We've only just begun…

Author Archive

MY LV Tivoli GM ^_^

เกือบจะหัวใจวาย…ตอนที่ได้เห็นว่าของขวัญวันเกิดปีนี้คือ…

LV TIVOLI TIVOLI TIVOLI TIVOLI TIVOLI TIVOLI TIVOLI GM

ไม่อยากจะเชื่ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ ว่าในที่สุดก็ได้ควงแขนกับ TIVOLI จริงๆ

ขอบคุณยุ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

สามีใครจะน่ารักแค่ไหนเราไม่รู้…เรารู้แต่เพียงว่าสามีเราน่ารักที่สุดในโลกของเราแล้ววววววววววววววว!!!

30 จัดเต็มอย่างที่ว่าจริงๆ!!!

 

ถุงใหญ่เบ้อเร่อ เอาตัวลงไปคุดคู้อยู่ได้

 

 

ผูกโบว์จุ๊กจิ๊กน่ารัก

 

นางสวยยยยยยยยยยยยยยย นางเริ่ดดดดดดดดดดดดดดดดด นางใช่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เหมาะกับคนบ้าหอบฟางอย่างเราที่สุดแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

 

 

แต่ไม่รู้จะรักษาความงามไปได้ซักกี่น้ำ

COWHIDE ดูแลยากมากๆจริงๆ

แล้วแค่โดนความชื้นนิดๆหน่อยๆพี่เค้าสี่เปลี่ยนทันที

อย่างตอนที่เปิดกล่องเอาออกมายลโฉมครั้งแรก ไม่ทันได้ดูว่ามือตัวเองชื้นเหงื่ออยู่

พอเอามาดูใกล้ๆอีกทีแทบลมจับ…คือสังเกตเห็นได้เลยว่าส่วนที่เอามือไปจับนั้นเริ่มเปลี่ยนสีไปนิดนึง

 

 

ตอนแรกก็ว่าจะฉีดสเปรย์กันน้ำแบบที่สาวๆห้อง SBN ชอบทำกัน

แต่อ่านเว็บโน้นนี้ไปมาแล้วงงมากๆ เพราะบางคนก็บอกฉีดแล้วไม่ดี

สุดท้ายก็เลยไปถามที่ SHOP

ทาง SHOP เค้าก็แนะนำเลยว่า “ไม่ควรทำอะไรทั้งสิ้นค่ะ”

แป่ววววว

แถมถ้าฉีดไม่ถูกวิธี กระเป๋าอาจจะเยินไปได้เลย

คุณพนักงานเค้าแนะนำมากๆว่า…

ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

 

 

ได้ค่ะ…ตามธรรมชาติค่ะ

 

 

คือจริงๆเรื่องเปลี่ยนสี่ก็ไม่ได้กังวลเท่าไหร่หรอก

เพราะมันคือ COWHIDE ก็รู้อยู่แล้วว่าวันนึงมันจะต้องเปลี่ยนสี

แล้วก็ชอบด้วยเวลาที่มันเป็นสีน้ำผึ้ง สวยดี

 

แต่…

เอิ๊กกกกกกกกกก…เอาไปใช้ครั้งแรก…COWHIDE ก็โดนเล็บสะกิดถลอกเป็นรอยไปเรียบร้อย

T_T T_T T_T T_T T_T T_T T_T

(ร้องไห้หน้าใหญ่มากกกก)

 

บอบบางไปไหมคะคุณ!!!

จิตตกไปหนึ่งวันเต็มๆ…

แต่ยุ่นก็ปลอบใจ บอกว่า เอาน่า…ของใช้ มันก็ต้องมีรอยบ้างเป็นธรรมดา

(แว้กกกกก…แต่ไหวเหรอ…นี่มันมีรอยตั้งแต่วันแรกเลยนะ ฮือๆๆๆ แล้วมันไม่ใช่ถูกๆ ยุ่นอุตส่าห์เก็บเงินซื้อให้ แถมเป็นของขวัญในวันสำคัญ มันมีคุณค่าทางใจมากมาย)

ยุ่นเลยบอกต่ออีกว่า…ยุ่นซื้อให้พิมมาใช้อย่างมีความสุข ไม่ได้ซื้อให้พิมเอามาประคบประหงม ระวังระแวงให้ดูเหมือนใหม่ตลอดกาล

“ให้มันมีร่องรอยจากการใช้สิ…คนซื้อให้ เห็นแล้วมีความสุขนะ”

^_^

จากหน้าเหี่ยวๆ เลยเริ่มยิ้มออก

 

 

 

ซูมซู้มซูม

 

 

ณ วันนี้ยังไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ

แต่ถ้าเอาไปเบียดกับชาวบ้านบนรถไฟบ่อยๆก็คง…

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ฮืออออ แค่คิดก็ปวดใจ

 

ถ้าอยู่เมืองไทยคงจะดูแลได้ดีกว่านี้มากๆ เพราะอย่างน้อยเวลาเดินทางก็ขับรถ

ไม่ต้องเบียดโรคๆเหมือนที่นี่

 

 

 

กว้างขวาง….ใส่ ROUGE COCO ได้อีกสิบแท่ง เอิ๊กกก

หยุดบ้าได้แล้ว!!!

 

 

 

 

 

ผิดแล้วคูช้าาาา…

นี่ไม่ใช่อ้อยนะ!!!

 

 

หลายคนอาจจะบอกว่า TIVOLI หนักมากกกกกกกกกกกก

ยิ่งใส่ของยิ่งหนักกกกกกกกกกกกก

 

 

 

อืม…

อันนี้ก็น่าจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของแต่ละคนมากกว่า

อย่างเราคงเพราะว่าผ่านการแบกของบนบ่ามาอย่างโชกโชน

เดินหิ้วทั้งวันเลยไม่รู้สึกเมื่อยอะไร

 

ถ้าจะเมื่อย น่าจะเกิดจากความเกร็งต้องระวังโน่นระวังนี่มากกว่า

เช่นมือเปียกอยู่รึเปล่า ฝนจะตกลงมามั้ย

คือต้องพยายามระวังไม่ให้ COWHIDE โดนน้ำ

แถมอย่างที่บอก…ว่าต้องระวังคนเบียดอย่างรุนแรงบนรถไฟอีก

 

แต่ๆๆๆ…ไม่สิๆๆๆๆๆ ต่อไปนี้จะไม่เกร็งแล้ว

จะใช้สุดเหวี่ยงอย่างที่ยุ่นบอก

ยุ่นจะได้ดีใจ

^_^

 

 

 


Sunny Saturday Stroll with Yun:D

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2553

ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าวันนี้เราสองคนจะสามารถเข็นตัวเองออกจากบ้านได้ก่อนเที่ยง

ปกติแล้ว…ยุ่นจะต้องนวยนาดจัดแต่งทรงผมเป็นชั่วโมงๆ ทาครีม โบ๊ะหน้าอะไรต่างๆนานา พิมต้องรอจนเหงือกแห้งทุกครั้งไป…

เอิ่ม….ช่างกล้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

โอ เคๆๆ พูดเล่นแค่นี้ต้องทำโกรธด้วย!! พูดความจริงก็ได้!!

พิมเองแหละ… T_T ที่เป็นตัวช้าต้วมเตี้ยมทำให้ยุ่นต้องรอตลอด

แต่วันนี้…

อากาศดีมากๆ ตามพยากรณ์อากาศ ฟ้าจะสดใสตลอดทั้งวัน แต่ด้วยความที่ตอนนี้เข้าหน้าหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว ช่วงเวลาที่มีแสงแดดในแต่ละวันนั้นจะน้อยมาก เลยเป็นตัวบีบคั้นที่ทำให้ต้องรีบออกจากบ้าน เพื่อจะได้มีเวลาอิ่มเอมกับแสงแดดได้อย่างชุ่มปอด:D

เพราะฉะนั้น…จะมัวแต่ช้าต้วมเตี้ยมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาไม่ได้เด็ดขาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

*******************************************************************************

จากบ้าน เราก็ตรงดิ่งมาทานข้าวกันที่ร้าน RESPEKT ใน Shibuya

พิมสั่งเมนูโปรดตลอดกาล…คือ TACO RICE ส่วนยุ่นสั่งข้าวแกงกะหรี่ เมนูโปรดของพิมอีกเหมือนกัน…แป่ว!!

สุดยอดมากๆ ทั้งรสชาติ และการตกแต่ง อยากตกแต่งอาหารได้สวยๆแบบนี้บ้างจัง…

ไม่ได้การละ…ต้องรีบฝึกปรือวิทยายุทธการตกแต่งอาหารซะแล้ว

*******************************************************************************

พอทานข้าวเสร็จ…ก็เดินมานั่งชิลกันที่ร้าน STREAMER COFFEE COMPANY

กาแฟสวยงาม…แถมอร่อยแบบไม่ต้องเติมอะไรเพิ่ม…เริ่ด!!!

สมแล้ว…ที่ได้คะแนนประเมินสูงลิ่วจาก [食べログ]

ยุ่นถึงกับพูดให้ราคาว่า “สูสีสตาร์บัคส์เลยนะเนี่ยะ”  โว้วววววว…คอกาแฟถึงขั้นพูดขนาดนี้

อยากมาบ่อยๆนะ…แต่เสียดาย มันไกลจากบ้านไปหน่อย ไม่รู้จะมาได้บ่อยแค่ไหน

*******************************************************************************

จากร้านกาแฟ…ก็ไปเดินเล่นกันที่สวน YOYOGI

ใบไม้ร่วงจนหมดต้นแล้ว… T__T บรรยากาศสงบเงียบเจือความเศร้าหน่อยๆ

เป็นสัญญาณว่า…ปีเก่ากำลังจะผ่านไปแล้วสินะ

ทำไมพอแก่แล้ว แต่ละปีมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว…ไม่รู้ว่าถ้าแก่ขึ้นกว่านี้อีกสิบปี แต่ละปีจะเร็วขึ้นขนาดไหน…

*******************************************************************************

ออกจากสวนฯ ฟ้าก็เริ่มมืด…

เราเลยจูงมือกันเดินไปดู ILLUMINATION กันต่อที่ Omotesando

ไฟวิบวับสวยงาม…อากาศก็สดชื่นไร้มลพิษ…

เป็นอีกหนึ่งเสาร์สบายๆที่มีความสุขมากๆจริงๆ ^_^


คิชิเม็งราดหน้าหมูนุ่ม

 

เริ่มจากการหมักหมูกับซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล

แล้วก็คลุกๆๆๆ

จะคลุกด้วยช้อน ส้อม มือ หรือเท้า ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนนะคะ

 

 

สัดส่วนก็…

มั่วๆไปค่าาาาาาาา

55555

ใส่ไปตามความรู้สึก…ประหนึ่งอาหารที่ทำเป็นงานศิลปะ!!!

แต่จริงๆนะ…พอใส่ๆไป ใจมันจะสั่งให้มือของเราหยุดเอง

 

 

จากนั้นก็ตามด้วยแป้งมัน แล้วก็คลุกๆๆๆให้เข้ากัน

จากนั้น พักไว้ให้ส่วนผสมต่างๆมันเข้าเนื้อ

 

 

ระหว่างที่รอ…ก็ไปล้างผัก และหั่นผักเตรียมไว้

 

T___________T

อยู่นิปปงมันก็เศร้าแบบนี้…อยากทานราดหน้า แต่ก็ไม่รู้จะไปหาคะน้ามาจากไหน

 

ที่ร้านเอเชียที่ชินจุกุก็ไม่มีคะน้า

ครั้นจะหาผักญี่ปุ่นอื่นๆที่คล้ายคะน้าก็ไม่มี

 

ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงที่สุดก็เห็นจะเป็นลำต้นของบร็อคโคลี่

แต่มันก็ไม่กรอบเท่าคะน้าบ้านเราอยู่ดี

แล้วบร็อคโคลี่มันสุกง่ายมากๆ

ต้มไปแป๊บๆก็เปื่อยละ

แต่ก็นะ…

ตามมีตามเกิด มั่วๆไป…ก็ซื้อมาตามที่ซุปเปอร์ใกล้ๆบ้านเค้ามีขาย

ผักที่ใช้แทนคะน้าวันนี้ก็คือ…บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี ผักโขม แล้วก็ฮารุนะ

จะออกมาหน้าตาแบบไหนก็ยัง งงๆอยู่

แต่จุดนี้มันถอยไม่ได้แล้ว!!!!

 

ล้างผักหั่นผักเสร็จ ก็มาจัดการกับตัวแทนเส้นใหญ่บ้านเรา…

“คิชิเม็ง”

ขอบอกว่า…จริงๆแล้ว…มันแค่ “ขาว”เหมือนเส้นใหญ่

นอกนั้นไม่มีอะไรเหมือนเลย!!!!!

T_______T

แต่ ณ จุดนี้ก็ไม่รู้จะไปหาเส้นใหญ่มาจากที่ไหน

ซุปเปอร์มันมีอะไรขายก็ซื้อๆมา

แล้วเส้นพี่เค้าติดหนุบหนับ เลยต้องเทน้ำมันใส่นิดหน่อย แล้วขยำๆๆให้เส้นแยกออกจากกัน

 

 

ขยำเรียบร้อย…

 

 

สีขาวๆน่าเบื่อ…ใส่ซีอิ๊วดำย้อมสีหน่อย

 

จริงๆเค้าเขียนไว้ตรงข้างถุงตัวใหญ่เบ้อเร่อว่า..”ใช้ต้ม”!!!

แต่แคร์มั้ย..

ไม่หนิ!!!

ต้านวิธีใช้ของนางด้วยการเอามาผัดให้กรอบนอกนุ่มในให้สะใจ!!!

 

จากนั้นก็มาหมกมุ่นกับหมูหมักกันต่อ

ขั้นตอนต่อไปคือ…กำจัดไข่แดงออกไป…

 

ชะแว้ง!!!…เหลือแต่ไข่ขาว

 

แล้วก็เอาไปใส่หมูที่พักทิ้งไว้เมื่อตะกี้

จากนั้น ก็สะบัดบ๊อบเก๋ๆเชิดหมูหมักอีกครั้ง

มาจัดการกับกระเทียมกันก่อน

 

 

จะปั่น หรือจะสับ อันนี้ก็แล้วแต่ถนัดอีกเหมือนกันนะคะ

แต่เนื่องด้วยกระเทียมที่ญี่ปุ่นมันกลีบใหญ่อลังกาโน่มากๆ

แล้วบ้านนี้ชอบทานกระเทียมกันเป็นชีวิตจิตใจ

จะทานอะไรเน้นใส่กระเทียมเยอะๆๆๆ

จะให้มานั่งสับคงไม่ไหว

เลยขอเป็นปั่นจะดีกว่า

 

 

ปั่นเสร็จแล้ว ก็เอาลงไปผัดกับน้ำมัน

 

 

เอาแค่ให้พอหอมๆนะคะ ไม่ต้องถึงขั้นกลายเป็นกระเทียมเจียว

 

 

จากนั้นเอาหมูที่หมักทิ้งไว้ ลงไปผัดโลดดดดดด

 

ขอออกตัวแรง…ว่าวันนี้ทำเยอะหน่อยเพราะจะเก็บไว้ทานหลายมื้อ

(อย่ามา!!! ชั้นเห็นหล่อนทำทีไรก็เยอะทุกที มันไม่ใช่แค่วันนี้ซะหน่อย)

 

 

ผัดๆๆๆ

พอเริ่มสุก

ก็….

 

เอาน้ำซุปมาใส่

 

 

เปลี่ยนหม้อ

 

 

 

 

เพิ่มน้ำซุป

 

ใส่ผักโขมลงไป

 

 

ใส่น้ำมันนิดหน่อย แล้วผัดๆๆ

 

 

ผัดเสร็จก็เอามาเทลงหม้อเลยค่า

 

 

จริงๆแล้ว ตอนแรกว่าจะทำแบบที่ร้านราดหน้าทำ คือ แยกผักไว้ใส่ต่างหาก

แต่…คิดไปคิดมา…ลำบาก หลายขั้นตอน ก็ต้มรวมๆกันไปเลย น้ำราดหน้าจะได้หวานๆด้วย

 

 

จากนั้นก็ปรุงๆๆ

ด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว แล้วก็เต้าเจี้ยว กับน้ำตาลนิดหน่อย

 

ใส่น้ำแป้ง เพิ่มความเหนียว

 

แล้วก็ปรุงรสเพิ่มอีกหน่อยให้กลับมาเข้มข้นเท่าเดิม

 

 

พร้อมเสิร์ฟแล้วววววววว

 

 

ราดหน้า…ผักยุ่ยๆเปื่อยๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ

 

ยิ่งพอใส่พริกป่น น้ำตาล น้ำส้มตามใจชอบด้วยแล้ว…เป็นอันจบข่าว

 

มันยอดมากกกกกกสำหรับวันหนาวๆแบบนี้

 

 

 

 


ของฝากจากโยรบปะ

และแล้ว…การรอคอยอันแสนยาวนานเป็นระยะเวลาสิบเอ็ดวันก็ได้สิ้นสุดลง!!!!

 

ช้างยุ่นกลับมาแล้ววววววววววววววว!!!

 

WhoopDeeDoo HeyHeyHey!!! (55555+)

 

พร้อมของฝาก…

 

เพื่อเป็นการปลอบขวัญที่ต้องปล่อยให้ภรรยาอยู่บ้านอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ^_^

 

แต่!!! คำว่าของฝากในที่นี้เนี่ยะ ไม่ได้หมายถึงของฝากในความหมายทั่วไป…แต่หมายถึง

ของ…ที่ฝากให้ไปหาซื้อกลับมาให้ได้ และจ่ายเงินให้ด้วย!!! (แรงมะ!!)

 

มาดูกันดีกว่า…ว่าคุณช้างสุดที่รักซื้ออะไรมาฝากบ้าง

(1) LES 4 OMBRES DE CHANEL QUADRA EYE SHADOW #19 ENIGMA


ในที่สุดก็ได้มาครอบครองสักที >_<

.

.

.

.

.

.

(#19) ENIGMA จากคอลเลคชั่น  Fall 2010 ของ CHANEL

.

.

.

.

.

.

 

แกะออกมาจากกล่อง ก็จะพบกับตัวตลับที่ซ่อนอยู่ในถุงกำมะหยี่สีดำสุดหรู

.

.

.

.

.

.

ตลับสีดำมันวาว และโลโก้ชาแนลสีขาว…เรียบหรู ดูน่าค้นหา

.

.

.

.

.

.

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สลบไปหนึ่งรอบ!!!!

.

.

.

.

.

.

สีทึมๆแบบอ่อนโยน+วิ้งๆแบบผู้ดี เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงอย่างที่สุด

แต่เดี๋ยวต้องดูว่าสีติดทนนานอย่างที่เค้าว่ากันรึเปล่า

.

.

.

จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นคนชอบจัดชุดใหญ่ให้ดวงตาแต่อย่างใด

คืออย่างทุกวันนี้ก็แค่กรีดอายไลน์เนอร์ แล้วก็จบข่าว

แต่เคยไปเดินโฉบที่เคาท์เตอร์ชาแนล แล้วไปเจอกับเจ้า ENIGMA นี่เข้า ถึงขั้นกรีดร้องอย่างโหยหวน

สีมันสวยงามกระชากกิเลสให้เกิดความอยากได้มาลองฝึกแต่ง smoky eye เองดูบ้าง

(อย่ามา!!! แค่จะฝึกแต่งตา ก็ใช้ไปสิ แคนม้งแคนเม้ค จะใช้ชาแนล…เพื่อ!!!)

เอิ่ม…นั่นแหละๆๆ  ช่างมันเถอะ เปลี่ยนเรื่องๆ 555555

ไปดู item ถัดไปกันดีกว่า

 

(2)OMBRE ESSENTIELLE SOFT TOUCH EYESHADOW

(#88) VERT KHAKI

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ตัวเล็กกว่าพี่ ENIGMA

.

.

.

.

.

.

ของจริงสีสวยงามมากๆขอบอกกกก

แต่!!!

ถ้าขึ้นมาอยู่บนตาเราแล้วจะเหมือนคนถูกต่อยมั้ย

จุดนี้ก็ต้องดูกันต่อไป

.

.

.

.

.

.

(3)ROUGE COCO HYDRATING CREME LIP COLOUR (#02) PERLE

(4)ROUGE COCO HYDRATING CREME LIP COLOUR (#04) CASHMERE

ที่มาของสองแท่งนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อซักเดือนที่แล้ว ตอนที่กลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย

ก่อนจะขึ้นเครื่อง ก็ตามฟอร์ม แวะเดินเล่นตรง duty free เพื่อซื้อเครื่องสำอางค์ฝากตัวเอง และคุณแม่แมวน้ำ

ก็ไปเดินวนเวียนตรงชาแนล…

แล้วก็ได้ไปพบรักกับ…

.

.

.

.

.

.

ไม่ได้เวอร์นะ…แต่ตั้งแต่ใช้ลิปสติกมา…ก็หลายรุ่นหลายยี่ห้ออยู่ แต่ขอบอกว่า

ROUGE COCO ของชาแนลคือคำตอบสุดท้ายจริงๆ

คือเนื้อลิปสติกเนียนนุ่มมากๆ แล้วสีก็ค่อนข้างติดทนนาน

ไม่ต้องเติมระหว่างวันบ่อยๆเหมือนหลายๆยี่ห้อ

แล้วที่สำคัญ…มันหอมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ใช้แล้วรู้สึกดีที่สุดในโลก

.

.

.

แต่ๆๆๆๆ…คนสวยใช่จะไม่มีข้อเสีย

คือด้วยความที่เนื้อของนางนุ่มมากๆ บางทีถ้าเราไปอยู่ในที่อากาศร้อนมากๆนางจะเกิดการละลายจนหักได้ค่ะ

แต่จริงๆก็แก้ด้วยการใช้ลิปบรัชเอา…แต่ก็นะ…เวลาทามันก็จะไม่สะดวกเหมือนทาจากแท่ง

แต่เอาเหอะ…ข้อเสียนิดๆหน่อยๆ มองข้ามกันได้

.

.

.

ด้วยเหตุนี้…ในโอกาสที่สามีได้ไปดูงานต่างบ้านต่างเมือง ก็เลยให้แวะสอยมาให้อีกสองสี

และมีแนวโน้มสูงมากๆที่จะไปโฉบสีอื่นๆมาไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน

.

.

.

.

.

.

มี swatch ของทั้งสามสีมาให้ดู

.

.

.

.

.

.

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น…ก็คงแตกต่างกันไปตามสีปากของแต่ละคนด้วย

.

.

.

.

.

.

มาที่ของฝากชิ้นต่อไป…ก็ยังคงเป็นชาแนล

ฮ่าๆๆ ก็ยุ่นโทร.มาบอกว่า “ที่รักอยากได้อะไรจัดมาหนักๆเลย” ก็เลยทำตามบรีฟก็แค่นั้นเอง!!!

 

(5)CHANCE CHANEL EAU TENDRE EAU DE TOILETTE

หอมหวาน…คุณหนูกระโปรงชีฟองฟูฟ่อง ไร้ซึ่งคำบรรยายใดๆ

.

.

.

แถมกลิ่นติดทนนานอีก ให้ไปเลย 10/10

น่าจะเป็นชิ้นที่รักที่สุดจากบรรดาทั้งหมดทั้งมวลที่ช้างยุ่นซื้อมา

.

.

.

.

.

.

(6)ORIGINS PEACEKEEPERS SENSORY THERAPY

จัดไปเซท 3 ขวด

มันใช้ดีมากๆ ขาดไม่ได้ แนะนำสุดๆขอบอกต่อ

บำบัดสุดๆเวลาปวดหัว ปวดตา เครียดๆ

กลิ่นหอม ไม่รบกวนชาวบ้าน

คืออย่างขึ้นรถไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น เกิดเครียดๆปวดขมับขึ้นมา

จะให้ควักยาหมองตาเสือออกมาทาเต็มคราบก็เกรงใจเพื่อนร่วมขบวนรถไฟอยู่เหมือนกัน

.

.

.

จริงๆอันนี้ซื้อมาเพื่อเอาไว้ให้ช้างยุ่นพกไปทำงานแหละ

(ให้ช้างยุ่นสองขวด แล้วเราเก็บไว้แค่ขวดเดียวพอ)

.

.

.

เวลาทำงานเครียดๆ ก็หยิบขึ้นมาทาซะ ขมับ หลังใบหู หลังคอ ข้อมือ อะไรก็ว่าไป

จะได้รู้สึกคลายขึ้น มีพลังทำงานวิจัยของเค้าต่อไป :)


(7)ORIGINS MAKE A DIFFERENCE SKIN REJUVENATING TREATMENT

ไปเห็นนางนึงใน Jeban นางมารีวิวไว้…แบบว่าจากที่หน้ามีรอยแผลเป็นสิวโน่นนี่เต็มไปหมด

ผ่านไปเดือนหรือสองเดือน หรืออะไรสักอย่าง หน้าปิ๊งมากกกกกกก

แล้วก็บอกว่าคนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ใช้ดี

.

.

.

แต่ก็นะ…ไอ้คำว่าแพ้ง่ายของแต่ละคนนี่มันก็แตกต่างกัน ก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน

แต่ถ้าแพ้ก็ไม่เป็นไร…เพราะมันก็จะกลายไปหนึ่งในสมาชิกของครีมทาหน้าให้ช้างยุ่นแทน…เอิ๊กกกกก

.

.

.

จริงๆในเซทเค้าก็มีมากมายหลายตัว แต่เอาแค่ treatment มาลองก่อน ถ้าไม่แพ้ค่อยลุยตัวอื่นๆต่อไป

 

แฮ่ก!!!  หมดแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววว

 

จริงๆแล้วสั่งน้ำหอม Jo Malone ไปด้วย…แต่แป่ววว มันอยู่คนละ terminal กับที่คุณช้างเค้าต้องขึ้นเครื่องกลับญี่ปุ่น

 

แล้วเวลามันก็ไม่ทันแล้ว คุณช้างก็เลยต้องถอดใจ…ตอนมาบอกนี่คอตกหน้าเศร้า….บอกเสียใจมากที่ซื้อมาให้ไม่ได้…

 

ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรจ้าาา ครั้งหน้าก็ได้ กักๆๆ เค้าไม่รีบบบบบบบบบบบบ เผื่อจะได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาด้วยว่ากลิ่นไหนผสมกับกลิ่นไหนแล้วเริ่ดที่สุด!!!

 

ท้ายที่สุดนี้…ก็ขอกราบงามๆไปที่อกนุ่มๆของคุณช้างยุ่นสามีสุดที่รักนะคะ

 

เวลาก็ไม่ค่อยจะมี ต้องวิ่งวุ่นเหงื่อโทรมทั่วแอร์พอร์ตเพื่อหาซื้อของให้ภรรยาตัวแสบ…T_T ซึ้งอะ

 

เดี๋ยวยังไงเค้าจัดเต็มให้ตอนวันเกิดน้าาาาาาาา รักที่รู้กกกกกกกกที่สุดในโลกเล้ยยยย จุ๊บจิ๊บๆๆๆ


Cotton Anniversary

สองปีแล้ว…

.

.

.

แต่ยังรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน…ภาพทุกอย่างยังชัดเจน…

.

.

.

ขอบคุณยุ่น สำหรับทุกความสุขสนุกสนานตลอดสองปีที่ผ่านมานะจ๊ะ…

.

.

.

รักยุ่นที่สุดเลย ^_^


เนะโกะคาเฟ่

ในที่สุด…ก็ได้ไปเยือน “เนะโกะคาเฟ่” ซักที!!!!!!!!!!! โอ้ยยยยย…อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆว่า “เริ่ด!!!!” เป็นภาษาบราซิล

.

.

.

หลายคนอาจจะงง…ว่าแล้วไอ้ “เนะโกะคาเฟ่” นี่มันคืออะไรยังไง คือเข้าใจความหมายของคำว่า คาเฟ่…ไม่เป็นร้านขายชา กาแฟ ก็น่าจะขายอาหาร…

.

.

.

แต่…เนะโกะคาเฟ่นี่คืออะไรล่ะ…เป็นร้านกาแฟที่เสิร์ฟสิ่งที่เรียกว่า “เนะโกะ” รึเปล่า

ประมาณว่าเนะโกะเป็นของเด็ดของร้าน ก็เลยเอามาตั้งเป็นชื่อร้าน

หรือเจ้าของร้านมีความเกี่ยวดองกับ วงเนะโกะจัมพ์??

.

.

.

คือจริงๆแล้วถูกต้อง ที่เนะโกะเป็นของเด็ดของร้าน…แต่เค้าไม่เสิร์ฟค่ะ!!!!

.

.

.

คนที่รู้ความหมายของคำว่า “เนะโกะ” ก็น่าจะสามารถจินตนาการภาพออกมาได้ไม่ยากนัก ว่าเนะโกะคาเฟ่ น่าจะเป็นสถานที่ประมาณไหน

.

.

.

แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ จะเฉลยให้ว่า “เนะโกะ” เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ แปลว่า…สัตว์โลกที่ครองตำแหน่งน่ารักที่สุดในโลกมาหลายพันปีซ้อน

.

.

.

ถูกต้องแล้วค่ะ!!!! คำตอบก็คือ…………………………

น้องหมาหรอ?

ไม่นะ…ชั้นว่าเพนกวิ้น…เพนกวิ้นน่ารักเทพมาก กลม…น่ารัก…ไหวหรอ

ไม่ใช่ๆๆๆ น่ารักที่สุดต้องนี่สิ…นกกระจอกเทศ…ยิ่งตอนวิ่งงี้ ก้นส่ายยึกยัก เห็นแล้วจะละลายยยยยยอ่ะ ขอบอก!!!

.

.

.

พอๆๆ!!! หยุดเวิ่นเว้อกันได้แล้ว!!!…โอเค…เนะโกะ…แปลว่า แมว ค่ะ จะน่ารักที่สุดในโลกหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลก็แล้วกันเนอะ

.

.

.

แล้ว…เนะโกะคาเฟ่มันเป็นสถานที่ยังไงกันแน่??

.

.

.

ก็เป็นคาเฟ่ที่ขายชา กาแฟทั่วๆไป…เปิดเพลงเบาๆสบายๆ แล้วก็มีหนังสือการ์ตูน แม็กกาซีนให้ลูกค้านั่งอ่านนั่งชิลล์

แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่…พนักงานในร้าน…นอกจากจะมีพนักงานที่เป็น “คน” แล้ว…

ยังมีพนักงานที่เป็น “แมว” ด้วย!!!

.

.

.

คือในร้านก็จะมีน้องพนักงานแมวอยู่หลายตัว…ถูกปล่อยอยู่ในร้านอย่างอิสระ ไม่มีการขังอยู่ในกรง หรือว่าผูกเชือกมัดไว้กับขาเก้าอี้ใดๆทั้งสิ้น

.

.

.

แล้วลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ก็สามารถเล่นกับน้องเหมียวได้อย่างจุใจ….เมี้ยววววววววววววววววววว

.

.

.

แต่ว่า…แต่ละร้าน ก็จะมีกฎระเบียบในการเล่นกับแมวที่แตกต่างกันไป เช่นบางร้านให้อุ้มกอดรัดฟัดเหวี่ยงได้ บางร้านให้อุ้มไม่ได้ แต่ถ้าน้องแมวเดินมานั่งบนตักของเราเองก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าแมวหลับอยู่ก็ห้ามไปกวน เป็นต้น

.

.

.

นอกจากนี้บรรยากาศของร้าน หรือการตกแต่งภายในร้านก็จะเป็นสไตล์อบอุ่น…ให้ความ รู้สึกเหมือนบ้านจริงๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ก็จะรู้สึกเสมือนประหนึ่งเป็นบ้านของตัวเองยังไงอย่างงั้น

.

.

.

ร้านเนะโกะคาเฟ่นี่…ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักแมว…ที่ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงแมวในญี่ปุ่น

ที่บอกว่า ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงแมวก็เพราะจากสาเหตุหลักสองประการ

1. แพง…วันก่อนเดินไปดูกับยุ่น…น่ารักสุดๆๆๆๆๆ แต่พอเห็นราคาแล้วแทบเป็นลม…ตัวละ 2 แสนเยน เท่านั้นเอง -_-‘

2.แมนชั่น และอพาร์ทเมนท์หลายๆที่ในญี่ปุ่น มีกฎห้ามเลี้ยงสัตว์

.

.

.

แต่ในญี่ปุ่น มีกลุ่มคนที่รักแมวอยู่มาก…เนะโกะคาเฟ่ก็เลยเกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนเหล่านี้…ซึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้…ก็มีพิมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ^_^

.

.

.

เนะโกะคาเฟ่นี่ไม่ได้มีอยู่แค่ในโตเกียวเท่านั้นนะคะ…คือมีกระจายอยู่ทั่วประเทศเลย

แต่เนะโกะคาเฟ่ที่จะพาไปในวันนี้…อยู่ที่ ฮาราจุกุ ค่ะ

ชื่อร้าน cat room chamamo

.

.

.

ก่อนเข้าร้านก็จะมีที่ให้ล้างมือ

.

.

.

ถอดรองเท้า แล้วใส่สลิปเปอร์ของร้านให้เรียบร้อย…

.

.

.

พร้อมกันรึยัง…จะเข้าร้านแล้วนะคะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เข้ามาถึงในร้าน…ก็จะมีพนักงานของร้าน “ที่เป็นคน” (ฮ่าๆๆ) เข้ามาต้อนรับ

แล้วก็จะเอาแอลกอฮอล์มาฉีดให้เราทำความสะอาดมืออีกรอบ

.

.

.

จากนั้นก็เข้าไปคุยกับตรงเคาท์เตอร์ว่าต้องการจะใช้บริการของร้านนานเท่าไหร่

.

.

.

พนักงานแมวทุกตัวน่ารักมากๆๆๆๆ…>_<

น่ารักสุดๆๆๆ แบบทนไม่ไหว แทบอยากจะขโมยกลับบ้าน

.

.

.

เริ่มกันที่พนักงานคนแรก…ชื่อ “ลั้นจิคุง” เป็นการอ่านภาษาอังกฤษคำว่า Lunch ด้วยสำเนียงคนญี่ปุ่นค่ะ

.

.

.

เกาคอๆๆ

.

.

.

ลั้นจิเริ่มเคลิ้มมม

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

น่ารักสุดๆๆ

.

.

.

.

.

.

เคลิ้มสุดๆๆ

.

.

.

ช้างยุ่นใช้งวงลูบหัวลั้นจิอย่างอ่อนโยน

.

.

.

.

.

.

ลั้นจิขาสั้น…ดุ๊กดิ๊กน่ารักที่สุด!!!!

ตอนนั่งอยู่ไม่รู้ว่าขาจะสั้นขนาดนี้…พอยืนขึ้นมานี่ตกใจมาก…

กรี๊ดดดดดดดด ขาสั้น น่ารักที่สุด เหมือนแมวไส้กรอกกกกกก!!!

.

.

.

ชื่อ “ไค” ครับผม

.

.

.

ลั้นจิคุง กับไคคุง นั่งจุ้มปุ๊กน่ารัก

.

.

.

พนักงานหนุ่มคนนี้…ชื่อ “ปุริ้นสึ” หรือว่า “ฮะจิ” ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะว่า ปุริ้นสึ กับฮะจิเป็นฝาแฝดกัน

หน้าตาเหมือนกันมากๆ แยกไม่ออก

.

.

.

ให้บริการลูกค้ามาทั้งวัน…เหนื่อยมาก ขอผมงีบแป๊บนึงแล้วกันนะครับ คร่อกกกกก

.

.

.

เห็นผมนุ่มสลวยสวยเก๋ ดูเริ่ด เชิด หยิ่งแบบนี้…

แต่ผมเป็นเด็กชายนะครับบบบบ ชื่อ “โมโคล่า” ครับผมมมม

เมี้ยวววววววววววว

.

.

.

และนี่…เจ้าชายประจำร้าน…ชื่อ “วาริเอนเต้” คุง ครับผม

.

.

.

หล่อสุดๆๆๆ แผงคอนุ่มฟูได้อีก

.

.

.

เดี๋ยวจะเอาชุนจังที่บ้านมาสู้ โฮะๆๆ คิดว่าหล่อสูสีกันเลยนะ

.

.

.

วาริเอนเต้ค่อนข้างเล่นตัว…ชอบยืนหล่อเป็นเจ้าชายแบบเดี่ยวๆ หรือไม่ก็…

โดดดึ๋งดั๋งขึ้นไปนอนห้อยขาอยู่บนขอบกำแพงแบบในรูป

.

.

.

“ชุระมิสึคุง” มาเลียขนแต่งตัวให้“มิรุคุคุง”ที่นอนหลับคร่อกฟี้อยู่

น่ารักมากๆ…ท่าทางสองตัวนี้จะสนิทกัน

.

.

.

.

.

.

ร้านเล็กๆ…แต่น่ารักและอบอุ่น

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ยิ้มหวานให้กล้องด้วย

.

.

.

ตอนแรก…กะว่าจะอยู่แค่ 30 นาที…

แต่ไปๆมาๆ …กลายเป็นหนึ่งชม.

ค่าเสียหายก็…ตกคนละ 1,000 เยน เป็นราคาที่รวมเครื่องดื่มแล้วด้วย 1 แก้ว

.

.

.

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของแมวแล้ว เรียกได้ว่า…คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม!!

พอออกมาจากร้าน ช้างยุ่น…ถึงกับหันมาบอกว่า…

กลับไทยเมื่อไหร่ เลี้ยงทันที!!!

ยุ่นไม่เคยนึกเลยว่าแมวจะน่ารักได้ขนาดนี้!!!

.

.

.

โฮะๆๆๆๆ ในที่สุด…ก็ถูก brainwashed ด้วย เสน่ห์ของแมวไปอีกคน

.

.

.

เมี้ยวววววววววววววววววววววววว!!!


ตัวเลขขับเคลื่อนโลก : October 2009

เจอข้อมูลที่น่าสนใจจาก POSITIONING  MAGAZINE ONLINE (more…)


กิจกรรมวันว่าง ณ BLUE SQUARE CAFE’

.

.

.

สองสามเดือนที่ผ่านมา…

.

.

.

ครอบครัวเรามี “กิจกรรมใหม่” ประจำครอบครัว…นั่นคือ

.

.

.

การนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟในวันว่าง

.

.

.

เราสองคนจะไปร้านกาแฟกันแต่เช้า และนั่งยาวจนเย็นย่ำ…

.

.

.

มีสองเรื่อง(จากหลายร้อยเรื่อง)ที่รู้สึกขอบคุณที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

หนึ่งคือ…ญี่ปุ่นเป็นประเทศพิสูจน์ข้อความที่ว่า

CUSTOMER IS KING

ตราบเท่าที่เราใช้บริการ และอยู่ในสถานะ “ลูกค้า” เราคือราชา

อยากจะนั่งแช่ นั่งนานเท่าไหร่ก็นั่งไป พนักงานในร้านไม่กล้ามาเชิญออกแน่นอน ไม่แม้แต่มาทำเป็นกวาดพื้นใกล้ๆเหมือนที่บ้านเราเวลาที่พยายามจะกดดันลูกค้าให้ออกจากร้านไปซะ

.

.

.

อีกเรื่องคือ ขอบคุณคนญี่ปุ่น…ที่บริโภคกาแฟกันอย่างหนักหน่วงจนทำให้มีร้านกาแฟดีๆพุดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่ล้นหลาม

.

.

.

ยิ่งในโตเกียวนี่แบบว่าเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว…

แค่สาขาของร้านกาแฟยี่ห้อดังๆอย่าง STARBUCKS , DOUTOR, EXCELSIOR หรือ TULLY’S ที่แทรกอยู่ทุกมุมของเมือง

รวมๆกันก็ไม่รู้กี่ร้านเข้าไปแล้ว

.

.

.

แต่ร้านกาแฟที่พิมกับช้างยุ่นไปใช้บริการบ่อยที่สุด คือร้านที่ชื่อว่า BLUE SQUARE CAFE’

อยู่ที่ตึก Mode Gakuen Cocoon Tower หรือตึกที่เป็นรูปทรงรังไข่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางชินจุกุนั่นเอง

.

.

.

.

.

.

จริงๆแล้ว กาแฟของร้าน BLUE SQUARE CAFE’ ก็ไม่ได้มีรสชาติเลิศเลออะไร…แน่นอนว่าเทียบไม่ติดกับ

รสชาติหอมหวานไปถึงไส้ติ่งอย่างกาแฟของ STARBUCKS

.

.

.

แต่…ร้าน B.S.C. มีจุดแข็ง…ที่หาได้ยากในบรรดาร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ

การที่ทั้งร้านเป็น “เขตปลอดบุหรี่”

.

.

.

หลายคนอาจจะเถียงว่า

“อ้าว…STARBUCKS ก็ปลอดบุหรี่นะ  กาแฟก็อร่อย ไป STBs น่าจะดีกว่า”

.

.

.

แต่…

.

.

.

เนื่องด้วย STBs ยังคงฮิตติดลมบน…เวลานึกถึงร้านกาแฟดีๆ STBs ก็จะเป็นชื่อที่ลอยเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรก เลยทำให้แทบจะทุกสาขา(เท่าที่พิมกับช้างยุ่นเคยไป)คราคร่ำไปด้วยผู้คนล้านแปด เบียดเสียดแย่งที่นั่งกัน แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลาย กลับกลายเป็นความรู้สึก “ย้ายร้านเหอะ” ในหลายๆครั้ง

.

.

.

จริงๆที่ B.S.C. นี่ก็ใช่ว่าจะคนน้อย…แต่ก็นะ…ถึงคนจะเยอะยังไง ก็ยังไม่แออัดเท่า STBs

.

.

.

จุดเด่นข้อถัดมา คือ…

มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง

.

.

.

จากการเก็บสถิติด้วยการประมาณอย่างคร่าวๆด้วยสายตาในทุกๆครั้งที่ไปใช้บริการ พบว่า…

ร้อยละ 80 ของลูกค้า อยู่ในช่วงอายุ 20 – 35 ปี

.

.

ร้อยละ 50 ของลูกค้าจะพก Notebook มาเล่น หรือทำงาน โดยที่ร้อยละ 95 ของผู้ที่พก Notebook มานั้น ใช้ยี่ห้อ APPLE หน้าตาโอเค และแต่งตัวแนวมากถึงมากที่สุด (กรี๊ดดดดดดดดดด หมั่นไส้มากๆๆๆ…นั่งจ้องทุกอาทิตย์จนอยากจะได้บ้างซักเครื่อง)

.

.

ในขณะที่ ร้อยละ 45 ของลูกค้าจะพกหนังสือมานั่งอ่าน

.

.

และอีกร้อยละ 5 ของลูกค้าเป็นพวก take away, จับกลุ่มคุยกัน หรือนั่งทำงานอดิเรกอื่นๆ

.

.

.

จากข้อมูลสรุปได้(อย่างคร่าวๆ มั่วๆ และมี bias)ว่า…ร้าน B.S.C. เหมาะกับการอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่มาใช้บริการ มานั่งดื่มกาแฟพร้อมกับทำกิจกรรมที่ “ไร้เสียงรบกวนชาวบ้าน”

.

.

.

ไม่มีวัยรุ่นเกรียนๆ มานั่งส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว


ไม่มีพวกลุงๆป้าๆมาจับกลุ่มเม้าท์กันเสียงดัง

.

.

.

เยี่ยม!!!

.

.

.

เมื่อวันก่อน เพิ่งสั่งหนังสือเล่มใหม่จาก AMAZON.CO.JP มา

ตั้งใจว่าจะอ่านให้จบก่อนปีใหม่

เพื่อจะได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่ ฉลองปีใหม่ ปีสดใสที่กำลังจะมาถึง :)

.

.

.

.

.

.

***************

อ่านจบแล้ว…คิดเห็นอย่างไร ฝากคอมเมนต์ไว้ได้นะคะ

***************




พิม+ยุ่น หวานๆ อิ่มๆ ณ โตยาม่า :) วันที่ 1

ในที่สุด…ช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึงซะที…ฮูเร่!!!!

.

.

.

.

.

คือช้างยุ่นเคยมาบอกไว้ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน ว่าต้นเดือนกันยา จะมีประชุมวิชาการของ community นักฟิสิกส์ และวิศวะแห่งประเทศญี่ปุ่น

.

.

.

.

.

หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โอโยบุทซึริกักไค” (応用物理学会) หรือ…ที่คนในวงการเค้าเรียกกันสั้นๆว่า “โอบุทซึ”

.

.

.

.

.

ซึ่งโอบุทซึ จะถูกจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ต่างกัน คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ  และฤดูใบไม้ร่วง (ง่ายๆคือ ทุกครึ๋งปีนั่นเอง)

.

.

.

.

.

โดยที่การประชุมในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้น สถานที่จัดประชุมจะอยู่ในโตเกียว หรือไม่ก็ปริมณฑล ส่วนการประชุมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น จะจัดตามจังหวัดต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

.

.

.

.

.

ซึ่งสถานที่จัดโอบุทซึประจำฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ คือจังหวัด “โตยาม่า” (富山) และช้างยุ่นบอกว่าจะแพคพิมใส่กระเป๋าไปด้วยยยยยยยยยยย…เย่ๆๆๆๆ :)

.

.

.

.

.

ช้างยุ่นบอกว่า…เตรียมฟิตกระเพาะให้แข็งแรงงงงเลยนะ…เพราะจะพาไปทานของอร่อยๆเยอะมากๆ

.

.

.

.

.

แล้วก็จะพาไปเที่ยวหมู่บ้าน “ไอโนะคุระ” (相倉)  ซึ่งได้รับเลือกจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกด้วย

.

.

.

.

.

ตื่นเต้นดีใจมากๆ ตั้งหน้าตั้งตารอออออออออ…เมื่อไหร่หนอจะถึงต้นเดือนกันยายน…ที่ดูตื่นเต้นแบบโอเวอร์ขนาดนี้ไม่ใช่อะไร คือนอกจากจะได้ไปหวีดหวาน และเที่ยวแบบสุดเหวี่ยงแล้ว การเดินทางครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกของพิมด้วยที่จะได้ขึ้น ชิงกันเซ็น !!!!

.

.

.

.

.

ฮ่าๆ จริงๆก่อนหน้าที่จะมาอยู่ญี่ปุ่นนี่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นตั้ง 4 รอบ…แต่ทุกครั้งก็คืออยู่แต่ในโตเกียว และปริมณฑล ไม่เคยเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็เลยไม่เคยมีโอกาสได้นั่งชิงกันเซ็นซะที

.

.

.

.

.

แล้วมันเหมือนเป็นความหลังฝังใจวัยเด็ก…คือครั้งแรกที่มาญี่ปุ่นคือตอน ม.2 ตอนนั้นได้แต่ถ่ายรูปตอนชิงกันเซ็นวิ่งผ่าน ให้ตายสิ มันเท่ห์มากๆ เรียวๆเพรียวๆ ดูอวกาศๆ และยิ่งเท่ห์ขึ้นไปอีกเมื่อเทียบกับคุณพี่ ร.ฟ.ท. ของบ้านเราในสมัยนั้น

.

.

.

.

.

คิดมาตลอดดด ว่าซักวันนึงอยากจะนั่งให้ได้…ถึงตอนนี้จะไม่ได้เป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นความฝันวัยเด็ก…ที่อยากจะทำให้เป็นจริงมาตลอด…

.

.

.

.

.

………………………………………………………………………………………………..

และแล้ว…วันที่รอคอยก็มาถึงงงงงง

.

.

.

.

.

วันจันทร์ที่ 7 ก.ย. 52

P1030405เช็คความเรียบร้อยของสัมพารก!!! กระเป๋าลาก 1 ใบ เป้สะพายหลัง 1 ใบ และถุงใส่สูท

.

.

.

.

.

page20.

.

.

.

.

page21รูปคู่หน่อยเร้ววววว

.

.

.

.

.

P1030412หน้าตาดูระรื่นกว่าทุกครั้งงงง

.

.

.

.

.

P1030413ช้างบอกว่า เบามากๆไม่หนักเลย ให้ควานขึ้นมาขี่คอไปแล้วลากซุงไปด้วยก็ยังได้

.

.

.

.

.

page22

นั่งรถไฟจากสถานีทะไคโดะหน้าบ้าน มาลงที่สถานีคิจิโจจิ (สายเคโอ-อิโนคะชิระ)

ก่อนที่จะเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟของJR สายชูโอ ช้างยุ่นแวะร้านเบเกอรี่ประจำของพิมซื้อขนมปัง และน้ำผลไม้ให้หนึ่งชุดเพื่อรองท้อง :)

เพราะกว่าจะเดินทางไปถึงสถานีโตเกียวเพื่อไปขึ้นชิงกันเซ็งก็อีกตั้งครึ่งชม.

(สงสัยกลัวเค้าโมโหหิวจัดใช่มั้ยล่ะ!!!)

.

.

.

.

.

P1030424จะขึ้นรอบนี้ทันมั้ยยยย

.

.

.

.

.

P1030425ไงล่ะ…มัวแต่ยืนถ่ายรูป เลยชวดเลยยย…แต่ไม่เป็นไร อีกแป๊บเดียวขบวนถัดไปก็มา

ระหว่างยืนรอก็เลยจัดการหม่ำเบเกอรี่ให้ราบบบ

.

.

.

.

.

P1030426ช้างยุ่นพกพิม…พิมเลยพกลูกชาย กับลูกสาว ลูกชัยลูกอิ๋วสุดที่รักมาเที่ยวด้วยย

ดูสิ…ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันใหญ่เลยนะ :)

.

.

.

.

.

P1030429มาถึงแล้ววววว…สถานีโตเกียวที่รัก

.

.

.

.

.

P1030431.

.

.

.

.

page23.

.

.

.

.

P1030435ลงมาถึงตัวสถานี…มาเจอร้านขายของ…เห็นชื่อร้านเลยรีบถ่ายมาฝากพี่สาวสุดที่รัก ฮิๆๆ

.

.

.

.

.

P1030437

สถานีโตเกียวเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ สามารถเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของโตเกียว

ผู้คนเลยพลุกพล่านมากๆ ยิ่งช่วงวันหยุดนี่ไม่ต้องพูดถึง…คนจะเหยียบกันตายให้ได้

คนที่มาญี่ปุ่นใหม่ๆ ถ้ามาเปรี้ยวมานัดเพื่อนที่สถานีโตเกียวนี่ บอกได้เลยว่าสามารถหลงเอาได้ง่ายๆ

.

.

ชิงกันเซ็นอยู่ที่ชานชลาหมายเลข 14 – 23

ขบวนของพิมกับยุ่นชานชลาที่เท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ ต้องไปเช็คเอาจากหน้าจอ

.

.

.

.

.

P1030440ด้วยความที่ไปถึงสถานีโตเกียวเร็วว่าเวลาตั้ง 2 ชม. ก็เลยมีเวลาเดินชิลดูโน่นนี่

ลงบันไดเลื่อนจากตัวสถานีลงมา จะเจอกับที่ shopping และ cafe มากมาย

.

.

DEAN & DELUCA นี่เป็นร้านกาแฟดังในญี่ปุ่น…

จริงๆกาแฟก็งั้นๆนะ ขมๆแปลกๆ เคยดื่มเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้เลิกกาแฟถาวรแล้ว :)

แต่ที่บอกว่าดัง เพราะว่าร้านนี้เค้าทำ ECO-Bag ออกมาขายแล้วสาวๆญี่ปุ่นฮิตหิ้วกันมากๆ

วันนั้นไปถึงร้านก็เกือบสอยมาบ้างแล้ว แต่สุดท้ายก็ถอดใจ เพราะที่บ้านก็มีอยู่ตั้งหลายใบ

ถ้าซื้อมาอีกก็จะเอามารกบ้านเปล่าๆ (ชิ…ทำเป็นคิดได้ จริงๆแล้วขี้เกียจหอบขึ้นรถลงเรือไปด้วยก็บอกมาสิ!!!)

.

.

.

.

.

P1030441ร้านขายของฝาก…ละลานตามากๆ

ขนม และของดังจากทั่วประเทศมีขายที่นี่หมด

.

.

.

.

.

P1030442งืมมม แค่เห็นรูปก็น้ำลายไหลแล้ว…

.

.

เดินช้อปได้ขนมมาหนึ่งอย่างก็หา cafe นั่งฆ่าเวลา

.

.

.

.

.

P1030443นี่คือขนมที่ซื้อมา…ฮิๆ จะเอาไว้ทานกับชาตอนไปถึงโตยาม่า

.

.

.

.

.

P1030444ไม่ได้โม้นะ…เลิกกาแฟแล้วจริงๆ!!

.

.

.

.

.

page24เบเกอรี่ตอนเช้ายังไม่อิ่ม…ขอตบด้วยครัวซองท์อีกชิ้นแล้วกัน

จะชิ้นใหญ่ไปไหน!!! (แล้วหมดมั้ยล่ะ…แหมมมทำเป็นบ่น)

.

.

.

.

.

P1030450พอทานอิ่ม…ก็เดินซื้อเบนโตเพื่อเอาขึ้นไปทานระหว่างนั่งชิงกันเซ็น

ซื้อเสร็จก็ขึ้นมาดูว่ารอบรถชิงกันเซ็นของเราต้องขึ้นไปที่ชานชลาหมายเลขที่เท่าไหร่

.

.

นั่นเลย ชื่อขบวน โทะคิ (とき) หมายเลข 319…โอเช…ชานชลาหมายเลข 20 ตอน 11: 12 น.

.

.

.

.

.

P1030452เจอเพื่อนนนนน ทักทายกันเล็กน้อย

.

.

.

.

.

P1030453เป็นช้างต้องอดทน!!

.

.

.

.

.

P1030456ยังไม่ถึงเวลา…แต่ขึ้นไปรอเลยก็แล้วกัน

.

.

.

.

.

page25ขึ้นไปปุ๊บ…ลงมาปั๊บ เพราะลืมไปว่าอยากจะเข้าห้องน้ำ!!!

เลยได้ถ่ายรูปคู่มาเก็บไว้

.

.

.

.

.

P1030464ขึ้นมาอีกรอบ…

มองไปด้านซ้าย…

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด….ลายโปเกม่อนด้วยง่ะ

แล้วขบวนของเราล่ะจะมีมั้ยๆๆๆๆ

.

.

.

.

.

P1030466เย่ๆๆ ขบวนของเราก็มี!!!!

ยังงงงง!!! นี่ยังไม่ใช่ขบวนเราซักหน่อย

.

.

.

.

.

P1030467ตื่นเต้น…ถ่ายด้วยๆ (รูปนี้หน้าบานๆ)

.

.

.

.

.

P1030468ไม่มีคนแล้ว ช้างยุ่น อีกรูป เร็วเข้า!!! (อะไรจะเห่อ!!!!)

.

.

.

.

.

P1030469ขอรูปคู่ด้วยยยย…

ฮ่าๆ แต่หัวช้างยุ่นดันไปบังน้องปิ๊กกาจู้ง่ะ

.

.

.

.

.

P1030465มีช้างหนึ่งตัวสบายไปล้านอย่าง โฮะๆๆๆ

ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้านะ ถือไป!!!

.

.

.

.

.

P1030470โอ๊ะ…เจอแฝด

.

.

.

.

.

P1030472ภูมิใจในตัวเอง…ครั้งนี้โพสได้เหมือนมากกก ฮ่าๆๆ

คนงี้มองเพียบ…แต่ไม่เคยอายยอยู่แล้ววว…คนต่างชาติ…ทำไรแปลกๆไม่ผิดหรอก (เหรออออออ???)

.

.

.

.

.

P1030476ในที่สุดขบวนของเราก็มาถึงแล้ว…รีบถ่ายรูปเร็วเข้า เดี๋ยวต้องโดดขึ้นรถแล้วค่า

.

.

.

.

.

P1030477ฮ่าๆ ชุดคุณยายคนนี้แบบว่าเร้าใจมากๆ…ขอเน้นนะคะว่าเป็นรุ่นคุณยายอ่ะ

.

.

.

.

.

P1030480จับลูกสาวกับลูกชายถ่ายรูปคู่กับรถไฟชิงกันเซ็น

.

.

.

.

.

P1030481ฮิๆๆๆ ถ่ายรูปครอบครัวในวันที่ไม่มีขาตั้งกล้อง

.

.

.

.

.

P1030482ท้องฟ้าสดใสของโตเกียว ก่อนขึ้นรถไฟ

.

.

.

.

.

P1030484ขึ้นมาแล้วววววววววววววววววววว…กรี๊ดดดดดดดดดด

(เวอร์ไปละๆ)

.

.

.

.

.

P1030486น้ำตาจะร่วง…ฝันตั้งแต่ตอนม.2 เป็นจริงแล้วค่าาาาาาาาา

.

.

.

.

.

P1030488สวยแค่ด้านนอก…ฮ่าๆ ข้างในก็งั้นๆ ความรู้สึเหมือนรถทัวร์ไฮโซ

.

.

.

.

.

P1030489แต่ถึงยังไงก็ตื่นเต้นอยู่ดี

.

.

.

.

.

P1030491เล่น twitter ไปพลางๆ

.

.

.

.

.

P1030495อากาศข้างนอกดีสุดๆ

.

.

.

.

.

P1030497ฮ่าๆ…นั่งไปซักพัก…ท้องร้องอีกแล้ววววววววววว

.

.

.

.

.P1030498กล่องนี้ของพิม…เดินเลือกอยู่นานมากกกกกก

ตื่นเต้นๆๆ อยากเปิดแล้ววววววววว จะน่ารัก น่าอร่อยเหมือนในรูปมั้ยนะ

.

.

.

.

.

P1030499ข้าวกล่องช้างยุ่นนี่ก็ดูไม่ธรรมดาาาาาา…น่าหร่อยๆ

.

.

.

.

.

P1030500ไข่ตุ๋นก็น่าทานนนนน

.

.

.

.

.

P1030502แต่ยังไงก็สู้ของพิมไม่ได้ ดูซะ!!! โฮะๆๆ สุดยอดง่ะ…มาดูใกล้ๆกันดีกว่า

.

.

.

.

.

P1030503.

.

.

.

.

P1030504.

.

.

.

.

P1030505.

.

.

.

.

P1030506

ของหวาน

.

.

.

.

.

P1030507

ของดังของเซนได

.

.

.

.

.

P1030509มีหูฉลามด้วยยยยย

.

.

.

.

.

P1030510มะเขือม่วงดอง…อร่อยสุดๆ

.

.

.

.

.

P1030511.

.

.

.

.

P1030512.

.

.

.

.

P1030513.

.

.

.

.

P1030514.

.

.

.

.

P1030515เยอะแยะมากหมายหลายช่อง…

แล้วหมดมั้ย…

จะเหลือหรอ…ราบบบบค่ะ!!!

.

.

.

.

.

P1030517ซูมให้กล่องช้างหน่อย…เดี๋ยวน้อยใจจจจจ

งืมมม ก็น่าทานไม่เบาาาาา (แต่ยังไงก็แพ้ของเค้านะ)

.

.

.

.

.

P1030527อิทะดาคิมัส…สุหรุ!!!

.

.

.

.

.

P1030528ง้ามมมมมมมมมมมมมมม

.

.

.

.

.

P1030529ก้อนเมฆน่ารักจัง

.

.

.

.

.

P1030535อิ๋ว กะชัยสนุกกันใหญ่

.

.

.

.

.

P1030539ลงจากชิงกันเซ็นแล้วค่า…

นั่งไป 1 ชม. ตอนนี้มาถึงสถานีเอจิโกะยูซาว่า (越後湯沢) จังหวัดนีงาตะ เพื่อต่อรถไฟไปโตยาม่า

.

.

.

.

.

P1030542

คราวนี้ขึ้นขบวนชื่อ ฮาคุทากะ (はくたか)

วิ่งหน่อย…เวลางวดเข้ามาแล้ว

ไม่ค่อยชอบเวลาต่อรถแบบนี้เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้เวลาน้อยนิด…ยิ่งพวกเครื่องบินนี่ยิ่งหนัก

เคยต้องวิ่งแบบหน้าตาตื่นขึ้นเครื่อง เพราะ gate ที่ลงมา กับ gate ที่ต้องบินไป อยู่ห่างกันมาก

แล้วต้องไปต่อที่สนามบินนานาชาติของประเทศที่ไม่เคยไปมาก่อน

ปวดหัวมากๆ

แต่นี่เป็นรถไฟ…ดีหน่อย เพราะชานชลามันไม่ได้อยู่ไกลกันมาก

แต่ก็ให้เวลานิดเดียว แบบประมาณว่าไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องวิ่งเหมือนกัน

.

.

.

.

.

P1030545.

.

.

.

.

P1030547.

.

.

.

.

P1030548.

.

.

.

.

P1030550ขบวนนี้แหละค่า…ขึ้นโลดดดดดด

.

.

.

.

.

P1030551มุ่งหน้าไปตู้เบอร์ 4

.

.

.

.

.

P1030552มาถึงที่นั่งแล้ว

.

.

.

.

.

P1030553นั่งต่อไปอีกสองชม.

.

.

.

.

.

P1030559

นั่งไป เม้าท์กันไป เล่น iPhone ไป สนุกสนาน…เวลาผ่านไปเร็วมาก

.

.

.

.

.

P1030560เย่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

หยัดเต๊ะไมริมาชิตะ!!!!!

มาถึงแล้วค่าาาาา

.

.

.

.

.

P1030563ขอบคุณนะคะคุณรถไฟ…ที่พามาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

.

.

.

.

.

P1030564ช้างต้องลากซุงขึ้นบันได…น่าสงสารจริงๆ ฮึบๆๆ สู้ๆนะช้างงงงยุ่นนน

.

.

.

.

.

P1030569

เจอรถไฟหน้าตาน่ารักวิ่งผ่านมาพอดี…รถไฟที่ตจว.นี่น่าตาแปลกๆน่ารักเยอะมาก

เคยดูรายการหนึ่ง เค้าทำเกี่ยวกับเรื่องโอตากุที่บ้าคลั่งเกี่ยวกับเรื่องรถไฟในญี่ปุ่น

มีคนนึง…สุดยอดมาก…คือ เคยนั่งรถไฟมาแล้วทุกประเภท ทุกขบวนในญี่ปุ่น!!!!!!!!!!

ไม่ว่าจะเป็นชิงกันเซน(รถไฟหัวกระสุน ความเร็วสูง) เด็งฉะ(รถไฟฟ้า) เร็ทฉะ(รถไฟธรรมดา)

.

.

ที่ญี่ปุ่นจะมีพวกโอตากุที่คลั่ง หรือเชี่ยวชาญในเรื่องโน้นนี้นั้นเยอะแยะไปหมด

คนต่างชาติมักจะมี image แย่ๆเกี่ยวกับพวกโอตากุ

เพราะได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากการอ่านจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น

เนื่องจากในการ์ตูนมักจะเขียนอ้างถึงพวกโอตากุในมุมโรคจิตๆ ดูเป็นคนแปลกๆ เก็บตัว

เช่น พวกคลั่งการ์ตูนอะนิเมชั่น หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกแค่สั้นๆว่า “อะนิเมะ”

หรือโอตากุคลั่งการอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียก “มังง่ะ”

คือ…ในสมัยก่อน คำว่าโอตากุ อาจจะดูแรง และมีความหมายไปในเชิงลบ

แต่จากการสังเกตตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมา ทำให้ได้รู้ว่า โอตากุ ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

ปัจจุบันมีการใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น คือ รวมถึงพวกที่ คลั่งอะไรซักอย่างมากๆด้วย ง่ายๆคือ

พวกที่บอกว่าตัวเองเป็น…mania คลั่งการดู คลั่งการฟัง คลั่งการซื้อ หรือคลั่งการสะสมอะไรบางอย่าง

ก็สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นโอตากุได้แล้ว

.

.

.

อย่างในแล็บยุ่น มีเพื่อนนักวิจัยคนนึงเป็นพวกคลั่งรถไฟ ภาษาญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า

เทะทซึโดโอตากุ (鉄道オタク)

ซึ่งจะใช้เวลาว่างของตัวเองทั้งหมดไปหมกมุ่นอยู่กับการสะสมโมเดลรถไฟ อะไรที่เกี่ยวกับรถไฟนี่แกซื้อหมด

และ…ท่องตารารถไฟทั่วประเทศ!!!

อย่างถ้าอยากจะรู้ว่า จากสถานีหน้าบ้านพิม ไปฮ็อกไกโด ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุดนี่แกสามารถบอกได้เลยว่า

ต้องขึ้นรถไฟตอนกี่โมง ต่อสายไหน ไปยังไง…

.

.

.

จริงๆก็ไม่ใช่ว่าจะบ้าคลั่งจำกันไปแบบไร้ความหมายนะคะ เพราะเค้าก็จะมีการแข่งขันกันระหว่างพวกโอตากุด้วย

จริงๆก็น่าจะคล้ายกับแฟนพันธุ์แท้บ้านเราน่ะแหละ เพียงแต่เหนือชั้นกว่าหน่อย

.

.

.

P1030570ที่เสียบตั๋วออกยังเป็นระบบยื่นให้พนักงานสถานีอยู่เลย

แสดงถึงความไกลปืนเที่ยง

แต่ดีนะ…ดูไม่เย็นชา…คือได้มีปฎิสัมพันธ์กับผู้คนบ้าง

อะไรที่เป็นอัตโนมัติมากๆก็ไม่ไหว อย่างที่โตเกียวนี่ผู้คนเย็นชา ไม่มีใครยุ่งกับใคร

อย่ามาทำอะไรชักช้าน่ารำคาญ ทุกชีวิตดูเร่งรีบ

ยิ่งได้มาตจว.อย่างนี้ ยิ่งเห็นความแตกต่าง

.

.

.

.

.

P1030573ออกมาแล้ว นอกสถานี

และตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ก็คือโรงแรมที่จะใช้ไว้ซุกหัวนอนตลอดทริปนี้

ฮ่าๆ อะไรจะวิเศษ ไม่ต้องเดินไกล ออกมาจากสถานีก็ถึงโรงแรมเลย

.

.

.

ช้างยุ่นบอกว่า นี่คือสาเหตุนึงที่เลือกมาโดยรถไฟ

คือจริงๆแล้ว นักวิจัยคนอื่นในแล็บ เค้ามาโดยเครื่องบินกันหมด เพราะเดินทางแค่ชม.เดียว

แต่ยุ่นบอกว่า พวกนั้นอาจจะลืมคิดไปหน่อยรึเปล่า ว่าไหนจะต้องนั่งรถทัวร์ หรือรถไฟไปสนามบินฮาเนดะ

ต้องไปก่อนเวลาเครื่องออกเป็นชม.ๆ แถมพอลงจากเครื่องก็เสียเวลารอรับกระเป๋า แล้วก็ต้องนั่งรถเมล์เข้ามาในตัวเมืองโตยาม่าอีก

มารถไฟแบบพิมกับยุ่นนี่ อาจจะลำบากตอนต่อรถไฟ แต่สะดวกมากๆคือรถไฟมาเกยอยู่หน้าโรงแรมเลย

แถมได้ชมวิวสวยๆตลอดทาง

อยู่บนเครื่องบินจะเห็นอะร้ายยยยย…ฮิๆๆ

.

.

.

.

.

P1030575ถ่ายรูปกับหน้าสถานีเวอร์ชั่นขี้เกียจเดินไปใกล้ๆ เพราะแดดแรงมากๆ อยากรีบไปโรงแรมแล้ว

.

.

.

.

.

P1030578ออกมาจากสถานี ทางด้านซ้ายมือใกล้ๆกัน (คือจริงๆแล้วมันก็อยู่ติดกับสถานีเลยแหละ) มีห้างขนาดใหญ่ ชื่อ Marier

พิมรีบเล็งไว้เลย เพราะวันพรุ่งนี้ที่ช้างยุ่นไปทำงาน พิมจะมาสิงอยู่ที่นี่แหละ

ลูกสาวคูแม่แมวน้ำซะอย่าง…ฮ่าๆ วิญญาณผีช้อปปิ้งตามห้างสิงได้ทุกเมื่อ…

สามารถเดินห้างได้เป็นวันๆ ทุกร้าน ทุกชั้น ทุกแผนก เดินได้ไม่มีเบื่อ

.

.

.

.

.

P1030579มัวแต่ถ่ายรูปให้ภรรยา…ปล่อยกล้องได้แล้ว เค้าถ่ายให้บ้าง!!!

.

.

.

.

.

P1030583แค่ข้ามไฟแดง 2 ไฟแดง…ก็ถึงโรงแรมแล้ว สะดวกจริงๆ!!

.

.

.

.

.

P1030584.

.

.

.

.

P1030587ถึงโรงแรมแล้วจ้าาาาาา…

นั่งพักเหนื่อยกันแป๊บนึง ตากแอร์เย็นฉ่ำ จิบชาเขียว พร้อมกับทานขนมที่ซื้อมา!!!!

แกะเลยๆๆๆ

.

.

.

.

.

P1030588package สินค้าของญี่ปุ่นนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง…เนี้ยบตลอด

.

.

.

.

.

P1030589.

.

.

.

.

P1030590ฮ่าๆๆ  มันคือ คุ้กกี้ค่าาาาาาาา….อาจจะดูธรรมดา แต่รสชาติเยี่ยมมากๆ

เข้ากับชาเขียวร้อนสุดๆ อร่อยๆ

ตอนแรกกะว่าจะเอาไว้ทานตอนเช้าของทุกวันกับชาร้อน

แต่พอเปิดกล่องปุ๊บ…

แร้งก็ลงกันสองตัว…จนราบบบบบบบบบบบบบบบบ -_-‘

.

.

.

จากนั้นก็อาบน้ำให้สดชื่น แล้วก็ลงไปเดินเล่น และตระเวณหาร้านอาหารกัน หิวแล้วๆๆ

.

.

.

P1030597ท้องฟ้าสดใสมากกกกกกกกกกกกก

.

.

.

.

.

P1030598เมืองเค้ามีรถรางด้วยน้า…สีชมพูซะด้วย น่ารักที่สุด

พรุ่งนี้ช้างยุ่นก็ต้องนั่งรถรางไปประชุมที่มหาวิทยาลัยโตยาม่า

เห็นยุ่นบอกว่า 200 เยน ตลอดสาย

.

.

.

.

.

P1030599ฮ่าๆ หน้าตาน่ารักสุดๆ ดูเป็นกุลสตรีมากมาย

.

.

.

.

.

P1030601เห็นรูปปั้นอย่างงี้แล้วทนไม่ได้จริงๆ ต้องขอเข้าไปมีส่วนร่วมนิดนึง

.

.

.

.

.

P1030602ช้างยุ่นงี้ตัวดีเลยอ่ะ เวลาเห็นอะไรโรคๆแล้วชอบไล่ให้ไปถ่ายรูปด้วย -_-‘

ถ่ายรูปไปก็หัวเราะตัวอ่อนตัวงอไป…เฮ้อ จะบ้าตาย

ไม่หรอก…จริงๆแล้วพิมนี่ตัวชอบเลย ประหลาดดี ฮ่าๆ ชอบๆ

แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเวอร์ชั่นทำท่าทางเลียนแบบมากกว่า

แต่บางทีก็แอบกลัวนะ

ว่าไอ้ที่ไปทำท่าทางล้อเลียนเค้านี่ คือเป็นสิ่งสำคัญ หรือเคารพบูชาของประเทศเค้ารึเปล่า

กลัวโดนรุมยำเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นก่อนถ่ายรูปทุกครั้ง ก็จะพยายามพิจารณา หรือไม่ก็รีบถ่ายอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหนีไป ฮิๆ

.

.

.

.

.

P1030604.

.

.

.

.

P1030605.

.

.

.

.

P1030606ออกมาจากโรงแรม…เดินวนไปเวียนมาก็ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจ…

ก็เลยบอกช้างยุ่นว่า ลองเดินไปหลังโรงแรมกันมั้ย

แล้วก็…บิงโก!!!!!! ในที่สุดก็เจอร้านนึง…ดูเล็กๆ แต่อบอุ่น…ดูจากหน้าร้านแล้วไม่น่าจะผิดหวัง

.

.

.

.

.

P1030608เตรียมตัวเช็ดน้ำลายกันได้แล้วนะค้าาา…ฮิๆๆ

.

.

.

.

.

P1030610น้ำชาในแก้วเบียร์

จริงๆนะ ไม่ได้โม้…เลิกดื่มกาแฟแล้ว…โปรเจคต่อไปคือเลิกเหล้าเบียร์

ฮ่าๆ ต้องทำให้ได้ เพราะจะได้จวกคนที่อยู่ข้างๆให้เลิกให้ได้!!!

เท่ห์จะตาย…เข้าร้านเหล้า แล้วสั่งน้ำชา

.

.

.

.

.

P1030611กุ้งญี่ปุ่นไม่แพ้ๆๆ

.

.

.

.

.

P1030612.

.

.

.

.

P1030613

คนญี่ปุ่นนี่โชคไม่ดีอย่างคนไทยที่มีน้ำจิ้มทะเลรสเด็ด

เมื่อกี๊ตอนทานกุ้งนี่กรี๊ดมากๆ คือเนื้อกุ้งแน่นมาก สดสุดๆ

เสียอย่างเดียว…น่าจะมีน้ำจิ้มทะเล

ทานไปก็บ่นให้ช้างยุ่นฟังไป

.

.

บนโต๊ะอาหารนี่มีแต่โชหยุวางอยู่…ซึ่งเค้าก็ไม่ได้เอาไว้จิ้มเนื้อกุ้งเนื้อปลาเนื้อหอยแต่อย่างใด

แต่เอาไว้ทานกับซาชิมิ

.

.

อาหารส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นนี่จะไม่ค่อยมีน้ำจิ้มอะไรเหมือนบ้านเรา

คือเค้าจะให้ความสำคัญกับรสชาติดั้งเดิมของอาหารมากๆ

คือพยายามปรุงแต่งรสชาติให้น้อยที่สุด

อย่างมากก็อาจจะแค่มีเกลือให้จิ้ม

.

.

.

.

.

P1030614เมนูแรก…เป็นของดังของโตยาม่าเลย

ชื่อ เก็งเกะคาระอะเกะ

บีบมะนาวให้ทั่ว…แล้วก็จิ้มเกลือ

เก็งเกะ นี่คือชื่อของปลา

เนื้อปลานุ่มมากๆ แทบจะละลายในปาก…

.

.

.

.

.

P1030615ต่อไป…ซาชิมิ โมริอาวาเสะ (โมริอาวาเสะ…แปลว่า จานรวม)

จานนี้นี่…ตอนแรกพิมบอกช้างยุ่นว่า ขอบาย…เพราะไม่ชอบปลาดิบ

ตั้งแต่มาญี่ปุ่นนี่เคยทานอยู่แค่ไม่กี่ครั้ง

ซึ่งทั้งหมดเป็นการทานในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเลี่ยงได้

เช่นไปทานข้าวกับเจ้านายคนญี่ปุ่นของยุ่น หรือคุณพ่อชาวญี่ปุ่นของเพื่อน

เค้ายื่นให้ ก็ต้องกลั้นใจทาน

.

.

.

คือพิมไม่ไหวกับพวกของดิบๆ มันจินตนาการโรคจิตไปต่างๆนานา ฮ่าๆ

เช่นแบบ…กลัวมันจะเข้าไปแหวกว่ายต่อในกระเพาะเรา…(เฮ้อ…จิตมากๆอ่ะ)

แล้วอีกสาเหตุนึงที่สำคัญคือ กลิ่นมันจะคาวๆ แหวะๆ ไม่ไหวๆ

.

.

.

แต่จานนี้นี่…ช้างยุ่นการันตี บอกว่าดูสดน่าอร่อยมากๆ

และรับรองว่าไม่คาวเหมือนที่โตเกียวแน่นอน…เพราะนี่เมืองทะเล

.

.

.

คะยั้นคะยออยู่ซักพัก เลยลองดู

.

.

.

พอลองทานดูเท่านั้นแหละ…โอ้ววว…เปลี่ยนโลกเลยค่ะ

มันอร่อยมากๆ

เนื้อแน่น…ไม่คาว อร่อยยยยยยยยยยย!!!!!!!

พิมเลยกวาดคนเดียวแทบจะราบ

ช้างยุ่นได้แต่มองตาปริบๆด้วยความมึนงง…

.

.

.

.

.

P1030616ดูสิ…น้องกุ้งน่ารักมั้ยคะ

.

.

.

.

.

P1030617มีเปลือกหอยตกแต่งจานมาด้วย

.

.

.

.

.

P1030618โฮะๆๆ

.

.

.

.

.

P1030623สั่งซุปมาซดให้คล่องคอหน่อย

.

.

.

.

.

P1030624.

.

.

.

.

P1030625โว้ววววว

.

.

.

.

.

P1030626เนื้อแน่น กล้ามโต๊โต

.

.

.

.

.

P1030627แงะๆแคะๆ…อร่อยที่สูดดดดดดดดด

.

.

.

.

.

P1030628ของเค้าสดจริงๆ!!!

.

.

.

.

.

P1030629.

.

.

.

.

P1030630จุดนี้ต้องเปิบด้วยมือเท่านั้น!!

.

.

.

.

.

P1030632ปลาย่างเกลือ

.

.

.

.

.

P1030636เหลือแต่กระดอง

(ทำไมต้องทำหน้าโหดด้วยล่ะคุณปู…)

.

.

.

.

.

P1030637วันนี้ทานแบบผู้ดี…คือไม่ได้อิ่มพุงกางแทบจะต้องกลิ้งขึ้นโรงแรม

จริงๆแล้วไม่ได้อยากจะเป็นผู้ดีอะไรกันหรอก แต่ว่าพรุ่งนี้คุณช้างยุ่นมี present สำคัญ เลยต้องรีบกลับมาซ้อมพรีเซนต์

แล้วก็ต้องรักษาร่างกายด้วย เดี๋ยวไปอาหารเป็นพิษ ท้องเสียท้องร่วง ไม่สบายขึ้นมาแล้วจะเศร้า

.

.

.

.

.

P1030639ก่อนขึ้นห้อง เดินข้ามถนนไปแวะคอนบินี่ (ร้านสะดวกซื้อ) แถวโรงแรม ซื้อน้ำ และคัพนู้ดเดิ้ล ฮ่าๆ เผื่อหิวกลางดึก

.

.

.

.

.

P1030643ถึงโรงแรมแล้ว…อิ่มง่วงมากๆ แต่ยังนอนไม่ได้

เพราะว่าต้องเป็น coach ซ้อมพรีเซนต์ให้ช้างยุ่น

.

.

.

พรุ่งนี้คุณช้างต้องพรีเซนต์สิบนาที แล้วฮีเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง…คือเค้าบอกสิบนาที ก็ต้องซ้อมให้ได้สิบนาที

ช้างยุ่นอ้างว่า คนญี่ปุ่นเค้า concern เรื่องเวลามากๆ

ก็รู้…ว่าเค้าให้ความสำคัญเรื่องเวลา…จริงๆก็ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นหรอก มันก็แทบทุกชาติน่ะแหละ

แล้วก็เป็นเรื่องดี ที่เราเป็นคนรักษาเวลา

.

.

.

แต่เกินมาแค่สิบกว่าวิ…แหม มันจะอะไรนักหนา…หึ่ยยยย

.

.

.

คือพิมนี่ช่วยซ้อมพรีเซนต์ให้ยุ่นมาตั้งแต่สมัยเรียนโทโน่นนนนน…ยันจบเอก

ตอนอยู่ไทย ก็ออนไลน์ซ้อมข้ามประเทศ ไม่ได้หลับได้นอน

.

.

.

ความโรคจิตเรื่องเวลาต้องเป๊ะๆนี่เป็นมาตั้งแต่สมัยโน้น จริงๆแล้วพูดได้โอเคตั้งนานแล้ว

แต่เวลาเลยไปแค่สิบห้าวิ ก็ต้องซ้อมๆๆ จนได้เวลาเป๊ะๆ

สรุปว่าพี่เค้าซ้อมไปไม่รู้กี่สิบรอบ

.

.

.

ไอ้คนฟังนี่ฟังจนแทบจะพูดแทนได้

.

.

ซ้อมกันถึงเกือบๆห้าทุ่มก็เข้านอน…เป็นอันหมดหนึ่งวันที่โตยาม่า

.

.

.

.

.

โฮกกกก เป็นบล็อกที่ถึกมากกกกกกกกกกกกกกก

นี่เพิ่งจะจบไปแค่วันแรกงั้นหรอ

ฮ่วยยยย…เหลืออีกตั้งสามวัน เดี๋ยวค่อยๆทะยอยอัพก็แล้วกันเนาะ


Good-morning

อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่ (more…)


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.