแห้งไว้เยอะเกิน เลยเอาที่เหลือๆน่ะกินเล่นจุบจับ ไม่น่าเล้ยยยย…
“รู้ว่าเสี่ยง…แต่คงต้องขอลอง”
แพ้กุ้งแท้ๆยังมิวายยย…สมน้ำหน้า…ไงล่ะ คุณภูมิแพ้เลยมาเยี่ยมเลย
.
.
.
แต่ถึงจะคันยิกๆ ก็ยังวางใจ…เพราะมียาแก้แพ้อยู่เต็มบ้าน ก็คิดว่า เดี๋ยวกินยาแก้แพ้ไป ตื่นมาตอนเช้าอาการน่าจะดีขึ้น…
.
.
.
แต่…
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่เลยยยยยยยยยยยยยยแม้แต่นิดเดียว
.
.
.
ดูเหมือนจะหนักกว่าเดิมซะอีกด้วยซ้ำ
คือมันขึ้นเป็นจ้ำๆทั่วหน้า น่ากลัวมากกกก ไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้มาก่อน
.
.
.
จุดนั้นในใจคิดว่า…เอาฟระ สงสัยต้องเอา Elomet มาทาหน้าซะละ แต่จริงๆแล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะทา…เพราะมันมีเสตียรอยด์ คิดไปคิดมาก็เลยไม่ทาซะหยั่งงั้น…ลูกทหารต้องอดทน สู้ต่อไป!!!
.
.
.
ผ่านมาจนวันศุกร์…
.
.
.
โฮกกกกก ไม่ดีขึ้นเลยยยยย ยังคงเป็นจ้ำๆแดงๆแสบๆ ฮือๆๆๆ…แต่ก็ยังอดทนฝืนลิขิตฟ้าไม่ทา Elomet นะ (เก่งจริงๆ)
.
.
.
จนสายๆของวันเสาร์…ตื่นนอนมาด้วยความเจ็บปวดใบหน้า สะกิดคนที่นอนข้างๆ บอกว่า
เค้าไม่ไหวแล้วอ่ะ มันทรมานมากๆเลย…ฮือๆๆ…ทำไงดี…ฮือๆๆ
.
.
.
พูดไป…น้ำตาร่วงเป็นสายยยไป…คือตอนนั้นสงสารตัวเองมากๆ หน้าตาเยินสุดๆ กินยาแก้แพ้อะไรก็แล้ว ทำไมมันไม่ดีขึ้นนะ…ในใจตอนนั้นจินตนาการไปสารพัดว่า นี่ชั้นจะต้องตายอย่างอนาถด้วยโรคผิวหนังบ้าๆนี่รึเปล่านะ ม่ายยยย…
.
.
.
คุณช้างยุ่นเห็นท่าไม่ดี เลยรีบคว้ามือถือ แล้วก็บอกว่า
ไปหาแม่คาวาโนะคุงดีกว่า เดี๋ยวยุ่นโทร.หาคาวาโนะคุงให้นัดแม่ให้เดี๋ยวนี้เลย
.
.
.
เฮือกกกกกกกกกก…ใช้เส้นอีกแล้วววววววววววววววว!!!! ในใจรู้สึกเกรงใจมากๆ (คือเค้ามีเว็บให้จองคิว แต่นี่เล่นมาทางลัดตลอด) แต่ภายนอกนี่พยักหน้างึกงักๆๆ…ไปๆๆๆ จุดนี้ต้องหาหมอแล้ว ไม่ไหวแล้ววว…
.
.
.
ช้างยุ่นก็โทร.ศัพท์ไปคุยกับคาวาโนะคุง ตอนนั้นประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง คุยจบ ก็ได้ความว่า…ไม่มีปัญหา…ให้มาคลินิคตอนเที่ยงครึ่งได้เล้ย…
โฮ….ซึ้งใจครอบครัวคาวาโนะมากๆ อะไรจะประเสริฐ T_T ความรู้สึกเหมือนมีเทวดามาโปรดดดด
.
.
.
ก็เลยจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งด่วนแล้วก็บึ่งไปคลินิค
.
.
.
ถึงคลินิคสายไปสิบนาที พอไปถึงก็ยื่นบัตรตามปกติ…นั่งรออยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์ก้นยังไม่ทันร้อนเลย โอโต้ซังก็เดินมาเรียกให้เข้าไปนั่งรอในห้องรับรองของคลินิค (คือจริงๆคงเป็นห้องที่เอาไว้ให้คุณหมอ กับพยาบาลไว้พักผ่อนน่ะแหละ)
.
.
.
เข้าไปถึงห้องก็ถึงกับช้อค….เพราะเจอกาแฟกับเค้กสองชุดจัดวางอยู่อย่างไฮโซมากๆ จริงๆตอนนั้นอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้มากๆ คือเค้กมันไฮโซจริงๆ แต่มันดูประหลาดอ่ะ นึกดูสิ หน้าตาดูโทรมเหมือนผีมาก พอเห็นเค้ก จู่ๆก็หยิบกล้องออกมาจากกระเป๋ามาถ่ายอย่างบ้าคลั่งงั้นรึ…กลัวโอโต้ซัง งงอ่ะ ประมาณว่า สรุปว่าหล่อนป่วยเป็นภูมิแพ้ หรือป่วยทางจิตกันแน่!!!
.
.
.
โอโต้ซังก็ชวนคุยโน่นนี่นั่น ซักพักคุณพยาบาลก็มาเรียกให้เข้าไปห้องตรวจ
.
.
.
พอโอก้าซังเห็นหน้าอันเต็มไปด้วยผื่นแพ้ของพิมก็ตกใจ (รู้อ่ะ…ว่าโอก้าซังพยายามเก็บอาการ…แต่ไม่เป็นไรนะคะโอก้าซัง หนูรู้ว่าโอก้าซังทำดีที่สุดแล้ว)
.
.
.
ยุ่นกับพิมก็เล่าอาการให้ฟังว่า มันเริ่มมาตั้งแต่วันไหน และน่าจะเกิดจากอะไร…แต่พอโอก้าซังฟังว่าเราสองคนสันนิฐานว่าน่าจะเกิดจาก “กุ้งแห้ง” ก็ไม่เห็นด้วย…
.
.
.
โอก้าซังบอกว่า น่าจะเป็นผลข้างเคียงของ differin gel มากกว่า เพราะถ้าเกิดแพ้กุ้งจริงๆ มันไม่น่าจะขึ้นแค่ที่หน้า…มันควรจะคันตามตัวด้วย…
.
.
.
อืมมม…ก็จริงของโอก้าซังแฮะ ปกติเวลาเราแพ้กุ้ง ก็จะคันยิกๆตามตัวหนิ
.
.
.
แล้วโอก้าซังก็จัดการสั่งยาให้สองชนิด เป็นยาทา…ฮ่าๆๆ ที่มีเสตียรอยด์ T_T ในที่สุดก็หนีไม่พ้นจริงๆ…แต่ก็ยังดีอ่ะ เพราะเป็นแบบที่คุณหมอสั่ง ไม่ใช่รุ่นทาไปมั่วซั่วเรื่อยเปื่อย…แล้วก็ยากินแก้คันอีกหนึ่งอย่าง
.
.
.
ตรวจเสร็จ…โอก้าซังก็ให้ออกมานั่งรอตรงห้องพักรับรองห้องเดิม…รอแป๊บเดียวโอโต้ซังก็เอายามาให้
.
.
.
พิมกับยุ่นก็ตกใจสุดขีด เพราะนั่นหมายความว่า โอโต้ซังคงให้พยาบาลในคลินิควิ่งเอาใบสั่งยาไปซื้อยามาให้พิมแน่ๆ!! พอโอโต้ซังยื่นยาให้ ก็เลยรีบถามกลับไปว่า…
เท่าไหร่คะคุณพ่อ
โอโต้ซังก็บอก ไม่เอา ไม่ต้องจ่าย…พิมกับยุ่นก็ตื๊อสุดฤทธิ์ เพราะคราวที่แล้วก็ฟรีค่าตรวจมาทีนึงแล้ว แถมพอตรวจเสร็จยังพาไปเลี้ยงเทมปุระสุดไฮโซ คราวนี้จะฟรีทั้งค่าตรวจ ค่ายา…โอ๊ยยย ไม่ไหวอ่ะ เกรงใจ…
.
.
.
สรุปคือโอโต้ซังก็ไม่ยอมรับเงิน…แถมยังพูดอีกด้วยว่า…
หลังจากนี้มีโปรแกรมไปไหนกันรึเปล่า…ไปกินข้าวกันมั้ย
.
.
.
เฮือกกกกก…จะเลี้ยงข้าวอีกแล้วหรอคะโอโต้ซัง!!!!!
.
.
.
จริงๆแล้วพิมกับยุ่นแอบรู้แกวล่วงหน้ามาแล้วว่า คราวนี้โอโต้ซังต้องอยากจะเลี้ยงข้าวเราอีกแน่ๆเลย…เพราะแกพูดโปรยไว้ตั้งแต่คราวที่แล้วที่เจอกันว่า…
คราวหน้าเดี๋ยวจะพาไปกินร้านโน้นนี้นั้น…บลาๆๆๆ
.
.
.
แต่พิมกับยุ่นก็คิดไว้ว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมให้แกเลี้ยงเด็ดขาด…
.
.
.
เกรงใจอ่ะ…
.
.
.
เลยแสร้งทำเป็นบอกโอโต้ซังไปว่า มีนัดกับเทรนเนอร์ที่ฟิตเนส…(โกหกอีกแล้ววววว…ปากจะเหลือเท่ารูเข็มมั้ยย กลัวๆๆ)
.
.
.
ฮ่าๆๆๆ ตอนแรกก็คิดว่า บอกอย่างงี้ไปโอโต้ซังต้องเข้าใจแน่ๆ เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนัดมากๆ…
.
.
.
แต่…โอโต้ซังกลับบอกว่า…
นัดเทรนเนอร์หรอ…เลื่อนได้มั้งงงงงงงง
.
.
.
เย้ยยย!!! พิมกับยุ่นถึงกับอึ้งไปพักนึง…แต่ด้วยนิสัยลื่นไหลส่วนบุคคลเลยสามารถตอบกลับไปได้อย่างทันท่วงทีว่า…
แต่…เคยเลื่อนมาครั้งนึงแล้วอ่ะครับคุณพ่อ
.
.
.
ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆเอาตัวรอดกันสุดฤทธิ์
.
.
.
คิดว่ารอดแน่ๆคราวนี้…แต่รู้มั้ยโอโต้ซังบอกว่ายังไง…
.
.
.
เคยเลื่อนแล้ว ก็น่าจะเลื่อนได้อีกนะ…
.
.
.
แป่ว….ฮ่าๆๆๆๆๆ….โอโต้ซังตื้อสุดยอดดดดดด…แต่จุดนั้น พิมกับยุ่นก็ยืนกรานต่อไปว่าไม่ได้จริงๆ พร้อมกับก้มหัวขอโทษโอโตซังแล้วก็บอกว่าไว้โอกาสหน้าๆๆนะคร้าาาา จนสุดท้ายโอโตซังก็ยอมโบกธงขาวพ่ายแพ้ไป
.
.
.
จริงๆก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันนะที่ปฎิเสธคำชวนของผู้ใหญ่…แต่ก็นะ…ถ้าไปกินก็รู้สึกแย่อีกเหมือนกัน…คือจะดูเหมือนพวกตลกแดร๊กซ์เกินไป…จะดูไม่งามนะ
.
.
.
ออกมาจากคลินิคคุณแม่ตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง…ก็เลยแวะกินข้าวที่ร้าน OTOYA ตรงสถานี ระหว่างกินข้าว ช้างยุ่นก็ถามว่าจะกลับบ้านเลยมั้ย หรืออยากจะไปไหน…
.
.
.
จริงๆสภาพตอนนั้นควรจะกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน…แต่เนื่องจากว่า อุตส่าห์ตะเกียกตะกายได้ออกจากบ้านมาแล้ว จะกลับบ้านเลยก็กระไรอยู่…เลยบอกคุณช้างยุ่นว่า งั้นไปดูของแต่งบ้านกัน!! (โฮกกก…บ้านก็เล็กยังกะรูหนู ยังอยากจะซื้ออะไรเข้าบ้านกันอีกกกก!!!)
.
.
.
คือพิมกับยุ่นมีแผนจะซื้อโซฟาใหม่ เป็นแผนตั้งแต่เมื่อนานนมมาแล้ว ก็ดูๆกันอยู่ว่าจะซื้อที่ไหนดี ระหว่าง イケア (อิเกีย) 無印 (มุจิ) หรือ ニトリ (นิโตริ)
.
.
.
บังเอิญ นิโตริ มีสาขาอยู่ที่สถานี 府中(ฟุจู้) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคลินิคนัก…ก็เลยตัดสินใจกันว่า งั้นไปเดินเล่นที่นิโตริละกัน
.
.
.
จริงๆแล้ว นิโตรินี่ไม่เคยอยู่ในสายตามาก่อนเลย
.
.
.
ผ่านมาหนึ่งปีครึ่ง เวลาจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ในบ้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ของมุจิ เพราะสะดวกสุด เข้าถึงง่าย…
.
.
.
อิเกียก็มีบ้าง…แต่เพราะว่ามันอยู่ไกลบ้านมากๆ ไปทีเหมือนกับออกรบ คือกลับบ้านมาจะสลบไปอีกสามวัน…
.
.
.
จริงๆแล้ว…ชอบมากๆนะของอิเกีย…แต่พอคิดถึงว่าจะต้องขึ้นรถลงเรืออย่างถึกควายทุยแล้วก็ขอบายยย…
.
.
.
นิโตรินี่…ไม่เคยไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว…แต่เพราะเห็นยิงสปอตโฆษณาบ่อยมากๆ…เลยเหมือนรู้สึกหลอนๆ…โดยเฉพาะกับ jingle ตอนท้าย TVC ที่ว่า…
โอเนะดัน อิ๊โจ่…นิโต่ริ
.
.
.
หลอนชั้นหรอ…ชิๆๆๆ…ลองคลิกเข้าไปดูในเว็บหน่อยก็ได้…ผลปรากฎว่า…ช้อค…กับราคาสินค้าอันถูกกกกกกกกกก…
.
.
.
คือถูกพอๆกับอิเกียเลย…หน้าตาข้าวของก็ดูโอเคนะ…คืออาจจะไม่ได้ดูมีสไตล์อย่างอิเกีย…สินค้าของนิโตริ…ดูจากชื่อก็น่าจะรู้…ก็จะแนวญี่ปุ่นจ๋าๆ…
.
.
.
จากการท่องเว็บไปมา…ก็เลยคิดว่า…งั้นก็เพิ่มนิโตริมาอยู่ในช้อยส์ด้วยแล้วกัน!!!
.
.
.
นั่นแหละ…ก็สรุปว่าหลังจากกินข้าวเที่ยงกันเสร็จก็ไปเดินเล่นกันที่นิโตริ…กะว่าเดินชิลล์ๆน่ะ ฆ่าเวลา…ไม่ได้กะจะซื้อแต่อย่างใด…คือถึงแม้ว่าจะถูก…แต่ก็ตั้งใจกันไว้แล้วว่าจะซื้อไม่ของอิเกีย ก็มุจิ
.
.
.
แต่แล้วไงล่ะ…เดินไปเดินมา ลองนั่งโซฟาตัวโน้นตัวนี้จนได้เรื่อง…
.
.
.
สรุปเลยกลายเป็นมาถูกใจโซฟาที่นี่ซะงั้น!!!
.
.
.
แต่ก่อนจะซื้อ มีการชวนกันเดินออกมาหาร้านกาแฟนั่งพัก สงบสติอารมณ์ และคุยตกลงกันก่อน ว่าแน่ใจกับตัวนี้แล้วนะ!!!
.
.
.
โชคดีมากๆ เดินออกมาจากนิโตริแป๊บเดียว ประมาณห้านาทีได้ ก็เจอร้านพาสต้าร้านนึง…น่ารักมากๆ…มีกาแฟขายด้วย ก็เลยรีบพุ่งตัวเข้าไปกันอย่างไม่รีรอ
.
.
.

ซ้ายมือเป็นลานจอดรถ…โฮๆๆๆ สำหรับคนรวยเค้าน่ะ
คนเดินถนนอย่างเราช่วยแถกขวาเข้าร้านไปโลด
.
.
.
ชื่อร้าน Mamma Pasta ค่าาาา…แค่เห็นชื่อท้องก็ร้องแล้ว…
แต่…อยู่ในช่วงลดความอ้วนกันหนิ คิดผิดรึเปล่าที่เลือกร้านนี้!!!!
.
.
.
แต่งร้านน่ารักเชียว…ชอบๆๆๆ
.
.
.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…ตายดีกว่าาาาาาา คิดผิดจริงๆด้วยที่เลือกร้านนี้!!!
น่ากินมาก ใครจะห้ามใจไหวยะ
เห็นเค้กแบบนี้ รู้สึกหายป่วยขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
.
.
.
โคมไฟเก๋ไก๋
.
.
.
บรรยากาศอบอุ่น >_<
.
.
.
เหมือนแก้วน้ำบ้านที่เมืองไทยเลย โฮๆๆ คิดถึงบ้าน
.
.
.
นี่ไม่ใช่ที่ทับกระดาษนะคะ…แต่เป็นที่กดเรียกพนักงานค่ะ
จะพบบ่อยๆในร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท family restuarant หรือที่คนญี่ปุ่นเค้าเรียกกันว่า ファミレス (ฟามิเรสุ)
.
.
.

กรี๊ดๆๆๆ ใครสั่งน่ะ ชั้นปล่าวนะ!!!
.
.
.
จริงๆสั่งกาแฟ แล้วเค้าแถมเค้กน่ะค่ะ…ไม่ได้อยากจะกินเล้ยยยย แต่พนักงานนี่สิมายัดเยียดให้…
โฮะๆๆๆ…จะมีคนเชื่อมั้ยยยย
.
.
.
อุ๊ย…แอบเห็นแขนอวบๆของสามี…
จะบอกว่า เนื่องด้วยเกรงว่าช้างยุ่นจะลดอวบไม่ทัน…
ควานพิมเลยได้สิทธิ์อันชอบธรรมในการกำจัดเค้กทั้งสองก้อนแต่เพียงผู้เดียวค่ะ
โฮะๆๆๆๆๆๆ
.
.
.
กระดาษห่อน้ำตาลยังน่ารักเลย
.
.
.
โฮก…อิ่มมากกก ท้องจะแตกตาย
เดินกลับไปนิโตริจัดการทำเรื่องซื้อโซฟาให้เสร็จๆดีกว่า
.
.
.
ไม่เปลี่ยนใจแล้วแน่นะ!!!
.
.
.
ถ้าไม่เปลี่ยนใจ ก็ลุยเลยยยย…จะได้กลับบ้านซะที ท้องอิ่ม…ควานช้างเริ่มง่วงนอน
.
.
.
ออกจากร้านเดินตัวปลิวววว…ฮ่าๆๆ กระเป๋าตังค์ซูบบบบบบ ตอนนี้ก็ตั้งตารอโซฟาตัวใหม่…อีกสองอาทิตย์ก็จะได้เจอกันแล้ววว
.
.
.
ปิดท้ายด้วยรูปยาที่ได้มาในวันนั้นซักนิด…
.
.
.

ใบอธิบายยา
.
.
.
ทาหนึ่ง กินหนึ่ง
รายงานผลประจำสัปดาห์ที่ 1 ของโครงการ “หนูอยากเห็นช้างยุ่นผอม”
ก่อนที่จะไปถึงการแสดงผล…อยากจะขอพูดถึง วงจรอุบาทว์ที่ช้างยุ่นเคยใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กันก่อนค่ะ
.
.
.
แต่ก่อนแต่ไร…ช้างยุ่นจะกินข้าวแค่ 2 มื้อต่อวันเท่านั้น คือ มื้อกลางวัน และเย็น
มื้อเช้า…ที่ไม่กิน ไม่ใช่เพราะไม่หิว แต่เป็นเพราะ “ไม่อยากตื่น”
ง่ายๆคือ…อยากจะนอน…นอน และนอนจนหยดสุดท้าย
.
.
.
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า…จริงๆแล้ว ช้างยุ่น ไม่ได้เป็นคนจำพวกขี้เกียจคลั่งการนอนแต่อย่างใด
แต่เป็นเพราะทำงานหนักมากถึงมากที่สุด ออกจากบ้านแปดโมงเช้า กลับบ้านเที่ยงคืนตีหนึ่งบ่อยๆ…
เวลาพักผ่อนต่อวันน้อยนิดมากๆ
ได้โอกาสหลับเมื่อไหร่ก็จะหลับเป็นตาย พอถึงเวลาที่ต้องตื่น ก็จะงอแง อิดออดสารพัด
.
.
.
พอตื่นมาได้ ก็รีบล่กอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน…ถึงที่ทำงานก็ทำงานๆๆอย่างบ้าคลั่ง
วันไหนโชคดีไม่ต้องเข้าห้องทดลองก็จะได้กินข้าวเช้า+เที่ยงตอนประมาณเที่ยงกว่าๆ
วันไหนโชคร้าย มีการทดลองต่อเนื่องยาวนาน ก็ไม่ได้กินมันทั้งเช้าและเที่ยง!!!
ส่วนข้าวเย็น…อย่างเร็วที่สุดคือ สี่ทุ่ม…ดีหน่อยก็เที่ยงคืน อนาถหน่อยก็ตีหนึ่ง…
.
.
.
และเนื่องจากว่าข้าวเช้าไม่กิน และข้าวเที่ยงกินน้อย…หรือบางทีก็ไม่ได้กิน
ข้าวเย็น เลยเป็นรุ่น “ซัดเต็มคราบ”
.
.
.
กินเสร็จ ก็ต้องรีบนอน…ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเร่งรีบ
.
.
.
เคยพูดกับช้างยุ่นว่า…“งง”…ใครๆเค้าก็บอกว่า ยิ่งเรียนสูงยิ่งสบาย…ไม่ใช่หรอกเหรอ
แต่นี่อะไรกัน…จบตั้งปริญญาเอกกลับทำงานหนักมาก แถมคุณภาพชีวิตดูตกต่ำ…อดมื้อกินมื้อ
.
.
พอมาถึงวันที่เริ่มคุยกันอย่างจริงจังว่า อยากจะจับช้างยุ่นลดความอ้วน
ก็คุยกับช้างยุ่นว่า…ถ้ายังใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ พูดได้เลยว่า “ไม่มีทางสำเร็จหรอก”
.
.
.
ถ้ายังเลิกงานเที่ยงคืน
จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย
.
.
.
ถ้ายังกลับบ้านตีหนึ่ง…
กิน แล้วต้องนอนเลย…ถึงจะกินน้อยลงเพราะตั้งใจจะลดความอ้วนก็เถอะ มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวแน่ๆ
.
.
.
แต่ด้วยความตั้งมั่นของช้างยุ่น ที่อยากจะทำฝันของ “หนู” ให้เป็นจริง
ช้างยุ่นเลยประกาศก้าวว่า “ผมสัญญาว่าจะปฎิวัติตัวเองครับ”
.
.
.
ช้างยุ่นเห็นด้วยว่าสิ่งที่พิมพูดเป็นความจริง
เลยตัดสินใจที่จะจัดระเบียบชีวิตตัวเองใหม่…
.
.
.
ด้วยวิธีการต่างๆดังต่อไปนี้…
.
.
.
1. จัดตารางการทำงานใหม่ ให้สามารถมาเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายหลังเลิกงานได้
.
.
.
2. กินข้าวเช้าก่อนไปทำงานทุกวัน
อาทิตย์ที่ผ่านมา โปรแกรมอาหารเช้าของช้างยุ่นเหมือนกันทุกวัน…คือ
ข้าว 1/2 ถ้วย
ถั่วเน่าญี่ปุ่น (นัตโต้) 1แพค
เต้าหู้ 1/2 แพค
มิโซะซุป 1 ถ้วย
น้ำผลไม้แยกกาก
.
.
.
3. เน้น “เมนูเบาๆ” เป็นมื้อเย็น
จริงๆแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นสลัดผักเท่านั้น เพราะคอนเซ็ปต์คือ อะไรก็ได้ที่เป็นอาหารเบาๆ แคลลอรี่ต่ำ ไม่ใช่ผัดๆทอดๆเหมือนแต่ก่อน อย่างวันนี้ ก็กะว่าจะทำน้ำพริกกะปิ ผักต้ม ปลาย่าง สลับให้กินบ้าง เพราะกลัวว่าจะเบื่อสลัดไปซะก่อน
.
.
.
เอาล่ะ…ต่อไป…มาดูกันซิว่า ความตั้งใจจริงของช้างยุ่น ออกดอกออกผลหรือไม่อย่างไร
.
.
.
อ๊ะๆๆ…ตัวเลขที่เห็นนั่นไม่ใช่น้ำหนักของช้างยุ่นนะคะ…
เนื่องจากน้ำหนักที่แท้จริงของช้างยุ่นเป็นความลับระดับนานาชาติ
ดังนั้นเจ้าของโครงการเลยเทียบออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์แทนนะคะ
.
.
.
หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นความต่างเพียงเล็กน้อย…แต่สำหรับพิมที่อยู่ข้างๆและเห็นความตั้งใจของช้างยุ่นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ ขอพูดเลยว่า…
เก่งมากๆ อย่าเพิ่งยอมแพ้นะ อะนิวัตโตะคุง!!! นายทำได้ดีมาก!!! โอ่วเมเดโทววววว
.
.
.
เอา pace นี่แหละ…อย่างที่บอก “ลดน้อยๆ แต่ลดนานๆ” ดีกว่า….
.
.
.
ยังไงช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ…เจอกันใหม่พุธหน้าค่ะ
.
.
.
**************************************************
อ่าน…รายงานผลประจำสัปดาห์ที่ 2 ของโครงการ “หนูอยากเห็นช้างยุ่นผอม”
บันทึกการออกกำลังกายกับช้างยุ่น วันที่ 2 และ 3
เมื่อวันพฤหัส และศุกร์ของอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการไปเยือนฟิตเนสกันเป็นครั้งที่สอง และสามตามลำดับ
.
.
.
ก่อนจะออกกำลังกาย ก็มีนัดกับคุณเทรนเนอร์เพื่อคุยกันถึงชนิดและโปรแกรมของการออกกำลังกายที่เหมาะสม
.
.
.
ซึ่งก่อนที่จะรู้ว่าควรจะออกกำลังกายแบบไหนยังไง คุณเทรนเนอร์ ก็จับพิมกับช้างยุ่นขึ้นไปยืนบนเครื่องอัจฉริยะเครื่องนึง…ที่ชื่อว่า…
บันทึกการออกกำลังกายกับช้างยุ่น วันที่ 1
เมื่อวาน (วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 52)…เป็นครั้งแรกเลยจริงๆตั้งแต่รู้จักช้างยุ่นมา ที่จูงมือกันเดินเข้าฟิตเนสเพื่อไปออกกำลังกาย!!!
โฉมหน้ายารักษาสิว และค่าเสียหาย
ความเดิมตอนที่แล้ว ประสบการณ์หาหมอ(สิว)ครั้งแรกในญี่ปุ่น
.
.
.
ไปรับยามาเรียบร้อยแล้วค่าาาา!!! เมื่อวานก่อนนี้เองงง
.
.
.
จริงๆแล้วไปหาคุณหมอมาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เพิ่งได้ยามาก็เพราะว่า…(โห่ยย…เรื่องยาววววมั่ก)
เปิดตัวโครงการ “หนูอยากเห็นช้าง(ยุ่น)ผอม”
จริงๆแล้วโครงการ “หนูอยากเห็นช้าง(ยุ่น)ผอม” ได้เปิดตัวแบบไม่เป็นทางการไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้ช้าง(ยุ่น)ที่เข้าร่วมโครงการกับเรา ได้ทำการปรับสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรับกับโปรแกรมการ ” อด ลด อ้วน” มหาโหดที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่กำลังจะถึงนี้
ประสบการณ์หาหมอ(สิว)ครั้งแรกในญี่ปุ่น
หลังจากที่ได้ถกเถียงกับยุ่นมาเป็นระยะเวลานึงบนหัวข้อที่ว่า “จะไปหรือไม่ไปหาหมอสิวดี??”
.
.
.
ท้ายที่สุด ก็ได้ผลสรุป…ว่า…
.
.
.
ไป!!!! (ก็ด้ะ)
.
.
.
เนื่องจากได้พยายามอดทนรอแล้วรอเล่า รักษาตัวเองด้วยวิธีต่างๆนานา เป็นระยะเวลาเกือบครึ่งปี “คุณพี่สิว” ก็ไม่มีท่าทีว่าจะโบกมืออำลาไปจากใบหน้าของอิชั้นไปซะที โฮๆๆๆ
.
.
.
ซึ่งได้สร้างความเศร้าสร้อยเหงาหงอยเซ็งจิ๊บให้กับตัวเอง และในที่สุดอาการจิตตกก็ได้ลามไปถึงผู้เป็นสามี เพราะต้องฟังคุณภรรยานอนบ่นเป็นหมีกินผึ้งเกี่ยวกับหน้าอันปุปะของตัวเองทุกค่ำคืน
.
.
.
เมื่อช่วงบ่ายของวันพฤหัสที่ผ่านมา เลยโทร.ไปกรีดร้องกับยุ่นให้หาข้อมูลเกี่ยวกับคุณหมอสิว ที่ชิบุย่า ให้หน่อย เรื่องของเรื่องคือ เคยได้อ่านกระทู้พันทิพครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว มีคนเข้ามาแนะนำว่ามีคุณหมอรักษาสิว และโรคผิวหนังทั่วไปท่านนึง เปิดคลีนิคอยู่ที่ชิบุย่า ดังมากๆ คือ รักษาแล้วหาย (ไม่เลี้ยงไข้) แล้วที่สำคัญคือราคาไม่ได้แพงเท่าไหร่ ก็เลยคิดไว้ว่า ถ้าจะต้องหาหมอสิวที่ประเทศนี้ ก็คงจะไปหากับคุณหมอคนนี้ล่ะ
.
.
.
พอแจ้งความจำนงแบบรู้สึกเสียเชิงเล็กน้อยกับยุ่นเรียบร้อย เพราะจริงๆแล้วยุ่นรบเร้าให้ไปหาหมอสิวตั้งแต่วันแรกที่สิวเริ่มขึ้น แต่ก็เป็นคนเถียงคอเป็นเอ็นเองว่า…
“ชิ…จุดนี้หายเองได้อ่ะ ไม่ต้องเสียเงินให้ยุ่งยากหรอก”…
ไงล่ะ งกนัก…เข้าตำรา…เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ในที่สุด
ยุ่นก็ตอบกลับมาว่า…
.
.
.
“โอเคๆๆ ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวเค้ารีบจองให้ แล้วไปกันเสาร์นี้เลย…เอาเป็นคุณหมอที่ชิบุย่าที่เคยคุยกันไว้นะ”
.
.
.
แต่พอเย็นวันเดียวกัน อาการก็เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย สายๆของวันศุกร์ ยุ่นเลยโทร.มาถามอีกที ว่ายังจะไปหาอยู่รึเปล่าน่ะหมอสิว…ตอนนั้นก็แอบงง ประมาณว่า อ้าว ไม่ใช่ว่าจองไปแล้วหรอกหรอ ก็เลยพูดกลับไปว่า…
.
.
.
“อ้าวว…ไปสิจ๊ะ…ก็จองไปแล้วไม่ใช่เหรอ??”
.
.
.
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ…
.
.
.
“…เอ่อ…คือ…ยังจ่ะ…”
จุดนั้นเหมือนยุ่นรู้ตัวว่ากำลังจะโดนระเบิดลูกใหญ่ถล่ม เลยรีบแก้ตัวเป็นพัลวันว่า..
.
.
.
“คืองี้จ่ะ…เมื่อวานอ่ะ ก่อนจะจองคุณหมอที่ชิบุย่า ยุ่นเลยลองไปถามคาวาโนะคุงว่า เฮ้ยย รู้จักหมอสิวดีๆมั้ยวะ อยากจะพาพิมไปหาวันเสาร์นี้ว่ะ แค่จบประโยคเท่านั้นอ่ะ มันก็มาฟาดอย่างแรงที่แขนยุ่น แล้วก็บอกว่า…แสรดดดด ก็แม่กูไง”
.
.
.
ขอเล่าแทรกนิดนึงค่ะว่า คาวาโนะคุงนี่เป็นเพื่อนสนิทของยุ่นตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโทที่นี่ แล้วโอก้าซังของคาวาโนะคุงเป็นคุณหมอผิวหนัง และที่สำคัญคือ มีคลินิคหรูหราเป็นของตัวเองซะด้วย
.
.
.
คาวาโนะคุงเลยรีบบอกให้ยุ่นโทร.ไปจองคิวตรวจกับแม่ตัวเอง ห้ามไปตรวจที่อื่นเด็ดขาด
.
.
.
ก็โทร.ไปจอง ตามการบีบบังคับของเพื่อน แต่ผลคือ “คนไข้เต็มหมดแล้ว!!!” คือวันเสาร์นี่เปิดแค่ครึ่งวัน แล้วคนส่วนมากก็อยากจะมารักษาวันเสาร์กันทั้งนั้น เพราะวันธรรมดาต้องทำงานทำการกัน แต่จุดนี้…ฮ่าๆ…พอคาวาโนะคุงรู้ว่าเต็ม…ก็ตามคาด…คือรีบโทร.สายด่วนฮอทไลน์หาโอก้าซัง แล้วขอคิวตรวจพิเศษให้ทันที ซึ่งโอก้าซังก็บอกกลับมาว่า…
.
.
.
จริงๆคลินิคปิดเที่ยง แต่ยังไงให้พิมกับยุ่นมาตอนบ่ายโมงครึ่ง จะตรวจให้เป็นพิเศษ…และทิ้งท้ายด้วยคำว่า “ฟรี…………………….”
.
.
.
กรี๊ดดดดดดด โอก้าซังใจดีที่สุดดดด!!! แต่…เฮ้ออออ เนี่ยะแหละ ที่ไม่อยากไปตรวจหรือใช้บริการอะไรของเพื่อน หรือคนรู้จัก เพราะเดี๋ยวเค้าต้องมาคิดราคาพิเศษให้ หรือไม่ก็ฟรีไปเลย…ไอ้ของฟรีก็ชอบอยู่หรอก แต่มันก็เกรงใจอ่ะ
.
.
.
………………………………………………………………
.
.
.
เช้าวันเสาร์…ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเตือนจากมือถือของยุ่นว่ามี missed call…พอเปิดดู…อ้าว จากคาวาโนะคุง…
.
.
.
ตอนนั้นก็คิดในใจกับยุ่นว่า…เอ่…สงสัยจะโทร.มา cancel รึเปล่านะ เลยรีบให้ยุ่นโทร.กลับไปหา…สรุปว่าสิ่งที่ได้ยินจากคาวาโนะคุงคือ…
.
.
.
“เฮ้ยยย ตรวจเสร็จแล้วมีธุระไปไหนกันป่าววะ…พ่อกูอยากเลี้ยงข้าวมึงกับพิมว่ะ!!!”
.
.
.
งึงงงงงงงงง…พิมกับยุ่นอึ้งไปเล็กน้อย…แบบว่าจะตรวจให้ฟรี แล้วอยากจะเลี้ยงข้าวเราอีก ม่ายยยยยยยยย ไม่เอาทั้งสองอย่างอ่ะ
.
.
.
พอคาวาโนะคุงถามมาแบบนั้น ยุ่นเลยบอกให้คาวาโนะคุงรอแป๊บนึง แล้วหันมาเล่าสถานการณ์ให้พิมฟัง แล้วก็คุยกันว่า เอาไงดี…
.
.
.
ก็คุยกันว่า…ไม่อยากให้แกเลี้ยงเลย เกรงใจ…
.
.
.
สุดท้าย เลยได้ข้อสรุปแบบด่วนๆว่า…บอกคาวาโนะคุงไปละกัน ว่า บ่ายสามโมงมีดูหนัง แล้วก็ซื้อตั๋วหนังไว้แล้ว…(โกหกเพื่อนซะงั้น…แต่ก็นะ…อันนี้มีจุดมุ่งหมายที่ดีนะ ไม่ได้โกหกเพื่อหวังจะคิดร้ายอะไรแต่อย่างใด)
.
.
.
คือ เผื่อว่าคุณพ่อจะล้มเลิกความตั้งใจที่จะชวนไปทานข้าว…สรุปก็บอกคาวาโนะคุงไปแบบนั้น ผลจะไปยังไง ก็ไปว่ากันหน้างานก็แล้วกัน
.
.
.
………………………………………………………………
12.30 น. ฉุบปั๊ดสึ!!! ออกเดินทาง!!!
.
.
.
ไม่ลืมที่จะมีของฝากติดไม้ติดมือไปให้โอโต้ซัง กับโอก้าซัง…
คนญี่ปุ่นเค้าถือมากๆเลยนะคะ
เรื่องที่เวลาไปมาหาสู่กันแล้วต้องมี 手お土産 (เทะโอมิยาเหงะ)
หรือของติดไม้ติดมือไปฝากกันเนี่ยะ
.
.
.
การจะเดินทางไปที่คลินิค จากบ้านพิม จะต้องขึ้นรถไฟไปลงที่สถานี 明大前 (เมไดมาเอะ)
คลินิคโอก้าซังอยู่สถานี 高幡不動 (ทากาฮาตะฟุโด) บนสาย 京王 (เคโอ) เพราะฉะนั้น จากสถานีเมไดมาเอะ จะต้องเลือกนั่งรถไฟที่มุ่งหน้าไปสถานี 京王八王子 (เคโอฮาจิโอจิ)
โดยควรเลือกเป็นรถไฟประเภท 潤特急(จุนถกคิว) หรือด่วนพิเศษ ซึ่งจะใช้เวลาเพียงแค่ 20 กว่านาทีเท่านั้น
.
.
.
มาถึงแล้วค่า…พี่จุนถกคิวเค้าซิ่งจริงๆ!!!
เห็นยุ่นบอกว่า สถานีนี้ใหญ่ใช้ได้เลย เพราะว่าเป็นสถานีที่สามารถเชื่อมต่อไปสายรถไฟอื่นอย่าง JR ได้ด้วย
เลยต้องมีขนาดใหญ่เพื่อรองรับกับจำนวนผู้โดยสารมากมายที่จะเปลี่ยนสายรถไฟไปมา
.
.
.
จะใหญ่จริงอย่างที่พี่ยุ่นว่าไว้รึเปล่า ตามไปดูกันเล้ยยยยย
.
.
.

ใหญ่จริงๆแฮะ!! เห็นแล้วรู้สึกเศร้าใจกับสถานีบ้านตัวเองขึ้นมาในบัดดล
.
.
.
บนสถานีมีร้านรวงละลานตามากๆ
ทั้งร้านเสื้อผ้าแนวๆ ร้านอาหารตั้งแต่เริ่ดๆไปจนถึงถูกๆ
แบบพวก 回転すし (ไคเต็นซูชิ) หรือ ซูชิจานหมุนแบบในรูป
แต่เสียดายที่ถ่ายมาได้แค่รูปเดียว เพราะตอนนั้นกลัวว่าจะไปเลท
ยุ่นเลยเร่งๆๆ บอกว่าเดี๋ยวขากลับค่อยมาถ่ายเพิ่มก็ได้…
แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้กลับมาอ่ะ
.
.
.

จากสถานี…ใช้เวลาแค่ห้านาทีเท่านั้น ก็เดินมาถึงคลินิค…ใกล้มากๆสะดวกสุดๆ
แต่เศร้าจริงๆ ที่รีบจนกระทั่งไม่ได้ถ่ายรูปคลินิคมา…
มีแต่รูปป้ายโฆษณาคลินิคที่ถ่ายมาจากบนสถานีไว้ให้ดูแก้ขัดไปพลางๆก่อน
………………………………………………………………
.
.
.
พอมาถึงคลินิค ก็เข้าไปแจ้งชื่อกับพยาบาล แล้วก็ทำการกรอกประวัติส่วนตัว รอแป๊บเดียว พยาบาลก็เรียกเข้าไปในห้องตรวจ
.
.
.
เจอโอก้าซังครั้งแรกก็รีบแนะนำตัวทันที โอก้าซังดูเป็นคนใจดีมากๆ คือด้วยน้ำเสียง แล้วก็ท่าทางที่แสดงออก ขนาดเห็นหน้าแค่ว่อบแวมๆ เพราะโอก้าซังใส่ mask ครอบไปก็ครึ่งหน้าแล้ว
โอก้าซังก็ตรวจๆ โดยวิธีการตรวจก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนไปหาหมอสิวที่เมืองไทย ก็คือดูอาการ แล้วก็ถามโน่นนี่ เสร็จแล้วก็สั่งยาให้…แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนคือ…ไม่มีการจับขึ้นเตียงโดนสูตร “กดฉีด” เหมือนหมอสิวที่บ้านเรา คือบ้านเราเนี่ยะ ไม่ว่าจะเป็นเยอะ หรือว่าน้อยแค่ไหน หมอก็ไม่ค่อยสน จะต้องแนะนำให้กดสิวออก หรือไม่ก็ฉีดยาที่สิวทันที ตอนอยู่เมืองไทย ก็ไปหามาหลายคลินิค ก็โดนแบบนั้นตลอด…
.
.
.
แล้วที่ญี่ปุ่นก็เหมือนกับอเมริกา คือคุณหมอจะให้เป็น prescription มา แล้วเราต้องไปซื้อที่ร้านขายยาเอง ซึ่งร้านขายยาพวกนี้ จะต้องเป็นร้านที่เขียนว่ารับ prescription
.
.
.
หน้าตาแบบนี้ค่ะ

.
.
.
อย่างพวก matsumotokiyoshi นี่ไม่มีแน่นอน ไม่ต้องเข้าไปถามให้เมื่อย
.
.
.
ตรวจเสร็จ ก็รีบจัดแจงให้ของฝากโอก้าซัง โอก้าซังก็พูด すみません (ซุมิมาเซน) นับครั้งไม่ถ้วนด้วยสีหน้าที่ดูเกรงใจอย่างสุดซึ้ง…จนพิมก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า โอ้ยยย ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะโอก้าซังงงงง…
แต่ยุ่นบอกว่านี่ก็เป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นล่ะ คือเค้าคิดว่า ถ้าแสดงความขอบคุณหรือเกรงใจออกมาอย่างออกนอกหน้าเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้คนที่หอบหิ้วของฝากมารู้สึกดีใจมากขึ้นเท่านั้น
จุดนี้ พิมก็เลยรีบบันทึกเข้าหัวสมองไว้ทันที ว่า ถ้าวันนึงมีคนญี่ปุ่นเอาของมาฝากเนี่ยะ ถ้าแสดงอากับกิริยาแบบเดียวที่โอก้าซังทำ…ก็น่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีไม่น้อย
.
.
.
ระหว่างที่รอรับใบ prescription โอโต้ซังก็เข้ามาคุยด้วย…ฮ่าๆ แล้วก็ยิงคำถามเด็ด…ว่า…สรุปว่าไปกินข้าวด้วยกันได้มั้ย…ยุ่นก็พูดไปตามแผนเดิม คือ บอกโอโต้ซังไปว่า จริงๆมีนัดดูหนังตอนบ่ายสามโมงเย็นครับ โอโต้ซังก็บอก ว่า อู้ยยย กินได้ๆๆ กินข้าวแป๊บเดียว
.
.
.
prescription ที่ญี่ปุ่นหน้าตาแบบนี้
.
.
.
พอได้ใบ prescription มา แกก็บอกให้รีบไปขึ้นแท็กซี่กันเลย
เร่งรีบกันจนลืมว่าจะต้องจ่ายเงิน!!!! (แกล้งทำเป็นรีบอ๊ะป่าววว)
สุดท้าย…ก็เลย (จำใจต้อง) ฟรีจริงๆ
.
.
.
แต่มันเกรงใจสุดๆจริงๆนะ คือมาตรวจในเวลาพิเศษให้ ไม่คิดเงิน แล้วยังพาไปเลี้ยงข้าว!!!! โอ๊ยยยยยยยยย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยะ งง….จริงๆแล้วเราเป็นคนทำความลำบากให้ ควรที่จะต้องจ่ายค่ารักษาสองเท่าในการลัดคิว แล้วก็ควรจะเลี้ยงข้าวโอโต้ซังกับโอก้าซังสิ…แล้วไหงเป็นงี้
.
.
.
พอมาถึงร้าน ถึงกับช้อค เพราะมันคือร้าน 天ぷら (เทมปุระ) ชื่อดัง…ดังจริงๆ เพราะเปิดมาร่วมร้อยกว่าปีแล้ว…ชื่อร้าน つな八 (สึนาฮาจิ)
ร้านที่กินนี่ไม่ใช่สาขาแรกที่ตั้งมาร้อยปี (สาขาแรกอยู่ที่ชินจุกุ)
สาขาที่โอโต้ซังพาไปกินนี่อยู่ที่สถานี 聖蹟桜ヶ丘 (เซเซกิซากุระงาโอกะ)
.
.
.
โอโต้ซังให้นั่งตรง counter เพราะว่าจะกินกันแบบที่ให้พ่อครัวค่อยๆทอดให้ทีละชิ้นๆ
.
.
.
ก่อนจะเริ่มกิน ให้ยุ่นถ่ายรูปคู่กับโอโต้ซังไว้ก่อนเลย กลัวว่าเดี๋ยวจะพลาดอีก
.
.
.
แค่เห็นตะเกียบท้องก็ร้องแล้ว…กรี๊ดๆๆ ตื่นเต้นๆ
.
.
.
โว้วววว…ประเดิมกันด้วย appetizer จานแรก…เรียกว่าอะไรไม่รู้…แต่เป็นชีสผสมมิโสะ สัมผัสแรกเค็มมากๆ แต่พอคำที่สองที่สามกลับกลายเป็นอร่อยอย่างบอกไม่ถูก
.
.
.
ต่อด้วยเต้าหู้ชาเขียว (รึเปล่า??…เห็นสีเขียวเลยมั่วไปเองเลยว่าน่าจะทำมาจากชาเขียว)
ชอบการตกแต่งอาหารแบบ minimalism ของญี่ปุ่นที่สุดในโลก
.
.
.
ต่อด้วย 刺身(ซาชิมิ) หรือคุณปลาดิบนั่นเอง…
แต่ก่อนกินไม่ลงเลย รู้สึกว่ามันหยึยๆ แต่อยู่มาปีกว่าแล้ว เลยพยายามที่จะกินให้เป็น ไม่งั้นลำบาก เพราะไปที่ไหนก็มีแต่ปลาดิบๆๆ
.
.
.
มากุโร่!!!
.
.
.
ของทอดชิ้นแรกมาแล้วววววววว!!!
ไม่อยากจะพูดให้อิจฉา…แต่หัวกุ้งกรอบอร่อยสุดยอด เนื้อกุ้งไม่ต้องพูดถึง…
เนื้อแน่นอร่อยมากๆ
.
.
.
โฮกกกกกกก…อยากทอดเองที่บ้านแล้วออกมาแล้วดูน่ากินแบบนี้ม่างงงง
.
.
.
ในความเป็นจริงแล้ว…คนญี่ปุ่นน่ะ เค้าจะไม่ค่อยกินเทมปุระกับสึหยุผสมหัวไชเท้าบดแบบบ้านเรา…
แต่…
เค้าจะกินกับ “เกลือ” ค่ะ!!! งงมั้ยอ่ะ แต่อร่อยมากๆจริงๆ ตอนนี้พิมกับยุ่นถ้าจะกินเทมปุระนี่ต้องโรยเกลือเท่านั้น
อย่างที่ร้านนี้ ไฮโซ…มีเกลือให้เลือกด้วยกัน 4 ประเภท
1. เกลือผสมพริกไทย
2. เกลือผสมบ๊วย
3. เกลือผสมวาซาบิ
4.เกลือป่นธรรมดา
จุดนี้ขอฟันธงค่ะว่า…แบบสามที่ผสมวาซาบิอร่อยสุด!!
.
.
.

คุณปลาอาจิกับคุณปลาหมึก
.
.
.
พ่อครัวที่คอยทอดเทมปุระให้ นี่มีไหวพริบมากๆ คือแกจะคอยสังเกตตลอดว่า โพรเกรสในการกินของลูกค้าไปถึงไหนแล้ว
เพราะจะต้องคอยทอดเอาชิ้นต่อไปมาวางไม่ให้ขาด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสังเกตด้วยว่า ถ้าลูกค้ากำลังคุยกันอยู่อย่างออกรส ก็จะต้องชะลอการทอด ต้องรอให้ลูกค้าหยุดคุยก่อน
.
.
.

สองชิ้นนี้ เป็นผัก…เพิ่มวิตามินกันหน่อย
.
.
.
ขอเตือนว่า…จานต่อไป ใจไม่ถึงห้ามดู!!! มันน่ากลัวมากกกกกกกก
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
กรี๊ดดดดดด กล้าดูด้วยหรอออ…ฮือออ น่ากลัวมั้ยอ่ะ!!!
ตอนเค้าหยิบมาวางบนจานนี่แทบช็อค…
พิมไม่ไหวกับอะไรที่มาเป็นตัวๆแบบนี้มากๆ ถ้าแล่มาครึ่งนึงก็ยังดี…แต่นี่…พี่เล่นมาทั้งตัว!!!
.
.
.
สีชมพูนั่นคือหัวไชเท้าขูดผสมกับมะเขือเทศ ไม่รู้เหมือนกันว่ารสชาติเป็นยังไงเพราะไม่ได้กิน แต่เห็นยุ่นบอกว่า จิ้มแล้วรู้สึกสดชื่นดี แล้วก็น่าจะช่วยเรื่องดับคาวรึเปล่า
.
.
.
โอ๊ยยยยย ไม่ไหวจริงๆ (ตอนที่ซูมถ่ายรูปหน้าพี่เค้าก็แบบว่าทรมานสุดๆ…แต่เพื่อการจดบันทึกเรื่องราว…เราต้องสู้!!)
สุดท้ายพิมก็ไม่ได้กินไอ้ตัวนี้อ่ะ ให้ยุ่นสำเร็จโทษไปซะ ยุ่นเลยบอก ลาภปากยุ่นอีกแล้วววว
.
.
.
นี่คือเซ็ตสุดท้าย…ตบท้ายด้วยชุดกุ้งทอด…เฮ้อออ ท้องจะแตก
แต่ก็กลัวโอโต้ซังเสียใจ ต้องกินให้ราบ!!! อุตส่าห์พามาเลี้ยงทั้งที
.
.
.
ก่อนจะแยกกัน โอโต้ซังก็ยืนถุงกระดาษใบนึงให้…ตกใจมากกก เพราะข้างในเต็มไปด้วยของฝากเต็มไปหมด
.
.
.
จังหวะนั้นก็หยิบเอาเคล็ดวิชา ซุมิมาเซน ล้านครั้ง ของโอก้าซังมาใช้ซะเลย…ให้ตายสิ…อะไรจะได้ใช้ทันทีขนาดนี้เนี่ยะ
.
.
.
ลืมบอกไปว่า…วันนั้นเมาท์กับโอโต้ซังจนเพลิน กลายเป็นว่า เริ่มกินข้าวกันตอนบ่ายสอง ออกจากร้านประมาณบ่ายสี่ ซึ่งมันเลยเวลาที่(โม้ไว้ว่า)จะไปดูหนังไปแล้ว…
.
.
.
ระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่ทางเข้าสถานีรถไฟ…โอโต้ซังก็ขอแวะที่ร้านหนังสือ แล้วก็ไปหยุดที่ shelf นึง…แล้วก็พูดว่า…
“พ่ออยากซื้อดีวีดีให้หนึ่งแผ่น เป็นการทดแทนที่ทำให้ไปดูหนังไม่ทัน”
.
.
.
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
พิมกับยุ่นช้อคเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้
ทำไมโอโต้ซังเป็นคนน่ารักขนาดนี้นะ แบบคิดถึงจิตใจของฝ่ายตรงข้ามมากๆจนน่าตกใจ
.
.
.
ตอนนั้นก็ปฏิเสธกันตัวโก่งงง แบบไม่เอาค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ (ให้ตายสิ ก็มันคือการโม้ทั้งเพอ่ะ) แต่โอโต้ซังก็ไม่ยอม
แล้วก็บังคับให้เลือกมาหนึ่งเรื่อง ไม่งั้นแกไม่ออกจากร้าน
(ฮืออออ รู้สึกผิดที่สุดในโลกอ่ะ)
สุดท้ายก็เลยจิ้มๆไปเรื่องนึง…
(ฮือออออออออออออออออออออออออออออออ)
.
.
.
จริงๆตอนเย็นมีไปกินทาเบโฮได (บั๊ฟเฟต์) กับยุ่นอีกด้วย แต่วันนี้ขอแค่นี้ก่อน
เมื่อยมากๆ ไม่ไหวแล้ว ไว้ค่อยมาโพสท์แยกเป็นอีกเรื่องทีหลังแล้วกัน
.
.
.
ถุงของฝากที่โอโต้ซังให้มา
.
.
.
.
.
.
นี่คือดีวีดีที่จิ้มมา…ฮือออ ละอายใจจริงๆ แต่ก็แอบขำ…ที่ดันเลือกดีวีดี ร่างกายของเรามาซะงั้น
.
.
.
มีเหล้าญี่ปุ่นด้วย…
.
.
.
ตบท้ายด้วยขนม…
.
.
.
คะสึเทร่า!!!
.
.
.
ซาลาเปาทอด!!!
.
.
.
.
.
.
ก่อนกิน
.
.
.
กินแล้วคร้าบบบ…หร่อยๆ
.
.
.
Recent Comments